
ไวด์ เฟธ กรุ๊ป เขย่าตลาดขนม คว้า iZ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ Rise Buddy ขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย 100% ชูจุดแข็ง อบ ไม่ทอด เจาะคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้า 150 ล้านบาท
นายโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์ เฟธ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า การทำตลาดในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นแบรนด์ ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy) เป็นแบรนด์แรก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ ปีนี้มีแผนรุกตลาดในไทยเต็มรูปแบบด้วยการดึง วง iZ (ไอซี) กลุ่มนักร้อง T-Pop จากค่าย OneMusic เป็นพรีเซ็นเตอร์ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน ได้แก่ นอร์ท ทีม ตูน มาร์ค โฟโต้ คาณ เก้า และพาย
โดยทั้งหมดถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มีพลัง ความสดใส รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่กระฉับกระเฉงและการวางตำแหน่งของวง IZ สอดคล้องกับแบรนด์ Rise Buddy อย่างลงตัว ซึ่งการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้บริโภค โดยมุ่งเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญกับขนมที่อร่อย ทานสนุก และเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ทั้งนี้ แนวโน้มการบริโภคขนมขบเคี้ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป ผู้บริโภคหันมาใช้ขนมแทนมื้ออาหารตามไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเปลี่ยนจากขนมทอดไปสู่ขนมอบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันต่ำ ปราศจากกลูเตน และทำจากพืช เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อร่อยแต่ไม่รู้สึกผิด ทำให้ขนมข้าวอบ ขนมโฮลเกรน และขนมโปรตีนเติบโตเร็วที่สุด
หากอ้างอิงข้อมูลจากรายงานตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยปี2025 จาก StrategyHelix (Strategyh) ระบุว่าตลาดขนมขบเคี้ยวมีมูลค่า 2.2–2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (78,000–88,000 ล้านบาท) เติบโตปีละ 6–7% ส่วนใหญ่เป็นขนมทอด/ขนมเพื่อความเพลิดเพลิน 70–75% ขนมถั่วและฟังก์ชันนอล 18–22%
และขนมจากข้าว 5–7% โดยขนมเพื่อสุขภาพเริ่มเติบโตตามเทรนด์รักสุขภาพและวัตถุดิบธรรมชาติระดับโลก คาดว่าตลาดขนมขบเคี้ยวในปี 2026 จะมีมูลค่า 287 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตปีละ 6.11% โดย สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดใหญ่ที่สุด 55 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเฉลี่ยขนมต่อคน 5.3 กก./ปี
สำหรับ ขนมจากข้าว มูลค่าตลาดคาดการณ์ 5.75 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2026 เติบโตปีละ 4.94% และจะถึง 6.99 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 โดย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอง 35% ของตลาดโลก เติบโตปีละ 5.37% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ปัจจุบัน ไวด์ เฟธ กรุ๊ป มีสัดส่วนรายได้จากตลาดส่งออกประมาณ 90% และตลาดในประเทศ 10% โดย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทวางจำหน่ายครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งส่งออกไปทั้งหมด 15 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, สิงคโปร์, อุรุกวัย, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เบลเยียม, จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในออสเตรเลียที่ 36% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในนิวซีแลนด์ที่ 45% หรือราว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน บริษัทมีมูลค่าการส่งออกขนมจากข้าวไปยังตลาดโลกประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีกำลังการผลิตจากโรงงานในชลบุรีประมาณ 13,500 ตันต่อปี
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2569 บริษัท ไวด์ เฟธ กรุ๊ป ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 150 ล้านบาท จากการรุกตลาดด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์วง iZ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ Rise Buddy ในวงกว้าง และขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายและจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดปี
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายตลาดส่งออก ขนมอบกรอบจากข้าวไทย ไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวทาง ความยั่งยืน ทั้งการสนับสนุนวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย การใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อความแม่นยำ : บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อส่งเสริมและยกระดับการวินิจฉัยขั้นสูงและการแพทย์แม่นยำด้านโรคมะเร็ง (Precision Oncology) โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้ด้านจีโนมิกส์และนวัตกรรมทางการแพทย์ไปขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
รับรางวัล : บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้แก่ รางวัลแบรนด์อันดับหนึ่งในหมวด ช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่ม ร้านขายสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน และ รางวัล Brand Star Award สำหรับแบรนด์ที่มีความโดดเด่นจากการดำเนินกิจกรรมและการส่งเสริมการตลาด รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยมีคุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัลในครั้งนี้