
ภูเก็ต มหานครอสังหาฯโลก กรณีศึกษา ASW กับเกมล่วงหน้า ในวันที่ดีเวลอปเปอร์กำลัง “ลองตลาด”แต่รายนี้ กำลังครองทุกทำเล 5.4 หมื่นล้าน รับเทรนด์เมืองยุทธศาสตร์ระดับนานาชาติของฝั่งอันดามัน
ภูเก็ตในวันนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะแค่เมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังถูกจัดวางสถานะใหม่เป็น เมืองยุทธศาสตร์ระดับนานาชาติของฝั่งอันดามัน จากแรงขับเคลื่อนของเมกะโปรเจกต์ การลงทุนจากทุนขนาดใหญ่ และการหลั่งไหลของ Branded Residence จากแบรนด์ระดับโลก
ข้อมูลจากฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ระบุชัดว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตมีการเปิดตัวใหม่รวมกว่า 45,066 ยูนิต มูลค่าการลงทุนกว่า 469,720 ล้านบาท ขณะที่เฉพาะปีที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ถึง 8,372 ยูนิต จาก 23 โครงการ มูลค่ารวม 47,349 ล้านบาท
ทำเลยอดนิยมอย่าง บางเทา กะตะ กะรน ราไวย์ ใจกลางเมือง และพื้นที่ชายหาดสำคัญ กลายเป็นจุดหมายของดีเวลอปเปอร์แทบทุกราย
ปัจจัยหนุนไม่ได้มาจากดีมานด์ระยะสั้น แต่สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนทั่วโลก นักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี ที่เดินทางมาพักผ่อนซ้ำ ๆ เริ่มเปลี่ยนสถานะเป็น Long Stay และ Second Home ขณะเดียวกันจำนวน โรงเรียนนานาชาติ 16 แห่ง กำลังสะท้อนภาพ “ครอบครัวหลายสัญชาติ” ที่เข้ามาพำนักจริง
Colliers ประเมินว่า แรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจกต์ และการลงทุนระดับพรีเมียม อย่างข่าวล่าสุด ICONSIAM PHUKET อาจทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตปี 2569 ขยับเข้าใกล้ระดับกรุงเทพฯ และมหานครชั้นนำของโลก และนี่เอง เมื่อเมืองกำลังยกระดับตัวเองสู่ตลาดโลก คนที่อ่านเกมนี้ออกก่อน ย่อมได้เปรียบก่อนเสมอ
ในจังหวะที่หลายบริษัทเพิ่งเริ่มขยับเข้าสู่ภูเก็ต บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กลับเลือกวิธีที่ต่างออกไปตั้งแต่ต้น ด้วยการเข้าไปลงทุนใน บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE) จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลัก เมื่อหลายปีก่อน
ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การลงทุนในบริษัทลูก แต่คือการเชื่อมต่อกับ Local ดีเวลอปเปอร์ที่แข็งแรงที่สุดรายหนึ่งของภูเก็ต ที่มีทั้งแลนด์แบงก์ เครือข่ายเอเยนต์ ความเข้าใจตลาด และฐานลูกค้าต่างชาติ
ผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 2 ปีนิด ๆ
หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ ระบบการขายที่ปิดความเสี่ยงสต็อก แบ่งชำระ 25% 25% 25% ก่อนโอน ทำให้ยูนิตไม่ไหลกลับเข้าสู่สต็อกเหมือนดีเวลอปเปอร์ทั่วไป ซึ่งในวันที่หลายบริษัทกำลัง “ทดสอบตลาดภูเก็ต” ASW กลับเดินเกมในลักษณะของคนที่มั่นใจว่า นี่คือตลาดหลักในอนาคตอย่างแน่นอน
ท่ามกลางปีที่เศรษฐกิจไทยถูกประเมินว่าอาจเติบโตต่ำกว่า 2% ภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน ความกังวลของสถาบันการเงิน ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์แต่ในภาพเดียวกัน ASW กลับประกาศแผนเปิดโครงการใหม่ และขยายการลงทุนในภูเก็ตอย่างชัดเจน
“กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW มองสถานการณ์นี้ต่างออกไป
“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่เราเห็นสัญญาณบวกจากสมดุลของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์เน้นบริหารจัดการสต๊อกและศึกษาตลาดก่อนเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง ขณะที่กำลังซื้อฝั่งเรียลดีมานด์ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป”
เขามองว่า โลกที่ผันผวนไม่ใช่เหตุผลให้หยุด แต่คือเหตุผลที่ต้อง อ่านตลาดให้แม่นขึ้นกว่าเดิม
ASW เข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วงโควิดปี 2564 เติบโตท่ามกลางความไม่ปกติมาตลอด ทำให้การวางแผนธุรกิจต้องประเมินปัจจัยรอบด้านเสมอ ทั้งสงคราม การค้า ภาษี ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย ไปจนถึงการเลือกตั้งและหนี้ครัวเรือน
“ในสภาวะที่ตลาดมีความเฉพาะตัวสูง ดีเวลอปเปอร์ที่มองเห็นโอกาสและเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง จะยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง”
สำหรับ ASW ความยั่งยืนในโลกใหม่ ไม่ได้มาจากการเปิดโครงการมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 4 แกนคิดหลัก
นี่เอง ภูเก็ต จึงไม่ใช่เพียงทำเลที่เติบโต แต่เป็นคำตอบของยุทธศาสตร์นี้พอดี
ปี 2569 ASW ประกาศเปิดใหม่ 11 โครงการ มูลค่า 17,555 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้อยู่ที่ภูเก็ตถึง 6 โครงการ มูลค่า 10,100 ล้านบาท ทำเลใหม่ที่ขยายเพิ่ม ได้แก่ หาดสุรินทร์ และเกาะแก้ว นอกเหนือจากทำเลหลักอย่าง กมลา ในยาง ราไวย์ กะรน
โครงการไฮไลต์ ได้แก่
กรณีศึกษาที่สะท้อนดีมานด์ชัดเจน คือ พูลวิลล่า 26 ยูนิต ที่หาดในยาง ขายหมดใน 2 สัปดาห์ เมื่อรวมโครงการใหม่ทั้งหมด ปีนี้ THE TITLE จะมีโครงการในภูเก็ตเพิ่มเป็น 21 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านบาท สะท้อน นี่คือการ ปักหมุดครบทุกหาดที่มีดีมานด์
ความแตกต่างสำคัญอย่างมีนัยของเกมนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนโครงการ แต่อยู่ที่ Ecosystem ที่ถูกสร้างขึ้นรอบลูกค้า ผู้บริหารชี้ว่า ASW ไม่ได้มีแค่ที่อยู่อาศัย แต่มีองค์ประกอบสนับสนุนการใช้ชีวิตครบวงจร ได้แก่
ทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนแนวคิดที่ชัดเจนว่าASW ไม่ได้ขาย “ห้องพัก” แต่กำลังขาย “การใช้ชีวิตในภูเก็ต”ในวันที่ตลาดอสังหาฯทั่วประเทศอยู่ในภาวะทรงตัว การเติบโตของบางบริษัทอาจไม่ได้มาจากจังหวะตลาดที่ดี แต่เกิดจากการอ่านเมืองขาดก่อนใครหลายปี และภูเก็ต คือภาพสะท้อนที่ชัดที่สุดของเรื่องนั้นในวันนี้
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney