อาหารไทยทำเงินกว่า 2.2 หมื่นล้าน บน Grab ใน 7 ประเทศ เปิดแผน “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้”

Business

Trends

ชญานิษฐ์ โชติกาญจนวัฒน์ (โฟม)

ชญานิษฐ์ โชติกาญจนวัฒน์ (โฟม)

Tag

อาหารไทยทำเงินกว่า 2.2 หมื่นล้าน บน Grab ใน 7 ประเทศ เปิดแผน “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้”

Date Time: 6 พ.ย. 2569 19:51 น.

Video

เข้าใจ Bond Yield ในคลิปเดียว! ส่อง FED โค้งสุดท้าย ปรับพอร์ตแบบไหนรอด? I Money Issue EP.84

“Summary“

อาหารไทยทำเงินกว่า 2.2 หมื่นล้าน บน Grab ใน 7 ประเทศ เปิดแผน “เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้” ดันอาหาร ท่องเที่ยว สินค้าชุมชน โตในภูมิภาค ล่าสุด จับมือรัฐ-เอกชนจัดงาน GrabNEXT 2026 ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้เทคโนโลยีต่อยอดวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และอาหารไทย ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ระดับสากล เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ


Latest


หากพูดถึงเสน่ห์ของเมืองไทย สิ่งแรกที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึงคงหนีไม่พ้นรอยยิ้ม ความงดงามของศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ แต่หนึ่งในภาพจำที่เข้าถึงหัวใจของทุกคนได้อย่างไร้พรมแดนที่สุด เห็นจะเป็น ‘รสชาติของอาหารไทย’ ศิลปะบนจานอาหารที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างลงตัว จากเมนูริมทางสู่อาหารยอดนิยมระดับโลก 

ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “Grab” มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศไทย โดยใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเชื่อมโยงคนจากทั่วโลกให้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย อาทิ บริการ GrabFood ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการทั่วภูมิภาคได้ลิ้มลองอาหารไทย 

ในครั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ได้มีการผนึกภาครัฐ-เอกชน เปิดเวทีเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2026” ภายใต้แนวคิด “The TASTE of THAI: เสริมสร้างเสน่ห์ไทย สู่มิติใหม่ที่ดีกว่า”  

ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ T.A.S.T.E แกร็บมุ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการนำเสน่ห์และทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยผ่าน 5 มิติหลัก  

T - Travel พาผู้คนไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทยผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

  • นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ รถยนต์ระดับพรีเมียม รถโดยสารท้องถิ่น การพัฒนาฟีเจอร์แปลภาษา ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และระบบ PIN ที่ช่วยจับคู่คนขับกับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ

  • ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเพื่อโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดทำไกด์บุ๊ค ทำคอนเทนต์ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ม้านั่งที่มี QR Code เพื่อเข้าไปค้นแหล่งท่องเที่ยว 

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า คนเรียกรถไปแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วประเทศกว่า 3.6 ล้านเที่ยว โดย “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ยอดเรียกรถโตขึ้น 30% โดยเป็นการเปรียบเทียบยอดใช้บริการเรียกรถไป วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระหว่างไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 หลังยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม 

  • ทั้งนี้ 5 จุดหมายยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ ปราสาทสัจธรรม เมืองโบราณสมุทรปราการ และพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

A - Awake สัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านเทศกาล ศิลปะร่วมสมัย และภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • สนับสนุนด้านการเดินทางไปยังงานเทศกาลเชิงวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ งานสงกรานต์ ผ่านการมอบส่วนลด 

  • ส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยผ่านการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนการพลิกฟื้นย่านประวัติศาสตร์หรือชุมชนเก่าผ่านการร่วมจัดงานอีเวนท์หรือเทศกาล อาทิ Awakening Song Wat 2026 

  • ชวนนักท่องเที่ยวไปสัมผัสเสน่ห์ของศาสตร์และศิลป์แห่งความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น งานเทศกาล ศิลปะการแสดง กีฬา และภูมิปัญญาไทย โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า 

  • ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบข้อมูลยอดเรียก GrabBike ช่วงก่อนและหลังสงกรานต์ในปี 2569 มียอดเรียกรถจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 20% ยอดเรียกรถไป-กลับ “สนามมวยเวทีราชดำเนิน” เติบโตขึ้นถึง 2 เท่า ( เปรียบเทียบข้อมูลบนแพลตฟอร์มแกร็บในปี 2568 กับปี 2567)

  • และมีการเรียกรถไป-กลับ “สนามมวย” “โรงละคร” และ “ร้านนวดแผนโบราณ” ยอดนิยมตลอดปี 2568 รวมกว่า 300,000 ครั้ง 

S - Support สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พาสินค้าชุมชนไปสู่มือผู้คนในวงกว้าง

  • ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และสินค้าชุมชน จัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์บน GrabMart 

  • ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการขายผ่านช่องทางดิจิทัล โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า “เครื่องหอมไทย” อาทิ เทียนหอม ยาดม และก้านไม้หอม มียอดขายบน GrabMart มากถึง 250,000 ชิ้น

  • ปัจจุบันมี SME และร้านค้าชุมชนคิดเป็นสัดส่วน 74% ของร้านค้าทั้งหมดบน GrabMart และสินค้าชุมชนได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ สะท้อนผ่านยอดการสั่งซื้อที่โตขึ้นถึง 50%

T - Transform ขยายโอกาสให้กับแบรนด์ไทยโตไกลในระดับภูมิภาค

  • ใช้พลังเครือข่ายของการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ การร่วมส่งเสริมให้แบรนด์ “Emily's” ไปเปิดตลาดในประเทศสิงคโปร์ 

  • มอบรางวัลร้านอาหารยอดนิยม “Grab 5-Star Eats” ที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

  • จัดทำแคมเปญพิเศษสำหรับเมนูและร้านอาหารไทยชั้นนำให้ชาวโลกได้รู้จัก บนบิลบอร์ดใจกลางไทม์สแควร์ ที่รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 

E - Elevate เชิดชูอาหารไทยทั่วทุกภาค พร้อมยกระดับมาตรฐานให้เป็นที่รักของคนทั่วโลก

  • จัดงานประกาศรางวัล GrabThumbsUp Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อมอบรางวัลให้กับร้านอาหารที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้บริการ โดยล่าสุดได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูร้านอาหารและบุคคลที่ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านอัตลักษณ์ด้านอาหาร 

  • ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการสนับสนุนร้านอาหารภายใต้โครงการ “The Lost Taste” เพื่อค้นหา ฟื้นฟู และเชิดชูรสชาติที่กำลังจะหายไป

  • ส่งเสริมให้อาหารไทยเข้าถึงคนเป็นวงกว้าง ซึ่งจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า 3 อันดับเมนูครองใจชาวต่างชาติ คือ “ผัดกะเพรา” “ข้าวผัด” และ “ผัดไทย” ขณะที่ “ส้มตำ” และ “ชาไทย” ยังคงเป็นเมนูขายดีตลอดกาลบนแพลตฟอร์ม ด้วยยอดขายกว่า 13 ล้านจาน และ 8.6 ล้านแก้ว ตามลำดับ

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริการ GrabFood ช่วยให้ผู้ใช้บริการทั่วภูมิภาคได้ลิ้มลองอาหารไทย ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา มีออเดอร์รวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ใน 7 ประเทศ การอำนวยความสะดวกทั้งในด้านการเดินทาง สั่งอาหาร และซื้อสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยถึง 1.5 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 - 2568) 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านรายได้จากการท่องเที่ยวรวมที่สูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.63 ล้านล้านบาท 

ซึ่งหนึ่งในทิศทางสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมในปี 2570 คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยผสานเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนอง ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการจัดเวทีเสวนา GrabNEXT ในครั้งนี้ นับเป็นพื้นที่ให้ภาครัฐ-เอกชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมนำเสนอแนวทางการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี" ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing  

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney