"ธนิดา ดลธัญพรภคภพ" แห่ง "ไอรา ไทยแลนด์" การเติบโตที่ใช้เวลาของสกินแคร์ไทยมาตรฐานนางฟ้า

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"ธนิดา ดลธัญพรภคภพ" แห่ง "ไอรา ไทยแลนด์" การเติบโตที่ใช้เวลาของสกินแคร์ไทยมาตรฐานนางฟ้า

Date Time: 9 พ.ค. 2569 04:20 น.

Summary

เมย์ทำธุรกิจมา 10 ปีแล้ว ยอมรับว่าถ้าเทียบกับแบรนด์ยุคใหม่ เขาโตกันไวมาก เมย์เคยตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมเราใช้เวลานานจัง เริ่มไม่มีความสุขระหว่างทาง บางทีนอนร้องไห้

Latest

เจาะกลยุทธ์ Jubilee Diamond เมื่อ “เพชร” ผสาน “Wellness” หมัดเด็ดรักษากำลังซื้อพรีเมียม

ในโลกที่หมุนเร็วเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการอย่าง ธนิดา ดลธัญพรภคภพ แห่ง ไอรา ไทยแลนด์ (Ira Thailand) แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์สัญชาติไทยจากธรรมชาติ ที่ยังรักษาจุดยืนไว้อย่างเหนียวแน่น ทั้งการใช้วัตถุดิบสมุนไพรธรรมชาติแบบรู้จักที่มาที่ไป เลือกใช้ Clean Formula ไม่ใส่สิ่งที่เกินจำเป็น ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเสถียร ประสิทธิภาพจริง รวมทั้งคำนวณ Carbon Footprint ในทุกๆผลิตภัณฑ์ เพราะจริงจังเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม

“เมย์ทำธุรกิจมา 10 ปีแล้ว ยอมรับว่าถ้าเทียบกับแบรนด์ยุคใหม่ เขาโตกันไวมาก เมย์เคยตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมเราใช้เวลานานจัง เริ่มไม่มีความสุขระหว่างทาง บางทีนอนร้องไห้”

ผ่านช่วงเวลาเปราะบาง...จนวันนี้ คุณเมย์-ธนิดา ซึ่งเริ่มก่อตั้งแบรนด์ตอนอายุ 22 ปี บอกกับตัวเองว่าจะเติมไฟให้ตัวเองใหม่และกลับมามีความสุขกับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆอีกครั้ง

กับฉายา “เมย์รักษ์โลก” ที่ไม่เกินจริง คุณเมย์อธิบายความ สิ่งนี้เริ่มต้นจากวิชา TU 100 พลเมืองกับการลงมือแก้ปัญหา (Civic Engagement) วิชาบังคับพื้นฐานสำหรับนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ริเริ่มโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล “พวกเราถูกสอนให้เข้าใจบทบาทพลเมืองประชาธิปไตย ความรับผิดชอบต่อสังคม สิทธิหน้าที่ การเคารพความแตกต่าง และการลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาสังคม เมย์อินเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการเรียนที่ธรรมศาสตร์”

เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2559 ขณะอายุ 22 ปี จากนิสัยรักสวยรักงาม ใฝ่รู้ ชอบธุรกิจ และรับผิดชอบสังคม ผลิตภัณฑ์แรกคือลิปบาล์ม เนื่องจากคุณเมย์เป็นคนปากแห้ง “สมัยนั้นลิปบาล์มจากธรรมชาติมีแต่แบรนด์ต่างประเทศ ราคาเข้าถึงยาก เมย์เปิดตัวด้วยลิปกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ฝากวางขายที่ร้านอาหารเพื่อนในพัทยา ขายให้นักท่องเที่ยว ของที่ระลึกสมัยนั้นจะมีสเปรย์ตะไคร้ สบู่ผลไม้ แล้วก็มีลิปบาล์มกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงของเมย์ไปวางจำหน่ายด้วย ขายดีพอควร”

คุณเมย์เกิดในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นมนุษย์เงินเดือน รกรากอยู่ที่ จ.ชลบุรี เรียนมัธยมที่โรงเรียนสาธิตบูรพา จากนั้นสอบเข้าคณะบัญชี ธรรมศาสตร์ ระหว่างเรียนได้เป็นผู้ช่วยอาจารย์ ช่วยทำงานวิจัย จนวางเป้าหมายจะเดินในเส้นทางนักวิจัย ต้องไปเรียนต่อเพื่อเป็นอาจารย์ “ตอนนั้นเมย์คิดว่าตัวเองชอบงานวิจัย น่าจะต้องไปเรียนต่อ พอเรียนจบอดีตแฟนชวนทำแบรนด์เครื่องสำอาง เพราะรู้จักโรงงานผลิต เริ่มทำธุรกิจจริงจัง จึงรู้ใจตัวเองว่าไม่ได้อยากทำวิจัย ล้มแผนเรียนต่อแล้วหันมาลุยธุรกิจ”

คุณเมย์ซึ่งฝึกค้าขายมาตั้งแต่เด็ก แถมเป็นนักวิจัยที่รักสิ่งแวดล้อม มีไอเดียแจ่มชัดตั้งแต่วันแรก “เรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นเมกะเทรนด์โลก ประกอบกับชอบขายของ ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา เมย์สั่งพวกเครื่องสำอาง น้ำหอมไซส์ทดลองจากอเมริกา กลับมาขายออนไลน์ หาเงินใช้ได้ตั้งแต่มัธยม”

“ไอรา” (IRA) จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยความหมาย “ผู้ดูแลโลก” Goddess of Earth ในภาษาสันสกฤต “เมย์ตั้งชื่อให้มีความเป็นสากล คิดเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าเราจะต้องโกอินเตอร์”

นอกจากขายนักท่องเที่ยว ลิปข้าวเหนียวมะม่วงของคุณเมย์ยังถูกพูดถึงว่อนในโลกโซเชียล ยุคที่ทวิตเตอร์กำลังฮิต ด้วยความแปลกใหม่ทำให้ยอดขายทะยานหลักล้าน จากทุนเริ่มต้นที่ 8,000 บาท

“ไอรามีลูกค้าที่สนับสนุนเราเหนียวแน่น เป็นกลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมเหมือนกัน แต่ก็มีลูกค้าที่อึดอัดกับความเป็นเรา อย่างลิปสติก เมย์ไม่ใช้แท่งพลาสติกซึ่งต้นทุนแค่ 2 บาท แต่ใช้แท่งกระดาษต้นทุน 17 บาทและใช้งานไม่สะดวกเท่าพลาสติก เมย์เคยถูกคอมเมนต์ว่า ‘รักโลกมากแต่ไม่รักลูกค้า’ จนต้องพยายามหาจุดสมดุล ไม่สุดโต่งจนเกินไป”

จุดสมดุลที่ว่าคือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ บรรจุภัณฑ์แบบ Refillable ตลอดจนเลือกใช้ขวดอะลูมิเนียมเพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% “ไอราต้องเป็นความงามที่ไม่ทิ้งร่องรอยให้โลกแบกรับ”

ขายลิปบาล์มมาพักใหญ่ ลูกค้าขอให้ทำลิปสีบ้าง ลิปสีของไอราเป็นวีแกน (Vegan) ลูกค้าที่แพ้ทุกอย่างยังใช้ได้ “ลิปส่วนใหญ่ใส่ขี้ผึ้ง คนที่แพ้คือแพ้ขนผึ้ง Propolis จากผึ้งเป็นวัตถุดิบที่ดี แต่คนแพ้ใช้ไม่ได้ ลิปสีวีแกนของไอรามีแค่ 4 สี เป็นสีที่ทำมาจากแร่ธาตุทั้งหมด เฉดสีจึงมีให้เลือกไม่มากนัก ลิปสีสร้างไวรัลบนโลกโซเชียลอีกครั้ง ในฐานะคำตอบของคนช่างแพ้ไวรัลลิปสีทำให้ไอราถูกจีบจากร้านมัลติแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง “อีฟแอนด์บอย” ให้เข้าไปวางจำหน่ายในปี 2561 ตามด้วยร้านค้าระดับท็อปอีกมากมาย เข้าสู่ยุคเฟื่องฟูยอดขายทะลุ 20 ล้านบาท

จนถึงยุคโควิด คุณเมย์เล่าว่า ช่วงแรกๆยังทำยอดขายได้ดี เพราะทำโปรโมชันขายลิปพ่วงแมสก์ มีญาติขายผ้าอยู่แถวโบ๊เบ๊ รับเย็บแมสก์ให้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงล็อกดาวน์ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมไอรามีสินค้าน้อย และโมเดลการตลาดออนไลน์ ที่เคยเป็นไวรัลแบบไม่ต้องใช้เงิน กลับกลายเป็นต้องใช้เงินไปเสียทุกอย่าง

“พอทุกอย่างบนโลกออนไลน์ขับเคลื่อนด้วยเงิน เมย์ต้องปรับกลยุทธ์อีกครั้ง บุกเข้าหาลูกค้า สร้างคอมมูนิตี้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ขยับเข้าไปขายในแพลตฟอร์ม Shopee เมย์ต้องขยันและมีไฟให้มากขึ้น เปิดตัวโปรดักส์ใหม่ๆ จนปัจจุบันเรามีสินค้าอยู่ประมาณ 25 SKU นอกจากสินค้าตระกูลลิป ยังมีแป้ง แชมพู ครีมนวด เซรั่มบำรุงผม ครีมทาผิว ผลิตจากสมุนไพรไทย ตั้งแต่ข้าวโพด ขมิ้น มะขามป้อม ใบหมี่กะเมา เป็นต้น เราให้ความสำคัญกับการสกัดสดและผลิตเป็นรอบเล็ก (Fresh Production) ลดการเก็บสต๊อกยาว เพื่อรักษาคุณภาพและพลังของสารสกัด”

อยู่ในช่วงเติมไฟให้คุโชน คุณเมย์กำลังปลุกปั้นครีมกันแดด สินค้าใหม่ที่เทสต์กับคนที่กำลังให้คีโมและเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) แม้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเลยก็ต้องใช้แล้วไม่แพ้ ตอนนี้ได้สูตรเรียบร้อยแล้ว แต่ต้นทุนสูงลิ่ว คาดว่าจะเปิดตัวได้ในปี 2570 เช่นเดียวกับแผนสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบ

คุณเมย์ยังจะรื้อฟื้นฝันที่อยากเห็นไอราก้าวสู่ระดับสากลในฐานะแบรนด์ไทยจากธรรมชาติ เริ่มต้นจากตลาดจีน รวมทั้งการขยายตลาดลูกค้าองค์กร จากปัจจุบันกลุ่มโรงแรมหรู Four Seasons เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของไอรา.

มาดามเจด้า

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ