“ธาม พิชิตสุรกิจ” จากความกดดันสู่ความสำเร็จ! จากติดลบ 30 ล้านสู่ยอดขาย White Lab 400 ล้าน

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ธาม พิชิตสุรกิจ” จากความกดดันสู่ความสำเร็จ! จากติดลบ 30 ล้านสู่ยอดขาย White Lab 400 ล้าน

Date Time: 21 มี.ค. 2569 04:04 น.

Summary

ในวัยเพียง 16 ปี “ธาม พิชิตสุรกิจ” ที่ชีวิตพลิกผันจากที่ไม่เคยคิดเรื่องธุรกิจ ใช้ชีวิตสุขสบายไปวันๆ มุ่งมั่นแต่จะเข้าวงการบันเทิง กลับต้องมาเดินเส้นทางธุรกิจ ภายใต้แรงกดดันและเดิมพันด้วยหนี้ 30 ล้านบาท ในวัยเพียง 20 ปี ก่อนจะมาเป็นธาม “White Lab” เจ้าของธุรกิจชุดฟอกฟันขาวและอาหารเสริมที่มียอดขายกว่า 400 ล้านบาท ในวัย 25 ปีวันนี้

Latest

LINE MAN Wongnai ผนึก Gracz  ส่งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกราคาพิเศษ ถูกกว่าตลาด 20% เริ่มต้นแค่ 2 บาท

เด็กโรงเรียนอินเตอร์ หน้าตาดีมีชีวิตและไลฟ์สไตล์สุขสบาย แจ้งเกิดในวงการบันเทิงจากการเข้าประกวดรายการ The Face Men Thailand ซีซัน 1 ในวัยเพียง 16 ปี “ธาม พิชิตสุรกิจ” ที่ชีวิตพลิกผันจากที่ไม่เคยคิดเรื่องธุรกิจ ใช้ชีวิตสุขสบายไปวันๆ มุ่งมั่นแต่จะเข้าวงการบันเทิง กลับต้องมาเดินเส้นทางธุรกิจ ภายใต้แรงกดดันและเดิมพันด้วยหนี้ 30 ล้านบาท ในวัยเพียง 20 ปี ก่อนจะมาเป็นธาม “White Lab” เจ้าของธุรกิจชุดฟอกฟันขาวและอาหารเสริมที่มียอดขายกว่า 400 ล้านบาท ในวัย 25 ปีวันนี้!!

หลัง “ธาม พิชิตสุรกิจ” จบการประกวด The Face Men Thailand เขาก็ใช้ชีวิตประสาวัยรุ่นที่สนุกกับการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เดินแบบ-ถ่ายแบบ จนเมื่อวิกฤติโควิด ตอนนั้นเขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ จุฬาฯ ในวัย 19 เป็นช่วงเดียวกับที่พ่อแม่แยกทางกัน เมื่อครอบครัวไม่เหมือนเดิม เขาที่ออกมาอยู่กับแม่ จึงคิดหารายได้เพิ่ม ด้วยความที่เป็นคนชอบออกกำลังกายเข้าฟิตเนส และศึกษาจนรู้จริงเรื่องการกินอาหารเพื่อปั้นหุ่นและร่างกายที่แข็งแรง จึงตัดสินใจนำเสนอตัวเองเป็น COACH ขายคอร์สออกกำลังกาย โพสต์ผ่านไอจี ที่มีผู้ติดตามหลักแสน ปรากฏว่ามีผู้สมัครเข้ามาเกินคาดหมาย เขาใช้ช่องทางออนไลน์ในการสอนและสื่อสารกับสมาชิก โดยรับลูกค้า 100 คนต่อเดือน ซึ่งทำให้เขาหาเงินได้ถึงเดือนละ 300,000 บาท!!

เพียงไม่นาน เขาก็พบจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ 1 ในลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของร้านอุปกรณ์ออกกำลังกายในบ้าน เช่น ดัมเบล เสื่อโยคะ เป็นต้น ต้องการจ้างเขาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่ช่วงเวลานั้น เขาเห็นโอกาสในโลกออนไลน์ และอยากเป็นนักธุรกิจเองมากกว่า จึงขอเปลี่ยนเป็นแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขายแทนค่าตัวพรีเซนเตอร์ที่จ่ายเพียงครั้งเดียวจบ เมื่อดีลสำเร็จ เขาจึงเริ่มทำช่อง YouTube เพื่อพรีเซนต์ขายสินค้า ปรากฏว่าเพิ่มยอดขายจากเดิมเดือนละ 2 ล้าน เป็น 7 ล้านบาทได้ภายในเดือนเดียว ทำให้เขาได้รับส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 4 แสนบาท รวมรายได้ช่วงนั้นราว 5-7 แสนบาทต่อเดือน ในที่สุดเขาก็มีเงินเก็บมากถึง 3 ล้านบาท!!

“ผมดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก ที่ในวัยแค่นี้สามารถสร้างเงินล้านได้ด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้น!!” แต่ภูมิใจอยู่ได้ไม่นาน ชีวิตก็พลิกผัน เมื่อมีผู้ใหญ่ที่เขานับถือมาชวนขายถุงมือยาง ที่ช่วงนั้นกำลังขาดแคลนขณะที่มีความต้องการสูงมาก โดยผู้ใหญ่ท่านนั้นบอกว่ามีคอนแทคกับโรงงานผู้ผลิตถุงมือยางโดยตรง แต่ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ในการจ่ายล่วงหน้า (Upfront) เพื่อจองสินค้า เมื่อโอกาสมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน เขาไม่รอช้า ตัดสินใจ All in ทุ่มเงินเก็บทั้งหมดที่มี 3 ล้านบาท และขอให้แม่ไปยืมเงินจากญาติแม่อีก 27 ล้านบาท รวม 30 ล้านบาทนำไปวางมัดจำด้วยความมั่นใจ เพราะงานนี้บวก-ลบแล้วมีกำไรได้เงินกลับมาระดับร้อยล้าน!!

สุดท้าย...ก็พบว่าเขาโดนโกงไปทั้งหมด โรงงานไม่มีของให้ตามที่ตกลงกันไว้ เงินมัดจำที่ให้ไปไม่รู้ไปตกอยู่ในกระเป๋าใคร ไม่สามารถไปเอาเงินคืนจากใครได้ เพราะสุดท้ายกลายเป็นว่า มีนายหน้ารับงานกันหลายทอดและเขาไม่ใช่ทอดสุดท้ายที่ต่อตรงกับโรงงาน!!

เด็กในวัยไม่ถึง 20 ปีดี มีหนี้ติดตัวเกือบ 30 ล้านบาท เขาบอกเหมือนอยู่ในโลกมืด เครียดมาก มองหน้าใครไม่ติด เพราะเงินที่เสียไปไม่ใช่แค่เงินเรา แต่เป็นเงินของแม่และญาติ สงสารแม่มาก ผลกระทบที่ตามมาคือเขาต้องหยุดเรียนที่จุฬาฯ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม

ที่สำคัญเขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะเรียนต่อ คิดแต่ว่าจะหาหนทางไหน ที่จะหาเงิน 30 ล้านมาคืนทุกคนให้ได้ ซึ่งมันต้องทำอะไรที่ “ใหญ่มากพอ” ที่จะสร้างเงิน 30 ล้านได้ มันคือความกดดันที่สุดในชีวิต!!

แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ โลกของตลาดออนไลน์ที่พร้อมเปิดโอกาสให้เขา เขาจึงไม่มีเวลาเจ็บปวดนาน ระหว่างนั้นเขาได้ศึกษาหาข้อมูล เพื่อหาสินค้าที่จะนำมาขายอีกครั้ง คราวนี้ไปพบเทรนด์ชุดฟอกฟันขาว

จากสหรัฐฯ แต่ไม่มีขายในไทย และคิดว่าทุกคนอยากฟันขาวสะอาด เพื่อบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจ จึงไปหาโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน FDA ของอเมริกา โดยคราวนี้ ออกหน้าขอยืมเงินญาติ 150,000 บาท โกหกว่าจะนำไปจ่ายค่าเทอมเรียนต่อ แต่จริงๆนำมาลงทุนทำ White Lab ช่วง 6 เดือนแรกที่รอผลิตสินค้า

ทันทีที่สินค้าลอตแรกถูกส่งมาขาย เขาโพสต์และยิงแอดขายผ่าน Facebook และ Shopee ปรากฏ 2 เดือนแรก ขายไม่ได้เลย เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป จึงปรับมาไลฟ์ขายใน IG “จำได้ว่าขายได้ชุดแรก ผมเขียนจดหมายแนบไปกับกล่องพัสดุเพื่อขอบคุณลูกค้ารายแรก” กระทั่งลองมาไลฟ์ใน TikTok ซึ่งตอนนั้น TikTok ยังไม่มีระบบตะกร้า

สินค้า เขาต้องถือป้ายให้คนไปสั่งใน Shopee แทน ปรากฏว่าคนดูพุ่งมากและมียอดขายต่อไลฟ์หลักแสนบาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ TikTok เริ่มมีระบบปักตะกร้า เขาเป็นรุ่นแรกๆ ที่เข้าไปไลฟ์ขายใน TikTok จนยอดขายระเบิด!

“ผมเน้นการไลฟ์แบบ Organic โดยไม่ต้องยิงแอด สร้างความรู้สึก Exclusive โดยขายเฉพาะในไลฟ์เท่านั้น เพื่อให้คนรีบตัดสินใจซื้อ

เมื่อก่อนผมไลฟ์คนเดียว วันไหนไม่ได้ไลฟ์ก็ขายไม่ได้ ผมจึงเป็นยุคแรกๆ ที่จ้างทีมงานมาไลฟ์แทนตลอด 20 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเพิ่ม Slot ช่วงเวลาในการเข้าถึงลูกค้าโดยชวนเพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้อง ที่มีศักยภาพมาช่วยไลฟ์ ทำให้ปัจจุบันมียอดขายจากชุดฟอกฟันเฉลี่ยเดือนละ 15-20 ล้านบาท”

 เขาไม่หยุดแค่นั้น จากชุดฟอกฟันขาว ขยายมาทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะชุดฟอกฟันเป็นสินค้าที่ไม่ซื้อซ้ำบ่อย จึงเลือกอาหารเสริมประเภทกัมมี่ เช่น กัมมี่ช่วยการนอนหลับซึ่งกลายมาเป็นโปรดักส์ที่สร้างกระแสให้เขาอีกครั้ง เพราะขายดีมาก มีอัตราการซื้อซ้ำสูงถึง 60% จากนั้นจึงมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่นๆ ปัจจุบัน White Lab มีสินค้ามากกว่า 20 ตัว และมียอดขายรวมในปี 68 ที่ผ่านมากว่า 400 ล้านบาท!!

เป้าหมายต่อไปจะขายช่องทางออฟไลน์มากขึ้น และมีแผนไปทำ TikTok Shop ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและอเมริกา โดยใช้ทีมไลฟ์ที่พูดภาษาอังกฤษ เป้าหมายใกล้ๆนี้อาจเป็นยอดขาย 500 ล้านบาท แต่เป้าหมายสูงสุดคืออยากมียอดขายหลักหมื่นล้านบาท เป็น Global company และเป็น Unicorn ที่เด็กที่สุดในประเทศไทย

เมื่อถามว่า “Key Success” ที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้ ผมเป็นคน “คิดแล้วทำเลย” จะไม่รอโอกาส ไม่รอให้พร้อม แต่จะจับโอกาสนั้นไว้ทันทีด้วยความเร็ว และด้วยความกดดันเรื่องหาเงินมาใช้หนี้ 30 ล้าน ที่ผมคืนหนี้ครบตั้งแต่ปีแรก และวันนี้ญาติคงรู้แล้วว่าผมไม่ได้เอาเงินไปจ่ายค่าเทอม เพราะตั้งแต่วันนั้นผมยังไม่เคยกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอีกเลย เพราะมีเรื่องอื่นที่ผมต้องเรียนรู้อีกมากในเส้นทางธุรกิจ!!

เลดี้แจน


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ