
กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างเตรียมแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ครอบคลุมทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนของแบตเตอรี่ที่เป็นหัวใจหลักของรถยนต์อีวี เพื่อนำไปสู่การทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่อาเซียน และเป็นผู้นำด้านรถยนต์อีวีของอาเซียนในอนาคต เนื่องจากมองว่า แผนส่งเสริมรถยนต์อีวีในปัจจุบัน ยังมีความล่าช้า ไม่ค่อยได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้ และยังมีผู้ผลิตรถยนต์อีวีไม่มากนัก เพราะหากแผนทั้งหมดยังไม่มีความชัดเจนจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสการเป็นผู้นำในด้านนี้ เพราะขณะนี้ประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้ประกาศเป็นผู้นำด้านรถยนต์อีวีให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ของชาติไปแล้ว ที่สำคัญรถยนต์อีวียังช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 ได้อีกด้วย โดยมาตรการทั้งหมดนี้ คาดว่าจะประกาศเป็นแผนยุทธศาสตร์ได้ภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะได้หารือกับทุกหน่วยงานเพื่อร่วมกันผลักดันแผนงานดังกล่าวให้สำเร็จ และจะได้เชิญทุกภาคส่วนมาระดมสมองในด้านผู้ผลิตรถยนต์อีวี ทั้งใน และต่างประเทศ โดยกระทรวงพลังงานจะดูสถานีชาร์จไฟฟ้า หัวชาร์จไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า โดยเชื่อว่ารถยนต์อีวีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดๆใน 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันก็จะผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน สำหรับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ที่ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในเดือน ต.ค.นี้ จะมีการออกแคมเปญใหญ่เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ B10 เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันน้ำมันดีเซล B10 มีส่วนต่างราคาขายปลีกต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร โดยเหตุผลที่ต้องส่งเสริม B10 ก่อน B20 เพราะปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ B10 ได้ถึง 50% ขณะที่รถยนต์ใช้ B20 มีจำนวนน้อยหากต้องการให้เกิดการใช้ไบโอดีเซลให้ได้ตามเป้า 57 ล้านลิตรต่อวัน ก็ควรเริ่มจาก B10 ก่อน โดยคาดว่าในไตรมาสแรกปี 2563 จะมีการใช้ B10 อยู่ที่ 30-40 ล้านลิตรต่อวัน.