
การ์ดโปเกมอน หนึ่งในของสะสมที่หลายคนมองว่าเป็น "สินทรัพย์ทางเลือก" ที่จะสร้างมูลค่ามหาศาล หลังอินฟลูฯ ชื่อดังประมูลไปได้เกือบ 600 ล้านบาท จนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดการ์ดโปเกมอนถึงมีราคาสูง จนให้ผลตอบแทนสูงกว่า S&P 500 เสียด้วยซ้ำ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อินฟลูเอนเซอร์และนักมวยชื่อดัง อย่าง Logan Paul เปิดประมูลการ์ดโปเกมอนปิกาจู และขายออกได้ในราคาสูงถึง 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 600 ล้านบาท จนได้รับ Guinness World Records เป็นการซื้อขายการ์ดที่มีราคาสูงที่สุดในโลก ซึ่งการ์ดนี้เขาซื้อมาตั้งแต่ปี 2021 ด้วยมูลค่ากว่า 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นเท่ากับว่าเขาสามารถทำกำไรจากการ์ดโปเกมอนนี้ได้มากถึง 200%
การ์ดโปเกมอนรูปปิกาจูนี้เป็นการ์ดในปี 1998 ได้รับการประเมินว่าสภาพของการ์ดอยู่ในระดับ Grade 10 หรือสมบูรณ์แบบมาก และการ์ดนี้มีเพียงแค่ 40 ใบเท่านั้น ส่งผลให้นักลงทุนเฉพาะกลุ่มหลายคนตามหาและต้องการได้มาครอบครอง ซึ่งตอนที่ Logan Paul ซื้อมาในปี 2021 นั้นทำให้เขาได้ Guinness World Records ว่าเป็นการซื้อการ์ดโปเกมอนที่ราคาสูงที่สุด
ผู้ที่ชนะการประมูลในการประมูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ คือ AJ Scaramucci นักลงทุนที่กำลังมีแผนใหญ่ “ล่าขุมทรัพย์ระดับโลก” ซึ่งการ์ดโปเกมอนก็คือหนึ่งในขุมทรัพย์นั้น
ตามรายงานของบริษัทวิจัย Circana ระบุว่า คนทุ่มเงินซื้อการ์ดสะสมที่ไม่ใช่กีฬา (ซึ่งก็รวมถึงการ์ดโปเกมอน) พุ่งขึ้นมากถึง 350% ในช่วงระหว่างปี 2020-2025
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของการ์ดเริ่มมองว่าของสะสมชนิดนี้เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีมูลค่าสูง เพราะการ์ดหายากบางใบสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า S&P 500 เสียด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบนี้อาจจะไม่สมบูรณ์นัก เนื่องจากข้อมูลของตลาดหุ้นนั้นมีระยะเวลายาวนาน ขณะที่ข้อมูลการ์ดโปเกมอนเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังมีความผันผวนสูง
เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคาการ์ดโปเกมอนแรร์ไอเทม มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
ในตลาดระดับไฮเอนด์ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดเจนจากดีลซื้อขายการ์ด Pikachu Illustrator ที่หายากเป็นพิเศษของ Logan Paul ถูกขายไปในราคากว่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนกลายเป็นสถิติการ์ดสะสมที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
Ken Goldin นักประมูลชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้รับฝากและปิดดีลการขายการ์ดปิกาจูครั้งนี้ ระบุกับ CNBC ว่า “มีนักสะสมบางกลุ่มพยายามรวบรวมการ์ดหายากและมีเกรดสูงที่สุด และเก็บไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นไปได้เลยว่า เราอาจไม่ได้เห็นการ์ดใบนั้นถูกนำมาขายอีกตลอดชีวิตนี้”
ภาวะของขาดตลาด และจำนวนการ์ดบางแบบที่ผลิตน้อย ส่งผลให้การ์ดหายากมากยิ่งขึ้น เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้ราคาพุ่งสูง และยังสะท้อนว่ากำไรส่วนใหญ่ของตลาดถูกขับเคลื่อนโดยการ์ดเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น
อีกหนึ่งปัจจัยชี้ขาดคือ สภาพของการ์ด ซึ่งจะถูกประเมินเป็นเกรดตั้งแต่ 1 ถึง 10 โดย Professional Sports Authenticator (PSA) หนึ่งในบริษัทให้บริการตรวจสอบและให้เกรดที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในตลาด
Ken Goldin อธิบายว่า แม้การ์ดจะได้เกรด 10 หรือสมบูรณ์มาก แต่หากตัวการ์ดไม่ได้มีความสำคัญหรือเป็นที่ต้องการ ก็อาจไม่มีมูลค่าสูงนัก แต่ในทางกลับกัน หากเป็นการ์ดที่ใช่ สภาพจะยิ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในตลาดโปเกมอนที่การ์ดเกรด 10 สามารถมีพรีเมียมสูงกว่าระดับอื่นอย่างมหาศาล
กระแสนี้เริ่มบูมมาก ๆ ในช่วงโควิด-19 จากปัจจัยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและความสนใจในสินทรัพย์ทางเลือกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ คนดังอย่าง Post Malone, Steve Aoki และ Kevin O'Leary ยังมีบทบาทสำคัญในการดึงกระแสความสนใจเข้าสู่ตลาดนี้ในวงกว้าง
Ken Goldin กล่าวเสริมว่า “เรากำลังเห็นผู้คนใช้การ์ดเหล่านี้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือก และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรความมั่งคั่ง (Wealth Allocation) แต่จะพัฒนาไปสู่การลงทุนระดับสถาบันหรือไม่ ยังต้องติดตามต่อไป”
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่สูง เพราะปัจจัยเดียวกับที่ผลักดันราคาให้พุ่งขึ้น ก็สามารถทำให้ราคาปรับตัวลงได้เช่นกัน อีกทั้งตลาดการ์ดสะสมยังคงมีความผันผวนสูง เพราะได้รับอิทธิพลจากกระแส (Hype) และยังขาดเสถียรภาพรวมถึงประวัติข้อมูลระยะยาวเมื่อเทียบกับตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney