รอบรั้วการตลาด : SECOM ชู Hybrid Security เป็นทางออกช่วงวิกฤตต้นทุนพุ่ง

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รอบรั้วการตลาด : SECOM ชู Hybrid Security เป็นทางออกช่วงวิกฤตต้นทุนพุ่ง

Date Time: 3 เม.ย. 2569 06:00 น.

Video

น้ำมันไทย... วิกฤตินี้จบที่ตรงไหน? | Money Issue EP.52

Summary

SECOM ชู Hybrid Security ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยคุณภาพญี่ปุ่นหาทางออกวิกฤตต้นทุนพุ่งรับมือมาตรการปรับค่าล่วงเวลา (OT) ที่กำลังจะเริ่มเมษายน 2569 นี้

Latest


นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายหลักที่ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยกำลังเผชิญ คือภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลา (OT)

สำหรับบุคลากรด้านความปลอดภัยที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ด้วย ดังนั้น หากเรายังยึดติดกับการใช้กำลังคนเพียงอย่างเดียว (Man-Power Only) ธุรกิจจะแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นและสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในที่สุด 

โดยทางซีคอม ในฐานะขององค์กรด้านระบบรักษาความปลอดภัย ได้เล็งเห็นถึงความท้าทายนี้ จึงพร้อมนำเสนอโซลูชัน Hybrid  Security ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการซึ่งกำลังจะเผชิญกับภาระค่าแรงที่กำลังจะเพิ่มขึ้นนี้ 


จุดเด่นของ Hybrid Security  คือ การผสานการทำงานระหว่าง  พนักงานรักษาความปลอดภัย (Man-Power) และ เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Technology) เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อทลายข้อจำกัดของโมเดลแบบเก่าที่ใช้คนเพียงอย่างเดียว 

 นายเอกรัฐ ตอกย้ำบทบาทและความสำคัญของ Hybrid Security  ที่กำลังก้าวเข้ามาเป็น Game Changer ซึ่งจะมาปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจรักษาความปลอดภัยจากการพึ่งพาแรงงานคน (Labor Intensive) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Technology-Driven  

โดยหัวใจสำคัญคือการผสานความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ากับระบบ AI Analytics และเซนเซอร์ตรวจจับประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนคงที่ได้อย่างแม่นยำและยั่งยืนในระยะยาว 

แต่ยังเป็นการปิดช่องโหว่จากความเหนื่อยล้าของบุคลากร (Human Error) ด้วยระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง การปรับกลยุทธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการระงับเหตุที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม 

เปลี่ยนบทบาทของ รปภ. จากผู้เฝ้าสังเกตการณ์สู่เจ้าหน้าที่เทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นทางรอดสำคัญที่จะพลิกวิกฤตต้นทุนแรงงานให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่าในยุคดิจิทัล


การปรับเปลี่ยนสู่ระบบ Hybrid  คือ Smart Selection หรือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับผู้ประกอบการยุคนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายจม (Sunk Cost) จากค่า OT ที่พุ่งสูง ให้กลายเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีที่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว (Smart Investment) อีกทั้งยังเป็นการบริหารคนอย่างชาญฉลาด (Smart Human Resource) ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอัตราการลาออก และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่แม่นยำกว่าเดิม

นายเอกรัฐ ทิ้งท้ายว่า การปรับตัวสู่ Hybrid Security ไม่ใช่การลดความสำคัญของพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่คือการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ของพนักงานให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ในขณะที่องค์กรและลูกค้าสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงานและสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน


ส่งต่อความห่วงใย ไม่เคยเปลี่ยน – นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ นายอภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการฝ่ายการประชาสัมพันธ์ นายสุวิทย์ อินทรเฉลิม เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ และ นางนฤมล เข็มวิลาศ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาคนครหลวง 5 นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สานต่อพันธกิจ เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน  

ส่งมอบความสุขและพลังใจให้แก่ผู้ป่วยทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 

โดยมี นายธีระยุทธ ศิริคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ฝ่ายบริหาร) นางแสงเดือน ศิริคำ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ แพทย์หญิงจิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก 


รุกตลาดเกาหลีใต้ : เชาท์ สแน็กส์ หรือ Shout Snacks  ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวสัญชาติไทยที่ถือกำเนิดจากความชอบส่วนตัวของ โบว์ลิ่ง - ชลทิพย์ ระยามาศ Food Influencer นักรีวิวอาหารชื่อดังของไทย และหนึ่งในกรรมการตัดสินรายการแข่งขันเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย (Iron Chef Thailand) ประกาศความสำเร็จในการขยายฐานธุรกิจสู่ระดับสากล

ล่าสุด ส่งขนมกุยช่ายกรอบ Shout Snacks บุกตลาดเกาหลีใต้อย่างเต็มตัวผ่านความร่วมมือในโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ Edward Lee Collaboration Series  ของ GS25 ยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อของเกาหลีใต้ วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการใน 18,000 สาขาทั่วประเทศ หวังชูศักยภาพขนมขบเคี้ยวไทยให้ก้าวไกลในตลาดโลก ด้วยความโดดเด่นทั้งรสชาติ นวัตกรรมการผลิต และกรรมวิธีทอดอบจนได้แผ่นบางกรอบ

ตอบโจทย์ เทรนด์สุขภาพเพราะปราศจากวัตถุกันเสียและผงชูรส มาพร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษภายในซอง Ready-to-eat ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความแตกต่างในตลาดขนมขบเคี้ยว ปัจจุบันได้ส่งออก Shout Snacks ในล๊อตแรกเป็นจำนวนสูงถึง 400,000 ซอง และตั้งเป้า 5 ล้านซอง ภายใน 3 ปี



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ