Lazada Thailand เผย ผู้บริโภคไทยเลือกแบรนด์มากกว่าราคา เปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Confidence Commerce”

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Lazada Thailand เผย ผู้บริโภคไทยเลือกแบรนด์มากกว่าราคา เปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Confidence Commerce”

Date Time: 25 ก.พ. 2569 18:34 น.

Video

ชีวิตนี้ผมจะไม่เป็นหนี้! “หมอสอง” กับก้าวใหม่ในวันที่เป็นคุณพ่อ l Money Secret EP.15

Summary

Lazada Thailand เผย ตลาดอีคอมเมิร์ซกำลังเข้าสู่ยุค “Confidence Commerce” ที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์จากคุณภาพมากกว่าจะพิจารณาเรื่องราคา ยอมทุ่มให้สินค้าพรีเมียม เน้นการใช้งานระยะยาว และความคุ้มค่า

Latest


ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเติบโตจากมูลค่า 9.7 แสนล้านบาทในปี 2025 ไปสู่ 1.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2030 โดยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ 14% ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตนี้จะมาจากการที่มูลค่าต่อคำสั่งซื้อ หรือ Value per Order ที่เพิ่มขึ้น หรือกล่าวง่าย ๆ คือ นักช้อปออนไลน์จะสั่งซื้อสินค้าแต่ละครั้งมีมูลค่าที่สูงขึ้น แทนที่การสั่งครั้งละปริมาณมาก

สอดคล้องกับรายงานล่าสุดที่ Lazada Thailand ร่วมกับ CUBE INSIGHTS ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ตลาดอีคอมเมิร์ซ ออกรายงาน “The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce in Thailand” ที่ระบุว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนผ่านจากการโฟกัสปัจจัยราคา สู่การตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณภาพและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ

จากรายงานดังกล่าว ได้ทำการสำรวจจากผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซกว่า 6,000 คนจาก 6 ประเทศ ประกอบไปด้วยประเทศไทย (กว่า 1,000 คน) สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในที่นี้มีผู้ให้บริการหลายเจ้า ซึ่งรวมไปถึง Lazada, Shopee และ TikTok Shop ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยกำลังเข้าสู่ยุค “Confidence Commerce” ที่เน้นความน่าเชื่อถือมากกว่าสิ่งอื่นใด


วิวัฒนาการอีคอมเมิร์ซในไทย

เดินทางมาแล้วกว่า 10 ปีกับอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เริ่มต้นที่ราวปี 2012 ในช่วงนั้นการแข่งขันรุนแรงที่สุดในเรื่องของการสร้างฐานลูกค้า ทำให้สินค้าในแพลตฟอร์มยุคบุกเบิกเริ่มต้นด้วยการขายที่ราคาถูก แข่งขันกันด้านราคาเป็นหลัก

ต่อมาก็เริ่มมีการตั้ง Mall หรือร้านค้าแบรนด์แท้ ที่เปิดช่องให้ผู้ซื้อได้มีตัวเลือก เข้าถึงสินค้าที่การันตีคุณภาพมีการควบคุมมาตรฐานได้เช่นกัน ก่อนที่โลกโซเชียลจะนำมาสู่ยุค Social Commerce ที่การไลฟ์ขายของ คลิปสั้น และอินฟลูเอนเซอร์มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าบนอีคอมเมิร์ซ

และปัจจุบันนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Confidence Commerce ที่ Mall จะเป็นตัวกำหนดสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค เป็นยุคที่แบรนด์แท้จะขยายตัวมากขึ้น ผู้ซื้อจะซื้อสินค้าจากคุณค่าและคุณภาพ โดยสัดส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ไหลเข้าสู่ Marketplace บน Mall เพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2020 มาเป็น 30% ในปี 2025 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะทะยานไปถึง 55% ในปี 2030

โดยยอดขายบน LazMall ของ Lazada แค่ในช่วงแคมเปญ 12.12 ของปี 2025 อย่างเดียว เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามรายงานชี้ว่า คนไทยกว่า 91% ซื้อของจาก Mall ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากเวียดนามที่ 93% และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ที่ 86%


มอง “คุณภาพ” สำคัญกว่า “ราคา”

ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มขยับเพดานการใช้จ่าย หันไปซื้อสินค้าพรีเมียมมากขึ้น สิ่งนี้เรียกว่าพฤติกรรม Trade-Up โดยกว่า 50% ของผู้ทำแบบสำรวจคนไทยบอกว่าใช้จ่ายมากขึ้น 10-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อยกระดับไปซื้อแบรนด์ที่สูงขึ้นหรือคุณภาพดีขึ้น

ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS
ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS


โดยผู้บริโภคซื้อสินค้าบน Mall ในหมวดหมู่บิวตี้และของใช้ส่วนตัวมากที่สุด (81%) ตามมาด้วยสินค้าแฟชั่น (75%) และเครื่องใช้ไฟฟ้า (62%) จะเห็นได้ชัดว่ามีความเหมือนกัน คือ คนต้องการสินค้าในหมวดหมู่เหล่านี้เป็นของแท้ โดยผผู้บริโภคมีปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้าในร้านค้าบน Mall ดังนี้

  • 77% เลือกที่คุณภาพ
  • 66% ดูจากราคา
  • 64% มองที่ความน่าเชื่อถือและสินค้าแท้
  • 51% ซื้อเพราะมีดีลพิเศษ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ประเด็นสำคัญที่ช่วยให้ตลาด Mall เติบโตและแข็งแรงขึ้น ประเด็นแรก คือ พฤติกรรมแบบ Showrooming ซึ่งพบว่า 71% ของนักช้อปคนไทยจะเดินเข้าไปเลือก ทดลองใช้ สอบถามคุณภาพของสินค้ากับพนักงานในหน้าร้านแบบออฟไลน์ก่อนที่จะมากดซื้อบนออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าหมวดความงามและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ประเด็นที่สองคือ ความสนใจในสินค้าต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคไทยถึง 81% เปิดรับแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ที่ยังไม่มีในไทย เนื่องจากปัญหาที่สินค้าพรีเมียมคุณภาพสูงบางครั้งมีซัพพลายไม่เพียงพอต่อการเข้าถึง แต่จะพิจารณาจาก คืนสินค้าง่ายไหม ของแท้หรือเปล่า จัดส่งเร็วแค่ไหน ขณะที่เรื่องราคาคุ้มค่าไหมอยู่ปัจจัยท้าย ๆ


ทิศทางของ Lazada ในยุค Confidence Commerce

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lazada Thailand กล่าวว่า “ปี 2026 นี้ Lazada วางตำแหน่งตัวเองเป็น Destination ของสินค้าแบรนด์คุณภาพ อย่างการดึงแบรนด์ระดับโลกมาขายเฉพาะที่ Lazada เท่านั้น ตลอดจนการ Collaboration เชื่อมแบรนด์ไทยกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อออกคอลเลกชันพิเศษ”

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lazada Thailand
วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lazada Thailand


โดย Lazada จะมีการดำเนินการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นในเรื่องต่อไปนี้

  • เน้นความน่าเชื่อถือและสินค้าคุณภาพ: ดัน LazMall ให้เป็นศูนย์รวมแบรนด์แท้ และนำเสนอหมวดสินค้าพรีเมียมอย่าง LazMall Luxury
  • โปรเจกต์ Lazada Exclusive: ร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลกและแบรนด์ไทย เพื่อวางจำหน่ายสินค้าคอลเลกชันพิเศษเฉพาะบน Lazada ที่เดียวเท่านั้น เช่น การจับมือกับ Sanrio และแบรนด์แฟชั่นไทย และแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ
  • ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: ให้บริการส่งไว (95% ของสินค้าจัดส่งถึงในวันถัดไป) การันตีคืนสินค้าได้ใน 30 วัน มีบริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงโปรแกรม Trade-in ที่สามารถนำมือถือเก่าแลกใหม่
  • Lazada Membership: โปรแกรมสะสมคะแนนที่เปิดตัวไปช่วง 12.12 ช่วยเพิ่มยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่ม Royal Shoppers (ระดับ Platinum) ได้มากถึง 5 เท่า
  • ขับเคลื่อนด้วย AI: มีการนำ “Lazzie AI” มาใช้งานอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มอัตราการสั่งซื้อสินค้าได้ถึง 40% และผู้ใช้งานถึง 61% กลับมาใช้งานซ้ำในทุกสัปดาห์


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ