
จากเรือสินค้าสู่เรือสำราญ "เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์" "ภูวดี คุนผลิน" ยกระดับล่องเจ้าพระยาสู่ World Destination
จากผู้หญิงที่เติบโตมากับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเรือขนส่งสินค้าของครอบครัว เมื่อจบปริญญาโท MBA ด้านการเงินจากสหรัฐอเมริกา เธอกลับมาเมืองไทยหาประสบการณ์ทำงานนอกบ้านอยู่ 2-3 ปี ก็กลับมาช่วยธุรกิจเรือขนส่งสินค้าของคุณพ่อ “ร้อยเอกชม คุนผลิน” ซึ่ง “คุณเอ๋ ภูวดี คุนผลิน” เล่าว่า เธอ 2 คนกับ พี่สาว (ดร.ภูวนิดา คุนผลิน) เข้าไปช่วยงาน ไม่ได้แค่นั่งบริหาร แต่เรียนรู้ทุกอย่าง ต้องนั่งเรือหางยาว เพื่อขึ้นไปดูเรือใหญ่ ปีนขึ้นเรือ-ลงเรือ ซึ่งลูกเรือมีแต่ผู้ชายที่ส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว
ขณะที่กำลังสนุกกับงาน คุณแม่ “ดร.มาลีรัตน์ คุนผลิน” กลับเป็นห่วงลูกสาว ทั้งเรื่องความปลอดภัย และเห็นว่าเป็นงานหนัก ที่ไม่เหมาะ กับผู้หญิง จึงไม่อยากให้ทำ หลังจากนั้นครอบครัวจึงตัดสินใจขายธุรกิจเรือขนส่งสินค้า...
ด้วยความที่ครอบครัว “คุนผลิน” เป็นครอบครัวที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะการไปเที่ยวต่างประเทศ และมักไปล่องเรือสำราญท่องเที่ยวประเทศต่างๆมาเกือบทั่วโลก วันหนึ่งเมื่อครอบครัวได้มีโอกาสล่องเรือชมวิวเจ้าพระยา บรรยากาศบนลำน้ำยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากสองฝั่งแม่น้ำสวยงามน่าประทับใจมาก จุดประกายให้ “คุณเอ๋” และครอบครัวเห็นโอกาสในธุรกิจนี้
หลังศึกษาข้อมูลและวางแผนธุรกิจ ในที่สุดปี 2547 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของ “เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์” หลังใช้เงินลงทุนก้อนแรกร่วม 100 ล้านบาท สั่งซื้อเรือเฟอร์รี่จากต่างประเทศ นำเข้ามารีบิลด์ตกแต่งใหม่ทั้งลำ “คุณเอ๋” เล่าว่าโชคดีที่ช่วงนั้นรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว และสำนักงานส่งเสริมการลงทุนบีโอไอยกเว้นภาษีนำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวดีมากๆ ทำให้เธอฝ่าด่านแรกมาได้อย่างมั่นใจ
เรือสำราญ “เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์” เปิดหวูดออกจากท่าน้ำเที่ยวแรก ก็สร้างความฮือฮาและความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการ เพราะงานแรกคืองานเลี้ยงรับรองผู้นำและคู่สมรสประเทศต่างๆที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปก (APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยพาผู้โดยสารวีไอพีจากทั่วโลก ล่องเรือสำราญชมความงามน่านน้ำและทิวทัศน์ 2 ฝั่งเจ้าพระยา
“คุณเอ๋” เล่าว่าเธอและทีมงานทุ่มเทกันอย่างสุดตัว ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด ตั้งแต่การตกแต่งเรือที่ได้น้องชาย “อั๋น ภูวนาท” มาดูแล เป็นแบบไทยประยุกต์ อาหาร การแสดง กิจกรรมบนเรือ ขณะที่พนักงานทุกคนได้รับการเทรนมาอย่างดี เพียบพร้อมด้วย Service mind บริการชั้นเลิศ ที่เป็นจุดเด่นของคนไทย โดยในคืนก่อนวันงาน เธอต้องทำงานกันหนักถึงตี 5 เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นไปตามคาด “เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์” ได้รับความชื่นชมอย่างมาก ซึ่งความสำเร็จของงานนี้ไม่ได้แค่สร้างชื่อเสียงและความประทับใจกับประเทศไทย แต่ยังเติมเต็มความมั่นใจของเธอว่า เรือสำราญสามารถยกระดับการท่องเที่ยวบนสายน้ำเจ้าพระยาให้เป็น Destination จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวได้จริง!!
หลังจากนั้น “เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์” ก็ได้ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก มาล่องเรือดินเนอร์ชื่นชมเจ้าพระยาและแสงสีทิวทัศน์ 2 ฟากฝั่ง
แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ในธุรกิจท่องเที่ยว เคยแต่เป็นผู้ใช้บริการท่องเที่ยวระดับ Luxury ที่ไปมาทั่วโลก ทำให้เธอและ น้องชาย “ภูวไนย คุนผลิน” ที่เข้ามาช่วยธุรกิจนี้ ต้องทุ่มเททุกสรรพกำลัง โดดลงไปทำงานทุกอย่าง ทั้งดูแลอาหารเครื่องดื่ม เทรน พนักงานและบริการลูกค้า ช่วงปีแรกๆขึ้นเรือไปกับทีมงานและลูกค้าทุกเที่ยวทุกวัน เพื่อดูแลและฟัง feedback ลูกค้าด้วยตัวเอง
“คุณเอ๋” สอนพนักงานว่า ลูกค้ามีเวลาอยู่บนเรือกับเราเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เราต้องทำ 2 ชั่วโมงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้ลูกค้าประทับใจที่สุด เป็น 2 ชั่วโมงที่มีค่าที่สุด แล้วลูกค้าจะบอกต่อและยังกลับมาหาเรา “เอ๋โชคดีที่มีทีมงานดีมากๆ มีมาตรฐานสูง เราบริหารเขาด้วยใจ ให้ใจเขา เขาก็ให้ใจเรา ทุกวันนี้พนักงานที่เริ่มทำงานวันแรกยังอยู่กับเรากว่า 70% เพราะช่วงโควิดเราต้องลดคน”
เมื่อถามถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่ต้องเผชิญตลอดกว่า 20 ปี “คุณเอ๋” เล่าว่า แม้จะเปิดตัวอย่างสวยงาม แต่ “เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์” ต้องเผชิญวิกฤติใหญ่ตั้งแต่ปีแรก คือ ปลายปี 2547 เกิดสึนามิในภาคใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ยกเลิกการจองทั้ง 100%!! ธุรกิจที่กำลังไปได้ดี ต้องชะงักทันที ทำให้เธอต้องรีบปรับตัวด้วยการทำตลาดลูกค้าคนไทย ถือเป็นบทเรียนสำคัญ ว่าธุรกิจท่องเที่ยวต้องกระจายความเสี่ยงและมองหาตลาดใหม่ๆเสมอ หลังจากนั้นยังเจอกับวิกฤติโรคระบาดซาร์ส ไข้หวัดนก น้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่ก็สู้จนผ่านมันมาได้
ที่หนักสุดๆคือช่วงที่เกิดความขัดแย้งทางการเมือง จนมีการปิดเมืองปิดสนามบิน ครั้งนั้นแทบจะหยุดเดินเรือไปเลย จนมาช่วงโควิด-19 ปี 2563-65 เป็นวิกฤติที่หนักที่สุด ทำให้ต้องหยุดให้บริการนานถึง 3 ปี “คุณเอ๋” บอกว่า เกือบถอดใจ โชคดีที่มีกำลังใจแรงสนับสนุนจากทีมงาน คือพลังสำคัญที่ทำให้ไม่ยอมแพ้ เรามีเรือ 3 ลำ ไม่มีรายได้เข้ามาเลย ช่วงก่อนโควิด โชคดีที่ตัดสินใจขายเรือลำเล็กไปก่อน หลังโควิด ได้ขายเรือลำแรกที่ซื้อมา ทำให้ตอนนี้เราเหลือเรือลำใหญ่ที่จุคนได้ 400-500 คน
จนเมื่อหมดโควิด กลับมาให้บริการอีกครั้งปลายปี 65 ก็ต้องเจอกับสงครามราคาจากคู่แข่งที่พบว่ามีทุนต่างชาติ (จีน) นำเรือใหญ่เข้ามาทำตลาดและขายราคาถูก โดยเน้นปริมาณคนเยอะๆแต่ไม่ได้เน้นคุณภาพอาหารและบริการ แต่ เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์ เลือกที่จะไม่ลงไปเล่นสงครามราคา ยืนหยัดที่จะรักษาคุณภาพมาตรฐานอาหาร ความปลอดภัย และการบริการที่จริงใจ เพราะเป้าหมายเรา ต้องการยกระดับการท่องเที่ยวเจ้าพระยา ให้เป็น Luxury Experience เหมือนในต่างประเทศ!!
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้า เดอะ แกรนด์ เจ้าพระยา ครุยส์ เป็นต่างชาติ 70% คนไทย 30% ทำให้ต้องรักษาสมดุลระหว่างการนำเสนอวัฒนธรรมไทยให้เข้าใจง่ายแก่ชาวต่างชาติ และตอบสนองความต้องการของคนไทยที่คุ้นเคย กับสายน้ำเจ้าพระยา
ประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษในธุรกิจเรือท่องเที่ยวสอนให้ “คุณเอ๋” รู้ว่าการทำธุรกิจท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องกำไร แต่คือการสร้างมาตรฐานให้ทั้งอุตสาหกรรม เธออยากเห็นการล่องเรือบนแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกยกระดับเป็น Destination ระดับโลก ที่คนทั่วโลกต้องมาเยือน ไม่ต่างจากล่องเรือในปารีสหรือเวนิส เธอเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะจดจำประเทศ ไทยผ่านประสบการณ์บนเรือหรู จึงอยากให้ภาครัฐและผู้ประกอบการร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานเรือท่องเที่ยว มากกว่าการแข่งขันขับเคี่ยวกันด้วยราคา!! เพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำของแผ่นดิน เป็น World Destination ที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง!!
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม