
ซีพีเอฟปลื้ม DJSI ประกาศเป็นบริษัทยั่งยืนระดับโลก 4 ปีซ้อน ตอกย้ำประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนระดับโลกครบทุกมิติ...
นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices–DJSI) ประเภท Emerging Market ประจำปี 2561 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนระดับโลกครบทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี สะท้อนถึงประสิทธิผลของการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อประเทศ ประชาชน และบริษัท
ทั้งนี้ จากความมุ่งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ซีพีเอฟ ยังคงอยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI ปี 2561 โดยหัวข้อที่ซีพีเอฟมีคะแนนสูงสุดจากผลการประเมิน ได้แก่ สุขภาพและโภชนาการ กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านน้ำ การเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคม ขณะที่หัวข้อที่มีพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายและระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และกลยุทธ์ด้านภาษี อย่างไรก็ตาม บริบทแห่งความยั่งยืนมีขอบเขตที่กว้างขวาง ไม่หยุดนิ่ง และปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมและห้วงเวลาที่แปรเปลี่ยน การเป็นสมาชิก DJSI อย่างต่อเนื่องเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความพยายามและความตั้งใจจริงของซีพีเอฟในการแสวงหา เรียนรู้ และดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมไปกับผู้มีส่วนได้เสียบนหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน และเพื่อโลกนี้ที่เป็นบ้านของเรา
นายวุฒิชัย กล่าวต่อว่า ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับประเด็นด้านสุขโภชนาการและด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้ประกาศนโยบายพร้อมเป้าหมาย 2563 (2020 Target) เพื่อให้สามารถติดตามและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปี 2560 ซีพีเอฟมีผลิตภัณฑ์อาหารใหม่เพื่อสุขภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้นคิดเป็นร้อยละ 21 ของผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด โดยตั้งเป้าไว้ร้อยละ 30 ภายในปี 2563 ขณะที่เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ซีพีเอฟมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบ 4 เรื่อง ได้แก่ การใช้พลังงานร้อยละ 15 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 15 น้ำร้อยละ 25 และของเสียร้อยละ 30 ต่อหน่วยการผลิต ภายในปี 2563 ซึ่งในปี 2560 สามารถลดได้แล้วร้อยละ 12, 7, 23 และ 9 ตามลำดับ นอกจากนี้ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทั่วถึงอีกด้วย
สำหรับ DJSI ถือว่าเป็นเข็มทิศในการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตไปอย่างยั่งยืน ทำให้องค์กรสามารถวัดผลการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ โดยซีพีเอฟบริหารจัดการความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่ บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดูแลพัฒนาบุคลากร DJSI เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก จัดทำขึ้นด้วยความร่วมมือของ S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM โดยเชิญบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ทั่วโลกกว่า 3,500 แห่ง ใน 60 อุตสาหกรรม เข้าร่วมการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ครอบคลุม 3 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม.