
นายคาสึยะ โมโนเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์จี้ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารจากญี่ปุ่น เดินหน้าขยายเกมรุกในเอเชีย หลังสร้างฐานธุรกิจร้านอาหารมากกว่า 50 สาขาในหัวเมืองหลักของญี่ปุ่น พร้อมโมเดล “ร้านเฉพาะทาง” (Specialty Store) เป็นแกนหลักในการเติบโต โดยแตกแบรนด์ย่อยในเครือรวม 15 แบรนด์ เพื่อเจาะลูกค้าเป็นรายเซ็กเมนต์
พอร์ตธุรกิจของบริษัทกระจายตั้งแต่ร้านโซบะพรีเมียม อิชิซึกิ (Ishizuki) อุด้งเส้นสด อุด้ง ทายูโตะ (Udon Tayuto) ปิ้งย่าง เกียวโต ยาคินิกุ ซูซูกิ (Kyoto Yakiniku Suzuki) ไปจนถึงหมูทอด ทงคัตสึ อิโตะ (Tonkatsu Ito( สะท้อนกลยุทธ์สร้างแบรนด์แบบ “เฉพาะทางลึก” มากกว่าการทำเชนร้านอาหารแบบแมส ซึ่งช่วยให้แต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์ชัด และตั้งราคาพรีเมียมได้บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 8 แห่งภายใน 1 ปีข้างหน้า พร้อมรักษาอัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ย 15% ต่อปี ควบคู่กับการเร่งขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเตรียมเปิดสาขาที่ 3 ของแบรนด์ Tonkatsu Ito ในปลายเดือนเมษายนนี้
สำหรับประเทศไทย บริษัทเลือกใช้แบรนด์ ทายูโตะ (TAYUTO) เป็นหัวหอกบุกตลาด โดยเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 วางตำแหน่งเป็นร้านอุด้งพรีเมียมที่เข้าถึงได้ (Affordable Premium) เจาะกลุ่มผู้บริโภคเมืองที่คุ้นเคยอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว
“ตลาดไทยไม่ใช่พื้นที่ใหม่ในเชิงพฤติกรรม ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและเข้าใจอาหารญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง พร้อมให้ความสำคัญทั้งคุณภาพและที่มาของแบรนด์ ส่งผลให้ TAYUTO เลือกวางเกมแข่งขันด้วยประสบการณ์ มากกว่าการตัดราคา ซึ่งเป็นจุดที่ซินเนอร์จี้พยายามเข้ามาเติมเต็ม”
โครงสร้างแบรนด์ของ TAYUTO ถูกออกแบบให้แตกต่างผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เส้นอุด้งสดทำมือ น้ำซุปดาชิเคี่ยวสูตรเฉพาะ และการผสมผสานรสชาติดั้งเดิมเข้ากับเมนูร่วมสมัย เช่น อุด้งเมนไทโกะครีม อุด้งคาโบนารา และอุด้งสุกี้ยากี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 5,700 แห่งในปี 2568 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้น โดยเฉพาะตลาดเมนูเส้นที่เริ่มมีผู้เล่นเฉพาะทางเพิ่มขึ้น
“บริษัทตั้งเป้ายอดลูกค้าเฉลี่ย 300 คนต่อวันสำหรับสาขาแรก พร้อมวางแผนขยายครบ 5 สาขาในกรุงเทพฯ ภายใน 3 ปี หากโมเดลประสบความสำเร็จ มีโอกาสต่อยอดแบรนด์อื่นในเครือเข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม”