
นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส ครั้งนี้เป็นการขยับพอร์ตจาก “น้ำดื่ม” ไปสู่เซกเมนต์สปาร์คกลิ้งระดับพรีเมียมที่เน้นสุขภาพมากขึ้น โดยชูจุดขาย “ไม่มีน้ำตาล - เสริมวิตามิน” เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความสดชื่นควบคู่คุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตชัดในช่วงหลัง
ข้อมูลตลาดระบุว่า เซกเมนต์เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งเพื่อสุขภาพมีมูลค่าราว 7,000 ล้านบาท และเติบโตถึง 25% จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมามองหาเครื่องดื่ม “อร่อยแต่ไม่รู้สึกผิด” ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่เริ่มเร่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพพร้อมกัน
ในปีแรก เนสท์เล่ เลือกเปิดตัวด้วย 2 รสชาติหลัก ได้แก่ เลมอน-ไลม์ และเลมอน-ฮันนี่ วางตำแหน่งเป็นเครื่องดื่มซ่าที่เข้าถึงง่ายในราคา 20 บาท เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มแมส ขณะเดียวกันยังเติมภาพลักษณ์พรีเมียมผ่านการเสริมวิตามินซีและวิตามินบี
ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทเตรียมอัดงบสื่อครบวงจรทั้งออฟไลน์และดิจิทัล พร้อมใช้พรีเซนเตอร์และกิจกรรมทดลองสินค้าเพื่อเร่งการรับรู้ในวงกว้าง โดยเริ่มวางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางหลัก ก่อนขยายสู่ค้าปลีกสมัยใหม่ทั่วประเทศ
และเปิดตัวแคมเปญ “ซ่าใหม่ ต้องได้พลัส+” พร้อมดึง “จี๋–สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร” ขึ้นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและขยายฐานลูกค้า สื่อสารจุดยืนของสินค้าในฐานะเครื่องดื่มซ่าทางเลือก โดยแคมเปญดังกล่าวจะใช้สื่อสารทั้งช่องทางออฟไลน์และดิจิทัลในช่วงเปิดตัวสินค้า
การขยับตัวของเนสท์เล่ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดเครื่องดื่มกำลังเปลี่ยนจากน้ำอัดลมไปสู่สินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดสปาร์คกลิ้งกลายเป็นพื้นที่แข่งขันใหม่ของผู้เล่นรายใหญ่