
ห้ามเกียร์ว่างเร่งดันส่งออกก่อนเลือกตั้ง
“สนธิรัตน์” เร่งเครื่องทูตพาณิชย์ห้ามเกียร์ว่างช่วงก่อนเลือกตั้ง หวังให้สู้ศึกสงครามการค้า พร้อมเร่งหาโอกาส เปิดตลาดธุรกิจบริการ และผลักดันเอ็มเอสเอ็มอี ขู่ตัดเกรดทูตพาณิชย์ ประเมินย้อนหลังผลงาน 3-5 ปี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยในระหว่างการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) จาก 64 แห่งทั่วโลก และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ว่า การประชุมในวันนี้ เพื่อประเมินวิกฤติและโอกาสทางการตลาดของไทยในแต่ละประเทศ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย และให้จัดทำแผนรับมือ รวมถึงแผนผลักดันการส่งออกสินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันยอดส่งออกในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 61 ขณะเดียวกัน ให้วางแผนการขับเคลื่อนการส่งออก รวมทั้งขยายการค้าและการลงทุนในปี 62 ก่อนที่จะกำหนดเป้าหมายการส่งออกในการประชุมวันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
“ขอให้ทูตพาณิชย์ทำงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลง โดยช่วงนี้จนถึงวันที่ 13 ธ.ค.นี้ เป็นช่วง 90 วันที่ปลอดการเมือง หลังจากนั้น จะเข้าสู่ช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะเป็นช่วงเดือน เม.ย.62 เมื่อนับรวมเวลาแล้วก็คิดเป็นครึ่งปีของปีงบประมาณ 62 ในระหว่างนี้ขอให้ทูตพาณิชย์ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการค้า”
พร้อมกันนี้ ขอให้ทูตพาณิชย์ปรับวิธีการคิดในการทำงานรับมือความเปลี่ยนแปลงของโลก และสงครามการค้า โดยให้อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งจัดเกรดสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยประเมินผลการทำงานย้อนหลัง 3-5 ปี เช่น กลุ่มเอ คือกลุ่มที่ดี ส่วนกลุ่มบี ปานกลาง และกลุ่มซี มีปัญหามาก ซึ่งจะขอหารือเป็นพิเศษ เพื่อฟังปัญหาว่าเกิดจากตลาดนั้นชะลอตัว หรือต้องแก้ไขเพื่อดึงศักยภาพด้านใดออกมาใช้ในการเจาะตลาดเป็นพิเศษ แต่หากจำเป็นก็อาจโยกย้ายตัวบุคคล ส่วนกลุ่มทูตพาณิชย์ดาวรุ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก็ต้องให้งบประมาณสนับสนุน
“ต้องการให้ทูตพาณิชย์เพิ่มบทบาทการทำงานใหม่ๆ เช่น เป็นเซลส์แมน ติดต่อกับพ่อค้าต่างประเทศ และดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในไทย โดยเฉพาะนักลงทุนใหม่ๆที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งในอนาคตจะช่วยเพิ่มยอดส่งออกของไทยได้ สำหรับสงครามการค้า ขอให้แต่ละตลาดเร่งวิเคราะห์ว่าตลาดใดหรือสินค้าใดมีโอกาส หรืออาจจะถูกกระทบ และให้เร่งสรุปมา เพื่อกำหนดมาตรการ ก่อนนำไปประเมินเป้าหมายส่งออกปี 62”
นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า ยังขอให้ทูตพาณิชย์ ผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรและบริการ โดยเน้นร้านอาหาร รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม รายจิ๋ว (เอ็มเอสเอ็มอี) ซึ่งโอกาสที่ตนเป็นคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เสนอนายกรัฐมนตรีให้ปรับบทบาท สสว. ให้
เป็นหน่วยงานที่กำหนดยุทธ์ศาสตร์และการวัดผล (เคพีไอ) หน่วยงานต่างๆที่ช่วยเหลือและพัฒนาเอสเอ็มอีของประเทศ เเต่ที่ผ่านมา สสว.จัดกิจกรรมซ้ำกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น จัดงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งผลประโยชน์ตกอยู่ที่บริษัทออร์กาไนซ์ ทำให้เอสเอ็มอีไม่ได้รับเงินสนับสนุนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย.