
Jubilee Diamond เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ Experience-Driven Brand เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ “Blossom of Vitality: The Jubilee Wellness Journey” ยกระดับประสบการณ์สู่มิติใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth
เมื่อเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “Jubilee Diamond” ภายใต้การนำทัพของ “อัญรัตน์ พรประกฤต” ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับ 1 ของไทย ด้วยการข้ามผ่านการเป็นเพียงผู้จำหน่ายสินค้า ไปสู่การเป็น “Lifestyle Curator” ที่ออกแบบประสบการณ์แบบองค์รวม เพื่อรักษาฐานลูกค้าระดับพรีเมียมไว้อย่างเหนียวแน่น
ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังซื้อเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา แบรนด์จึงได้ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” ของการใช้ชีวิตมากกว่าเพียงแค่การครอบครองวัตถุ
อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียมไม่ได้มองหาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมายและการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว Jubilee Diamond จึงมุ่งพัฒนา Experience ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนแบรนด์ในยุคนี้คือกลยุทธ์ Experience-Driven Brand ที่สะท้อนผ่านโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “Blossom of Vitality: The Jubilee Wellness Journey” ซึ่งถือเป็นการสร้างมิติใหม่ของนิยามความหรูหรา (Experiential Luxury) โดยการนำสมาชิก Jubilee Sparkling Club เดินทางสู่หัวหินด้วยขบวนรถไฟระดับตำนาน SRT Royal Blossom
ภายในทริปผู้ร่วมเดินทางจะได้สัมผัส 3 มิติของประสบการณ์ ได้แก่ Exclusive Travel Experience, Diamond Experience และ Wellness Experience โดยมีไฮไลต์สำคัญ อาทิ Diamond Jewelry Preview การนำเสนอเครื่องประดับเพชรคอลเลกชันพิเศษ Viva Brilliance Bloom Collection ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมด้าน Wellness & Longevity ที่ได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ จากโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อเสริมสร้างสมดุลของสุขภาพกายและใจตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ Jubilee Diamond ยังได้ร่วมกับโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน คัดสรรประสบการณ์การต้อนรับสำหรับแขกคนพิเศษ และกิจกรรม CSR ที่มุ่งสนับสนุนชุมชนและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สะท้อนแนวคิดการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน
อัญรัตน์ กล่าวต่อไปว่า การปรับตัวในเชิงลึกนี้ยังรวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอย่างเฉียบคม จนนำมาสู่การจัดโครงสร้างอย่างกลุ่ม VVIP ในระดับ Centennial, Infinite และ Prestige ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนจำนวนคนไม่มาก แต่สามารถสร้างมูลค่าการใช้จ่ายได้สูงถึง 35% ของพอร์ตรวม โดยเฉพาะกลุ่ม Centennial ที่มียอดซื้อสะสมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
“การปรับตัวรับมือสภาวะเศรษฐกิจจากอินไซต์ผู้บริโภค จากสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Jubilee พบว่ากำลังซื้อของลูกค้าระดับกลางลงไป ซึ่งเคยเป็นสัดส่วนยอดขายถึง 50% หดตัวลงอย่างชัดเจน บริษัทจึงปรับกลยุทธ์มาเน้นรักษากลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังมีกำลังซื้อสูง แม้ว่าพฤติกรรมการจับจ่ายอาจจะได้รับผลกระทบจาก "อารมณ์" เมื่อติดตามข่าวสารด้านลบอยู่บ้างก็ตาม นอกจากนี้ ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ายังชี้ให้เห็นว่า กว่า 70% ของลูกค้าซื้อเพชรเพื่อต้องการสวมใส่จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็บเข้าตู้เซฟ เนื่องจากเพชรเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมความงามและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่”
นอกจากนี้ Jubilee ยังเล็งเห็นโอกาสในการขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 20 ปลายๆ ถึง 40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่ม Self-made ที่มีความมั่นใจและต้องการใช้เครื่องประดับเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยในไตรมาสที่ 3 นี้ แบรนด์เตรียมรุกตลาดด้วยการเปิด Flagship Store เพื่อมอบพื้นที่รับรองที่หรูหราและแตกต่างจากการเดินเลือกซื้อในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเครื่องประดับ
ท้ายที่สุดแล้ว กลยุทธ์ทั้งหมดของ Jubilee Diamond มุ่งเน้นไปที่การสร้าง “Mood & Tone” และความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านระบบ Loyalty Program ที่แข็งแกร่งอย่าง The Sparkling Club ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายจากการซื้อซ้ำได้มากกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด
Jubilee จึงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความเชื่อมั่นว่าเพชรคือสินทรัพย์ที่ไม่เพียงแต่มูลค่าไม่ลดลงตามกาลเวลา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสุขและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้แบรนด์ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10% แม้ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกก็ตาม
“Blossom of Vitality จึงไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่เป็นการสะท้อนแนวคิดของ Jubilee ในการเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องประดับเพชร โดยเราตั้งใจพัฒนาไปสู่การเป็น Lifestyle Curator ที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ชีวิตของลูกค้าในทุกมิติ”อัญรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney