
จากความสำเร็จของ BEANS Coffee Roaster สู่โปรเจกต์ใหม่ 'BIBI' (บีบี้) ไลฟ์สไตล์ดริ้งค์ที่ไม่ได้ขายแค่ 'น้ำผลไม้สกัดเย็น' แต่ขาย 'Mood & Tone' ของการใช้ชีวิต เปลี่ยนภาพลักษณ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่แสนน่าเบื่อ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ดื่มได้
ความสำเร็จของ “BEANS Coffee Roaster” เชนกาแฟสเปเชียลตี้ภายใต้ “บริษัท กินดื่ม จำกัด” ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ “นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEANS Coffee Roaster เจ้าของและผู้ร่วมก่อตั้ง มองเห็น “ช่องว่าง” ในตลาดเครื่องดื่มที่กว้างกว่าแค่กาแฟ นำมาสู่การปั้นแบรนด์น้องใหม่อย่าง “BIBI” (บีบี้) ไลฟ์สไตล์ดริ้งค์คอมมูนิตี้ที่ตั้งใจจะเปลี่ยนวัฒนธรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ให้สนุกและเฮลตี้ไปพร้อมกัน
จากข้อมูลของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดร้านเครื่องดื่มในไทยปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 56,900 ล้านบาท (เติบโต 5% จากปีก่อนหน้า) แม้ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นและมีการแข่งขันที่รุนแรงจากทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ แต่ BIBI เลือกที่จะกระโดดเข้าสู่สมรภูมินี้ด้วยจุดยืนที่แตกต่างอย่าง “Premium Mass” เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากกลุ่มชานมไข่มุกและเครื่องดื่มรสหวานทั่วไป
หัวใจหลักของ BIBI คือการเป็น “JUICEFEE” (JUICE + COFFEE) ที่ฉีกกฎน้ำผลไม้สกัดเย็น (Cold Pressed) 100% แบบเดิมๆ โดยทีม R&D ใช้เวลากว่าครึ่งปีเพื่อทลายข้อจำกัดที่ว่าน้ำผลไม้ผสมกาแฟต้องมีแค่ส้มหรือมะพร้าว จนเกิดเป็นเมนูกว่า 20 รายการที่มีคอนเซปต์ชัดเจน ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ต้องการสื่อสารว่า "ของดีไม่จำเป็นต้องผ่านการปรุงแต่ง"
สามารถมิกซ์กับคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็น Specialty Coffee, มัทฉะเข้มข้น หรือชาไทยสูตรลับ เกิดเป็นรสชาติที่แปลกใหม่แต่ลงตัวในแก้วเดียว ซึ่งฉีกกฎน้ำผลไม้สกัดเย็นแบบเดิมๆ ให้มีความสนุกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มชานมไข่มุกและเครื่องดื่มเติมน้ำตาลทั่วไปได้อย่างน่าสนใจ
สิ่งที่ทำให้ BIBI แตกต่างอย่างชัดเจนคือความกล้าในการนำวัตถุดิบที่ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้มาผสมผสานกันอย่างลงตัว เช่น เมนูที่มีส่วนผสมของขิง พริกขี้หนูไทย หรือผักเคล (Kale) มาจับคู่กับชาไทยหรือกาแฟ จนเกิดเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ (Signature) เช่น เมนู My X (แฟนเก่า) สัปปะรด, แอปเปิ้ลแดง, เลม่อน สด เปรี้ยว ตัดจบ เหมือนความสัมพันธ์ที่ควร Move On หรือแม้กระทั่ง First Date (Passionfruit, Lemon, Orange, Carrot): หวาน เปรี้ยว น่าตื่นเต้น เหมือนการเริ่มต้นใหม่ หรือ No Drama (Orange, Guava, Celery, Kale) นิ่ง สะอาด สมดุล สำหรับวันที่คุณไม่อยากวุ่นวาย
ทั้งนี้ BIBI ราคาเริ่มต้นที่ 95 บาท ไปจนถึง 175 บาท เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ทั้งพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ขณะที่ในแง่การบริหารจัดการ BIBI เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงถึง 60-70% ในช่วงแรก แต่ด้วยการพัฒนาระบบ “Cold Pressed Preparation” ทำให้ปัจจุบันควบคุมต้นทุนลงมาอยู่ที่ 30% ได้สำเร็จ และยังทำความเร็วในการเสิร์ฟได้ภายใน 2 นาทีต่อแก้ว
ขณะเดียวกันแม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความผันผวน โดยเฉพาะราคาบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 25% ตามราคาน้ำมันโลก แต่ผู้บริหารยืนหยัดที่จะไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคในระยะสั้น โดยใช้การ "รัดเข็มขัด" ภายในองค์กรแทน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในระยะยาว
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาดของ BIBI ยังเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ผ่านบุคลากร โดยเราไม่ได้เรียกพนักงานว่า Barista แต่เราเรียกว่า Babe เพราะ Babe ไม่ได้แค่ทำเครื่องดื่ม แต่คือ คนที่สร้าง ประสบการณ์ ก่อนจะมาเสิร์ฟในทุกๆ แก้ว Babe ทุกคนผ่านการ Workshop ทั้งเรื่องรสชาติ การบาลานซ์ผลไม้ การจับคู่ Juice กับ Coffee / Matcha / Tea และที่สำคัญที่สุดการสื่อสารและการดูแลลูกค้า เราฝึกให้ทุกคนเข้าใจว่า ลูกค้าไม่ได้แค่ “สั่งน้ำ” แต่กำลังเลือก Mood ของตัวเองในวันนั้น Babe จึงต้องพร้อมเสิร์ฟทั้งรสชาติและพลังงานดีๆ
นอกจากนี้ แบรนด์ยังรุกสร้าง Healthy Community ผ่านการคอลแลปกับสตูดิโอออกกำลังกาย กลุ่มผู้เล่น Pickleball และกิจกรรมการกุศล เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อายุ 18-35 ปี ที่ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างแท้จริง
ขณะที่แผนการเติบโตของ BIBI กฤตธี ธนวิพุธ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ BEANS Coffee Roaster และ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘BIBI’ มองว่า ไม่ได้เน้นการขยายสาขาอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด แต่เน้นความแข็งแกร่งของแต่ละสาขา โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่สยามพารากอน มียอดขายเฉลี่ย 100 แก้วต่อวัน และคาดว่าจะคืนทุน (ROI) ภายใน 1 ปี
และ ตั้งเป้าขยายสาขาในปีนี้เพิ่มอีก 2 แห่ง โดยโลเคชันที่เล็งไว้เพิ่มเติมจะอยู่โซนพื้นที่ใจกลางเมือง เน้นอยู่ในห้างสรรพสินค้า อย่างเช่น One Bangkok และเซ็นทรัลลาดพร้าว ส่วนแผนการออกต่างจังหวัดเป็นเฟสที่จะพิจารณาในอนาคต และยังมีแผนที่จะขยายไปสู่แฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน
ก้าวย่างของ 'BIBI' ในครั้งนี้ นี่จึงไม่ใช่แค่การแตกไลน์ธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ แต่คือการพิสูจน์วิสัยทัศน์ของ บริษัท กินดื่ม จำกัด ที่พร้อมจะ Re-define วัฒนธรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ จากโลกของกาแฟสเปเชียลตี้สามารถส่งต่อดีเอ็นเอมาสู่การสร้าง Lifestyle Community และปั้นเส้นทางธุรกิจที่แตกต่าง นี่คือกลยุทธ์การฉีกน่านน้ำใหม่ที่เปลี่ยนน้ำผลไม้ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ดื่มได้ ซึ่งอาจกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่ทำให้ “BIBI” เติบโตอย่างยั่งยืนในสมรภูมิเครื่องดื่มมูลค่าห้าหมื่นล้านบาท ในฐานะผู้กำหนดนิยามใหม่ของคำว่า Healthy & Fun ที่ลงตัวที่สุดแห่งยุค
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney