
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการย่านรังสิต (เซ็นทรัล รังสิต) อย่างเป็นทางการครั้งแรก บนที่ดินกว่า 750 ไร่ นับเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท และเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขยายศักยภาพเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้คือเป็นการพัฒนาในรูปแบบ Retail-Led Mixed-Use Development เชื่อมโยงศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย เข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจหรือ Ecosystem เดียวกัน ที่เป็นจุดแข็งของบริษัทเพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาว
โครงการดังกล่าวถูกวางบทบาทให้เป็น “เมืองแห่งอนาคต” และ “เมืองในเมือง” ที่รวมการใช้ชีวิต การทำงาน และไลฟ์สไตล์ไว้ครบวงจร โดยมี Super Regional Mall เป็นหัวใจหลักในระดับเดียวกับเซ็นทรัล เวสต์เกต แต่ขยายขนาดและฟังก์ชันให้ใหญ่ขึ้น ครอบคลุมการพัฒนาเป็นหลายเฟส พร้อมองค์ประกอบของเมืองอย่างครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเซ็นทรัล พัฒนาได้ทยอยสะสมที่ดินแปลงใหญ่ย่านรังสิตจากพื้นที่เดิมของโรงงานไทยเมล่อนโพลีเอสเตอร์ รวมกว่า 750–761 ไร่ ลักษณะเป็นแปลงต่อเนื่อง 3 แปลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ติดถนนพหลโยธินฝั่งขาออก กม.35+200 ตรงข้ามโรงกษาปณ์ โดยแปลงหลักขนาด 616 ไร่ เข้าซื้อเมื่อปี 2554 วงเงินราว 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีไทวัสดุตั้งอยู่ ขณะที่แปลงที่สองขนาด 145 ไร่ ได้จากการประมูลของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในปี 2562 วงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท
ส่งผลให้ที่ดินผืนดังกล่าวมีศักยภาพสูงจากการติดโครงข่ายคมนาคมหลักบนถนนพหลโยธิน เชื่อมต่อทางด่วนโทลล์เวย์ และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงรังสิต–ธรรมศาสตร์ และรายล้อมด้วยสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นฐานกำลังซื้อสำคัญในพื้นที่ โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด Livable Urban Design จากเมืองชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมทั้งการผสานพื้นที่สีเขียว การรองรับคนทุกวัย การจัดการเมืองอย่างยั่งยืน และการออกแบบเมืองให้เดินได้จริง ลดการใช้รถยนต์
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าโครงการจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ สร้างการจ้างงานจำนวนมาก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยสะท้อนการขยับบทบาทของเซ็นทรัลพัฒนาจากผู้พัฒนาศูนย์การค้า สู่การเป็นผู้พัฒนาเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางการแข่งขันของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวในหลายทำเลของกรุงเทพฯ
ในงานประกาศวิสัยทัศน์ “A Future-Led Ecosystem” เดินหน้าลงทุน 5 ปี กว่า 110,000 ล้านบาท เร่งพัฒนาเมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ มุ่ง “สร้างย่าน สร้างเมือง สร้างอนาคต” กับ Landmark Masterplans ของเมกะโปรเจกต์ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก ควบคู่ขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากไฮไลต์อยู่ที่โครงการเมืองแห่งอนาคตย่านรังสิต ได้แนะนำ โครงการมิกซ์ยูส “Central GR9 (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์)” ภายใต้แนวคิด The Future District ยกระดับย่านพระราม 9 สู่ศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต บนพื้นที่ 73 ไร่ พื้นที่รวมโครงการ กว่า 1.1 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และอาคารสำนักงาน 3 แห่ง ได้แก่ G Tower, R House (เดิมคือ Unilever House) และ The Ninth Tower ตั้งเป้าเป็นศูนย์รวมธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฟสแรกเตรียมปรับโฉมและขยายพื้นที่รีเทลของเซ็นทรัล พระราม 9 คาดทยอยเปิดต้นปี 2571 ก่อนต่อยอดพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและองค์ประกอบอื่นในระยะถัดไป เพื่อผลักดันพระราม 9 สู่ย่านเมืองอนาคตครบวงจร.
รวมทั้งการพัฒนา “The Central District” เชื่อมลาดพร้าว–พหลโยธิน พลิกโฉม Central Ladprao ควบคู่ “The Central” พหลโยธิน สู่ Ecosystem เดียว บนที่ดินรวม 96 ไร่ (GBA 770,000 ตร.ม.) ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่กรุงเทพฯ
ขณะเดียวกันเตรียมเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ทั้ง เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส วันที่ 20 พ.ค. 2569 และ เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ ในเดือน ก.ค. รวมถึงแผนรีโนเวตแลนด์มาร์กใหญ่ ทั้ง เซ็นทรัล บางนา ปลายปี 2569 และการยกระดับ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และ เซ็นทรัล ภูเก็ต สู่จุดหมายลักชัวรีระดับโลก
ปัจจุบันเซ็นทรัลมีโครงการรวม 142 โครงการ แบ่งเป็นศูนย์การค้า 45 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่ง อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 17 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัย 53 แห่ง ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิต และตั้งเป้าเพิ่มโครงการมิกซ์ยูสเป็น 33 โครงการภายในปี 2573