บทเรียนตลาดทุน จากยุค IMF ถึง AI ทำไมคอร์รัปชันยังใช้สูตรเดิม? ถอดรหัสซีรีส์ Undercover Miss Hong

Personal Finance

Financial Planning

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

บทเรียนตลาดทุน จากยุค IMF ถึง AI ทำไมคอร์รัปชันยังใช้สูตรเดิม? ถอดรหัสซีรีส์ Undercover Miss Hong

Date Time: 12 ก.พ. 2569 10:02 น.

Video

 จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตรงตลาด ถกการศึกษาไทยในยุค AI ? | Digital Frontiers EP.54 Special Talk

Summary

เจาะลึกกลโกงยุค Analog ผ่านมุมมองซีรีส์ “Undercover Miss Hong” คุณฮง ยอดสายลับ มี “บทเรียนการเงิน” อะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง 


หากใครยังติดใจความเข้มข้นของการจับกลโกงใน The Auditors (ออดิตปิดคอร์รัปชัน) แต่โหยหาความแสบสันระดับตัวแม่แบบ The Judge from Hell ห้องพิจารณาคดีแห่งปีศาจ ซีรีส์เรื่อง “Undercover Miss Hong” คุณฮง ยอดสายลับ คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดในพิกัดหน้าจอ Netflix ขณะนี้ โดยมีทั้งหมด 16 Ep. แต่ปัจจุบันเพิ่งออนได้แค่ 8 Ep. เท่านั้น

โดยเป็นเรื่องราวของ “ฮงกึมโบ” ที่มีสมญานามว่า แม่มดแห่งยออีโด รับบทโดย พัคชินฮเย เจ้าหน้าที่จากกองสืบสวนสอบสวนตลาดทุน หน่วยงานการกำกับดูแลทางการเงิน ที่ต้องลดวัยจาก 35 เหลือ 20 ปี ในชื่อใหม่ “ฮงจังมี” เพื่อแฝงตัวเข้าไปในบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ฮันมิน 

ซึ่งภารกิจของเธอไม่ใช่แค่การชงกาแฟหรือถ่ายเอกสาร แต่คือการตามหา “บัญชีกองทุนลับ” ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ซากปรักหักพังของการยักยอกทรัพย์และการปั่นหุ้น และตามหา “เยปปี้” ผู้ให้เบาะแส ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อช่องว่างเทคโนโลยี คือรันเวย์ของอาชญากรรมการเงิน

Thairath Money ชวนแกะรอย “แง่คิด” ซีรีส์เกาหลี ว่าภายใต้ความโบ๊ะบ๊ะของสาวออฟฟิศวัยใส มี “บทเรียนการเงิน” อะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง

1. ยุค 1997 เมื่อ ‘Analog’ คือเกราะกำบังของกลโกง

ซีรีส์ “Undercover Miss Hong” คุณฮง ยอดสายลับ เซ็ตฉากหลังในปี 1997 ยุคที่โลกยังไม่มี Mobile Banking หรือการตรวจสอบธุรกรรมแบบ Real-time ความน่าสนใจคือ “ความล่าช้าของเทคโนโลยีคือช่องว่างของอาชญากรรม” ในยุคนั้น เบาะแสสำคัญมักไม่ได้อยู่ใน Cloud แต่อยู่ในหน้ากระดาษ หรือการ “สังเกต” พฤติกรรมคน

ดังนั้นไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ “Human Error” ยังคงเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดเสมอ การตรวจสอบที่ดีจึงไม่ได้ใช้แค่ซอฟต์แวร์ แต่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์พฤติกรรมเหมือนที่คุณฮงทำ

2. ‘กองทุนลับ’ และ ‘บัญชีม้า’ ยุคคลาสสิก

ปมหลักของเรื่องคือการตามหาบัญชีที่มองไม่เห็น การที่บริษัทหลักทรัพย์ระดับประเทศมีข่าวการยักยอกและปั่นหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา Corporate Governance หรือ ธรรมาภิบาล ซึ่งการที่ CEO คนเก่าตายกะทันหันก่อนเปิดโปงความลับ คือสัญญาณอันตราย (Red Flag) ของบริษัทที่มีการทุจริตเชิงโครงสร้าง

ดังนั้นแง่คิดสำหรับนักลงทุน นี่คือบทเรียนว่าตัวเลขในงบการเงินที่ดูสวยงาม อาจซ่อน “ใต้พรม” ที่สกปรกไว้ หากระบบตรวจสอบภายในอ่อนแอ 

หรืออย่างเช่นตอนที่ 3 เส้นผมบังภูเขา ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทรดดิ้งของฮันมินกรอกราคาขายผิดพลาด เป็นราคาขายต่ำสุด จนเกือบทำให้บริษัทต้องเสียเงินสามพันล้านวอน  แต่นางเอกช่วยเหลือไว้ทัน 

3. Soft Power ของพนักงานระดับล่าง กับการเข้าถึงข้อมูล

การที่คุณฮงเลือกปลอมตัวเป็นพนักงานใหม่ (Junior) เพราะนี่คือตำแหน่งที่ “ถูกมองข้ามได้ง่ายที่สุด” แต่กลับ “เข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด” รวมทั้งตำแหน่งที่ใครก็คาดไม่ถึงอย่างเช่น พนักงานทำความสะอาด ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายเช่นกัน ทำให้ในโลกของการทำงาน ข้อมูลลับมักจะหลุดลอยอยู่ในวงสนทนาริมเครื่องถ่ายเอกสาร หรือในวงทานข้าวของพนักงาน

ดังนั้นการตรวจสอบทุจริตในองค์กรไม่ได้เริ่มจากห้องประชุมบอร์ดบริหาร แต่จะต้องเริ่มจากการฟัง “เสียง” ของคนที่ทำงานหน้างานจริงๆ และการตรวจสอบไม่ใช่แค่การหาว่าเงินหายไปไหน แต่คือการหาว่า ‘ใคร’ เป็นคนทำให้มันหายไป และทำไปเพื่ออะไรมากกว่า

4. เมื่อ ‘ถ่านไฟเก่า’ กลายเป็น ‘ความเสี่ยงทางการเงิน’

การปรากฏตัวของ “ชิมจองอู” (รับบทโดย โกคยองพโย) CEO คนใหม่ที่เป็นอดีตคนรักเก่า สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในแง่ของ Conflict of Interest (การขัดกันของผลประโยชน์) ซึ่งในโลกการเงิน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมักมีผลต่อการตัดสินใจที่เอนเอียง หากคุณฮงเกิดใจอ่อน หรือ CEO มีเบื้องหลังที่เกี่ยวพันกับกองทุนลับ ความถูกต้องก็อาจถูกบิดเบือนได้ง่ายๆ

ขณะเดียวกันหากจะพูดถึงซีรีส์ Undercover Miss Hong เราไม่สามารถมองข้ามบริบทที่สำคัญที่สุดไปได้ นั่นคือ "วิกฤติต้มยำกุ้ง” หรือ วิกฤติการเงินเอเชีย ซึ่งเกาหลีใต้ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก เงินวอนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จนต้องประกาศล้มละลายเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 1997 และต้องกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นมูลค่ากว่า 58,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

วิกฤตินี้สร้างบาดแผลทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จนเรียกได้ว่าเป็น "วันอัปยศแห่งชาติ" เลยก็ว่าได้ โดยประชาชนกว่า 3.5 ล้านคนร่วมใจบริจาคทองคำ กว่า 227 ตันเพื่อช่วยชาติจนสามารถใช้หนี้หมดภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งช่วงวิกฤตินี้ถูกพูดถึงในซีรีส์เกาหลีหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Twenty-Five, Twenty-One

และเพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมบริษัทอย่าง ‘ฮันมิน’ ถึงต้องพยายามซ่อนกองทุนลับและปั่นหุ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย นั่นก็เพราะการปั่นหุ้นและการตกแต่งบัญชีฉบับปี 97 ยุคที่ "ตัวเลขคือมายากล" ในยุคนั้น ระบบการกำกับดูแลยังไม่เข้มงวดเท่าปัจจุบัน การตกแต่งบัญชีมักทำผ่านกลุ่มบริษัทที่เรียกว่า "แชโบล"หรือกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ 

อีกทั้ง การค้ำประกันไขว้ บริษัทในเครือจะค้ำประกันเงินกู้ให้กันและกัน ทำให้ดูเหมือนว่าทุกบริษัทมีเครดิตดี ทั้งที่ความจริงมีหนี้ท่วม รวมถึงการตกแต่งบัญชี เพื่อทำให้ตัวเลขในงบการเงินให้ดูมีกำไร ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักลงทุนและประคองราคาหุ้นในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มสั่นคลอน 

และการปั่นหุ้น ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารยังไม่ทั่วถึงเหมือนปัจจุบัน รายใหญ่สามารถปล่อยข่าวลือเพื่อลากราคาหุ้นได้ง่ายกว่ามาก ซึ่งในเรื่องเราจะเห็นว่าการมี "กองทุนลับ" คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างอุปสงค์เทียมเพื่อปั่นราคา

ดังนั้นในซีรีส์ Undercover Miss Hong การที่นางเอกพยายามขุดคุ้ยกองทุนลับในยุค 97 จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสัตย์ซื่อส่วนตัว แต่เป็นการสะท้อนถึงความพยายามของ "คนตัวเล็ก" ในการกำจัด "เนื้อร้าย" ที่เกือบจะทำให้ประเทศล่มจมในตอนนั้นนั่นเอง

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ซีรีส์จะฉาบหน้าด้วยความตลกและบรรยากาศออฟฟิศที่ดูสนุกสนาน แต่เนื้อในกลับเตือนใจเราเรื่อง “ความโปร่งใส” ได้อย่างเจ็บแสบ พลังพิเศษของคุณฮงไม่ใช่แค่ความอัจฉริยะด้านการจดจำ แต่คือความกล้าที่จะ “ขุด” ในสิ่งที่คนอื่นอยากจะกลบ เหมือนดังเช่น กรณีหุ้น STARK (คดีอื้อฉาวแห่งทศวรรษ) หรือแม้กระทั่ง กรณีหุ้น MORE (ปฏิบัติการปล้นโบรกเกอร์) และ คดี JKN ที่โกงหุ้นกู้ว่า 30 ล้านบาท 

แม้ Undercover Miss Hong จะพาเราย้อนเวลากลับไปในปี 1997 แต่บทเรียนจากเรื่องนี้กลับ “ร่วมสมัย” อย่างน่าตกใจ เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนจากยุคกระดาษสู่ยุค AI หรือจากเคาน์เตอร์ธนาคารสู่โลกดิจิทัล แต่ “คอร์รัปชัน” ยังคงใช้ช่องโหว่เดิมๆ เสมอ 

ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิงที่มอบเสียงหัวเราะผ่านภารกิจปลอมตัวสุดป่วนของคุณฮงเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า "ความโปร่งใส" คือรากฐานเดียวที่จะรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไว้ได้ 

และสุดท้ายแล้ว พลังของ “คนตัวเล็ก” อย่างพนักงานออฟฟิศหรือนักลงทุนรายย่อย อาจไม่ได้อยู่ที่การมีอิทธิพลล้นฟ้า แต่อยู่ที่การ “ไม่ยอมเฉยชา” ต่อความผิดปกติ และการกล้าที่จะขุดคุ้ยความจริงเหมือนที่คุณฮงทำ เพราะในโลกการเงินที่เต็มไปด้วยมายากลของตัวเลข...ความสัตย์ซื่อคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด และเป็นเกราะป้องกันวิกฤติที่ดีที่สุดในทุกยุคสมัย

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney