SC Asset ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดบ้านหรู สวรรค์นักลงทุน ขุมทรัพย์เศรษฐีใหม่ สวนกระแสเศรษฐกิจติดหล่ม

Business & Marketing

Marketing & Trends

ไทยรัฐออนไลน์

ไทยรัฐออนไลน์

Tag

SC Asset ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดบ้านหรู สวรรค์นักลงทุน ขุมทรัพย์เศรษฐีใหม่ สวนกระแสเศรษฐกิจติดหล่ม

Date Time: 4 มี.ค. 2569 11:06 น.
ไทยรัฐออนไลน์

Summary

ตลาดบ้านหรู 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจด้วยแรงหนุนจากกลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่และนักลงทุน SC Asset ครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในปี 2568 

ตลาดบ้านหรู 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจด้วยแรงหนุนจากกลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่และนักลงทุน SC Asset ครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในปี 2568 

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ ที่ดูเหมือนจะสร้างความกังวลให้หลายอุตสาหกรรม แต่สำหรับตลาดบ้านจัดสรรช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพมหานคร กลับตั้งอยู่บน “โลกคู่ขนาน” อย่างชัดเจน

โดยข้อมูลล่าสุดจาก แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพมหานครยังคงเติบโตและความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฝั่งของอุปสงค์และอุปทาน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มกำลังซื้อคนไทยระดับบน นักลงทุน และความต้องการเช่าของชาวต่างชาติ 

รวมทั้งผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดยังคงเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เพื่อรองรับต่อความต้องการของกำลังซื้อที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง และเรียกได้ว่าบ้านจัดสรรในช่วงระดับราคานี้เป็นตลาดของการแข่งขันของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แทบทั้งสิ้น

ในส่วนของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบ้านหรูในช่วงราคานี้ พบว่า นักลงทุนมีความสนใจสูง โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการลงทุนบ้านหรูเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งตอบสนองกับความต้องการของตลาดที่มีทั้งชาวต่างชาติและลูกค้าภายในประเทศที่มองหาที่อยู่อาศัยในระดับคุณภาพสูง 

บ้านหรูไม่ได้มีไว้แค่ ‘อยู่’ แต่คือ ‘ขุมทรัพย์’ ของนักลงทุนและเศรษฐีรุ่นใหม่

และจากข้อมูลยังพบว่า นักลงทุนบางรายสามารถปล่อยเช่าบ้านหรูในช่วงราคานี้และได้รับผลตอบแทนในช่วงระหว่าง 200,000 - 1,000,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรรระดับราคา 20  ล้านบาทขึ้นไป กลายเป็นตลาดที่มีความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความต้องการบ้านหรูในระดับราคานี้ไม่ได้มีเฉพาะจากนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีความสะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงความเป็นส่วนตัวที่มาพร้อมกับการตกแต่งและการออกแบบที่มีเอกลักษณ์

ดังนั้น ตลาดบ้านจัดสรรในช่วงระดับราคานี้จึงยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อระดับบนอย่างต่อเนื่อง โดยผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับราคานี้ที่ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการลงทุนและการอยู่อาศัย

เจาะลึกสถิติ 10 ปี สะท้อนภาพจริงของตลาดบ้านหรูผ่านตัวเลข

ปรากฏการณ์ความต้องการที่สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว หรือกระแสที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขยืนยันของ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ที่ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีบ้านหรูในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด 9,810 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดประมาณ 482,690 ล้านบาท กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร 

และพบว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา มีอุปทานเปิดขายใหม่ของบ้านหรูในช่วงระดับราคานี้ 1,191 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 43,520 ล้านบาท ซึ่งพบว่าอุปทานการเปิดขายใหม่ปรับตัวลดลงกว่าในปีก่อนหน้าประมาณ 20.49% แต่พบว่า ณ สิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา มีอุปทานบ้านหรูในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 6,331 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดประมาณ 310,219 ล้านบาท ขายไปแล้ว 3,895 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 61.52% ด้วยมูลค่าประมาณ 190,855 ล้านบาท และยังคงมีอุปทานรอการขายอีกประมาณ 2,436 ยูนิต ด้วยมูลค่าประมาณ 119,364 ล้านบาท 

การปรับตัวของโปรดักต์ เมื่อ "ทำเล" และ "ฟังก์ชัน" คือหัวใจ

นอกเหนือจากตัวเลขเชิงปริมาณ สิ่งที่น่าจับตามองคือ "การปรับตัว" ของโปรดักต์เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ซื้อระดับบน ซึ่งทางแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่าตลาดบ้านเดี่ยวในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่ผู้พัฒนาจะพัฒนาบนที่ดินในช่วงขนาดประมาณ 60 - 300  ตารางวา และพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300 – 1,365   ตารางเมตร จะเป็นตลาดที่โดดเด่นและน่าจับตาเป็นอย่างมากในปีนี้ 

โดยคอลลิเออร์สฯ มองว่าสำหรับเทรนด์ของบ้านระดับลักชัวรีสิ่งที่เป็นที่ดึงดูดใจลูกค้าเป็นสิ่งแรก คือ ทำเล ซึ่งต้องเป็นทำเลที่ดีโดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางเมือง หรือสามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย  นอกจากนี้ต้องมีการพัฒนาฟังก์ชันต่างๆ ที่สามารถตอบสนองกับ lifestyle ได้มากที่สุด ทั้งนี้ถึงแม้ว่าบ้านระดับลักชัวรีจะมีแนวโน้มตั้งอยู่บนที่ดินที่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากราคาที่ดินในกรุงเทพมหานครที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นแนวบ้านทรงสูงขึ้น 

แต่ยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน มีพื้นที่ใช้สอยที่มากพอ สำหรับกลุ่มบ้านในระดับราคาสูงลูกค้าส่วนใหญ่ที่มองหาบ้านในระดับนี้จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ต้องการความแตกต่างและความโดดเด่น เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมสร้างภาพลักษณ์  และยังมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า 

ความแข็งแกร่งของกำลังซื้อระดับบน

นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568  แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ยังพบว่า มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดบ้านจัดสรรในกรุงเทพมหานคร เมื่อจำแนกตามระดับราคากลุ่มระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป มีมูลค่าสูงสุดที่ 46,734 ล้านบาท สูงกว่าทุกช่วงราคาอย่างมีนัยสำคัญ 

สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มระดับบนที่ยังคงมีศักยภาพ แม้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความเข้มงวดด้านสินเชื่อ จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดระดับบนมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์โดยรวม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูง และได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางการเงินค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับตลาดระดับล่าง 

นอกจากนี้ผู้ซื้อในระดับราคาดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ นักลงทุน และครอบครัวรายได้สูง ซึ่งมีความต้องการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ควบคู่กับการมองอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการรักษามูลค่าในระยะยาว

ขณะเดียวกันในเชิงโครงสร้างตลาด การที่กลุ่มราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปมีมูลค่าสูงสุด สะท้อนถึงแนวโน้มการขยายตัวเชิงมูลค่า มากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังบ่งชี้ถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการที่มุ่งพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มกำลังซื้อสูงที่ยังคงมีความต่อเนื่อง

5 ยักษ์ใหญ่ผู้ครองตลาด

5 ลำดับผู้พัฒนาที่มีอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายบ้านหรู 20  ล้านบาทขึ้นไปมากที่สุด ณ สิ้นปี 2568

ที่มา : แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ได้ศึกษาข้อมูลตลาดบ้านหรูในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป และพบว่า ณ สิ้นปี 2568 ผู้พัฒนาที่มีอุปทานบ้านหรูในช่วงราคาดังกล่าวมากที่สุดในตลาดคือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจำนวนอุปทานบ้านหรูในช่วงราคานี้คิดเป็นสัดส่วน 15.70% ของอุปทานทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการขายในตลาด 

ตามมาด้วยบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ด้วยสัดส่วน 10.64% บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่มีจำนวนอุปทานคิดเป็นสัดส่วน 8.34% บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ด้วยสัดส่วน 6.50% และบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ด้วยสัดส่วน 4.72%   

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ครองส่วนแบ่งตลาดในระดับสูง ส่วนหนึ่งมาจากผลการตอบรับที่ดีของโครงการในช่วงที่ผ่านมา ทั้งด้านยอดขายที่แข็งแกร่ง การออกแบบบ้านที่มีความสวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพการก่อสร้าง 

รวมถึงการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับลูกค้า ส่งผลให้เกิดการบอกต่อและการแนะนำในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบ้านหรูได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนแบ่งตลาดของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดบ้านหรูในระดับราคาดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงในตลาดที่ยังคงมีการแข่งขันที่สูงในปัจจุบัน

เศรษฐีรุ่นใหม่ 30 ปีขึ้นไป กลุ่มลูกค้าใหม่ที่น่าจับตา 

ปัจจุบันตลาดบ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มเศรษฐีคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และประสบความสำเร็จในธุรกิจในช่วงระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยกลุ่มนี้มีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับสูง และมีความต้องการที่หลากหลาย โดยบางส่วนเลือกที่จะซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการทำคอนเทนต์หรือกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานปาร์ตี้ หรือการสร้างบ้านด้วยเงินสด รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อผลตอบแทนในระยะยาว

สำหรับตลาดเช่าบ้านหรูในช่วงระดับราคาดังกล่าว พบว่ามีค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 200,000 - 1,000,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีผลตอบแทนสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าดังกล่าวยังคงมีความต้องการที่ซ่อนตัวอยู่ในตลาด และยังมีการกระจายตัวในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งสามารถมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดนี้ในอนาคต เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับหรูยังคงสูงและมีแนวโน้มขยายตัวต่อไปในอนาคต

5 ทำเลเด่นของตลาดบ้านหรู 20  ล้านบาทขึ้นไปมากที่สุด ณ สิ้นปี 2568

ที่มา : แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

นอกจากนี้ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดบ้านหรูในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป และพบว่าส่วนใหญ่บ้านหรูในระดับราคาดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาในพื้นที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ ราชพฤกษ์, ปิ่นเกล้า, บรมราชชนนี, เพชรเกษม-กาญจนาภิเษก, บางนา, พระราม 9, รามอินทรา และ กรุงเทพกรีฑา เป็นต้น 

ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นทำเลที่มีการพัฒนาและขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่ก้าวหน้า โดยที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่ต้องการบ้านในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะทำเลที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น และสามารถปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น

ดังนั้น ทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตและการพัฒนาระบบคมนาคม รวมถึงความใกล้ชิดกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจและมองเห็นเป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดบ้านหรูระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ต้นทุนที่ดินถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาบ้านในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ต้นทุนแรงงานและต้นทุนการก่อสร้างก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่มีผลต่อการกำหนดราคาบ้านในตลาดนี้ 

และพบว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา ราคาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5-10% ต่อปี ในทำเลที่มีความต้องการสูง ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนและผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กรุงเทพกรีฑา, บางนา, สุขสวัสดิ์-พระราม 3 เป็นต้น

การเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในพื้นที่เหล่านี้ สะท้อนถึงความต้องการที่มีอยู่สูงในทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาและการขยายตัวของเมือง ซึ่งทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้พัฒนาต้องปรับราคาขายของบ้านในช่วงระดับราคาดังกล่าวเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ค่าแรงในการก่อสร้างบ้านก็มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2568 ค่าแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8-12% เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นจากผลกระทบของการขาดแคลนวัสดุและการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก 

ยกตัวอย่างเช่น ค่าก่อสร้างบ้านหรูขนาด 300 ตารางเมตร ในทำเลพรีเมียมมีค่าใช้จ่ายการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 35,000 - 40,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าบ้านในระดับราคาปกติที่มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 25,000 บาท/ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับระดับของวัสดุที่เลือกใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีในโครงการ

และด้วยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่ดิน, ค่าแรง และวัสดุก่อสร้าง ทำให้ราคาบ้านในระดับพรีเมียมนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในบางทำเลอาจมีราคาบ้านเริ่มต้นที่ประมาณ 30 ล้านบาท และสามารถเพิ่มขึ้นถึง 80 ล้านบาท หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับทำเลและคุณภาพโครงการ

ตลาดบ้านจัดสรรระดับราคา 20 ล้าน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 

สุดท้ายนี้ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ยังได้คาดการณ์ว่า ตลาดบ้านจัดสรรระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในปี 2569  ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแม้จะเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่เข้มข้นและคัดเลือกมากขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง นักธุรกิจรุ่นใหม่ และนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพในการปล่อยเช่า ซึ่งยังให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันความต้องการจากชาวต่างชาติระดับผู้บริหารยังช่วยสนับสนุนตลาดในระยะต่อไป 

ด้านอุปทาน ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่มีแนวโน้มบริหารความเสี่ยงมากขึ้นผ่านการพัฒนาแบบทยอยเปิดขาย และมุ่งเน้นทำเลศักยภาพที่สามารถเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวก ตลาดในระดับราคานี้จึงยังเป็นสนามแข่งขันของผู้พัฒนาแบรนด์ใหญ่เป็นหลัก 

สำหรับในด้านราคา คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามต้นทุนที่ดิน ค่าแรง และค่าก่อสร้างที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อในปี 2569   จะให้ความสำคัญกับคุณภาพ การออกแบบ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันเปลี่ยนจากด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและความแตกต่างของโครงการ

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://m.scasset.com/rx_P  หรือ สอบถามโทร.1749

#SCMasterofLuxury #SCAsset

 #SCอันดับ1บ้านหรู #SCisQuality


Author

ไทยรัฐออนไลน์

ไทยรัฐออนไลน์