
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 64 เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าเป็นห่วงสำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร เนื่องจากผลประกอบการในปี 63 ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งจะเป็นฐานการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 64 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่แน่ว่าเป้าหมายจัดเก็บรายได้ปี 64 ที่กรมได้รับมาที่ 2 ล้านล้านบาท จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ส่วนการจัดเก็บรายได้ในปี 63 ก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย 2.11 ล้านล้านบาทหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการขยายระยะเวลาการชำระภาษี ทั้งเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน ส.ค.นี้
“เดิมเป้าหมายจัดเก็บรายได้ในปีนี้ ประเมินจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่คาดจะขยายตัว 3.5% แต่ขณะนี้คาดการณ์จีดีพีติดลบ 8% ดังนั้น เป้าหมายที่ได้รับมากรมอาจจะทำไม่ได้ และอยากให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดเป้าหมายใหม่ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรอผลจัดเก็บในเดือน ส.ค.นี้ก่อน”
ทั้งนี้ ล่าสุด มีบุคคลธรรมดายื่นแบบชำระภาษีแล้ว 10 ล้านคน จากทั้งหมดกว่า 11 ล้านคน ในจำนวนนี้คืนภาษีแล้ว 3 ล้านคน เป็นเงิน 33,000 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคล ยื่นแบบชำระภาษีแล้ว 200,000 ราย จาก 500,000 ราย ในจำนวนนี้คืนภาษีแล้ว 30,000 ล้านบาท โดยผู้เสียภาษีทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลยังมีเวลายื่นแบบชำระภาษีได้จนถึงเดือน ส.ค.นี้ หากไม่ยื่นตามกำหนดจะถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม 1.5% ของยอดภาษีที่ต้องชำระ
นายเอกนิติกล่าวในการเปิดงานสัมมนา “วิถีใหม่...ให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย” ว่ากรมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในการชำระภาษี ภายใต้ 9 ระบบดิจิทัล ซึ่งกรมจะเดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ รวมถึงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้การบริการดีขึ้น ตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ 100% ทุกด้านใน 3 ปี.