“โยชิโนยะ” ปรับเกมรุก เจาะเทรนด์กินคนเดียว ดันเมนูปิ้งย่างยกระดับ QSR แข่งตลาดอาหารญี่ปุ่น

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“โยชิโนยะ” ปรับเกมรุก เจาะเทรนด์กินคนเดียว ดันเมนูปิ้งย่างยกระดับ QSR แข่งตลาดอาหารญี่ปุ่น

Date Time: 19 มี.ค. 2569 08:59 น.

Summary

  • CRG ปรับกลยุทธ์แบรนด์ Yoshinoya จากร้านอาหารจานด่วนสู่การขายประสบการณ์การกินมากขึ้น
  • เปิดตัวเมนูปิ้งย่างสำหรับ 1 คนเจาะพฤติกรรมคนเมืองที่กินคนเดียวต้องการความเร็วและความเป็นส่วนตัว
  • ดึงตลาดร้านกลุ่มมาปรับเป็นโมเดล QSR เน้นเร็วราคาเข้าถึงง่ายแต่ยังลงมือทำเองเพื่อเพิ่มมูลค่า
  • กลยุทธ์นี้มุ่งขยายฐานลูกค้าจากเดิมร้านสามารถรองรับลูกค้าหลากหลายพฤติกรรมในโต๊ะเดียวกัน


Latest

Klook เผยดีมานด์ซากุระพุ่งแรง คนแห่เที่ยวญี่ปุ่นไม่แผ่ว

นายธีรวัฒน์ เลิศถิรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม Asian Cuisine บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า Yoshinoya (โยชิโนยะ) แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นอายุกว่า 125 ปี ภายใต้การบริหารของ CRG ปรับกลยุทธ์สินค้า หันเพิ่มน้ำหนักไปที่ประสบการณ์การกิน มากขึ้น ผ่านการเปิดตัวเมนู SOLO YAKINIKU ปิ้งย่างแบบเซ็ตสำหรับ 1 คน


ทั้งนี้ ตลาดอาหารญี่ปุ่นยังมีทิศทางขยายตัว แต่การแข่งขันรุนแรงขึ้น การเพิ่มเมนูใหม่จึงไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลือก แต่ต้องสร้างความแตกต่างให้กับประสบการณ์ในร้าน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การนำ “ปิ้งย่าง” ซึ่งเดิมเป็นตลาดของร้านนั่งกินแบบกลุ่ม มาปรับให้อยู่ในโมเดล Quick Service Restaurant (QSR) ที่เน้นความเร็วและราคาที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกันยังคงองค์ประกอบการลงมือทำเองเพื่อเพิ่มมูลค่าทางประสบการณ์


เมนู SOLO YAKINIKU ถูกออกแบบให้ลูกค้าสามารถย่างเนื้อบนกระทะร้อนด้วยตัวเองในพื้นที่จำกัด ใช้เวลาสั้น และไม่ต้องพึ่งพาการกินเป็นกลุ่ม สอดรับกับพฤติกรรมคนเมืองที่ต้องการความสะดวก ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมเวลาในมื้ออาหาร


สำหรับเมนูหลัก ประกอบด้วยชุด SOLO Beef Yakiniku Set เนื้อวัวนำเข้า US Beef ราคาเริ่มต้น 229 บาท และชุด SOLO Buta Yakiniku Set หมูคุณภาพจาก S-Pure ราคาเริ่มต้น 259 บาท ซึ่งจัดมาในรูปแบบเซ็ตพร้อมข้าว ซุป และเครื่องเคียง ซึ่งยังอยู่ในช่วงราคาของตลาดกลาง


การเพิ่มเมนูปิ้งย่างยังช่วยขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่พึ่งพาเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นเป็นหลัก ไปสู่กลุ่มที่ต้องการประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่มาคนเดียว ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นต่อเนื่องในเขตเมือง และเปลี่ยนกลยุทธ์จาก “ราคาและความเร็ว” ไปสู่ “ประสบการณ์ในราคาที่เข้าถึงได้” โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งผู้เล่นระดับพรีเมียมและแมสกระจายตัวอยู่จำนวนมาก


ขณะเดียวกันร้านสามารถรองรับลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายมากขึ้นในโต๊ะเดียว ทั้งกลุ่มที่ต้องการความเร็ว และกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ และจำหน่ายจนถึง 31 กรกฎาคม 2569


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ