
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจค้าปลีกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยและท้าทายอย่างยิ่ง จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งสินทรัพย์ปลอดภัย สินทรัพย์เสี่ยง และตลาดการเงินที่เคลื่อนไหวในจังหวะที่คาดเดาได้ยาก ทำให้การประเมินแนวโน้มกำลังซื้อและพฤติกรรมการใช้จ่ายล่วงหน้าทำได้ลำบากกว่าปกติ
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ตัดสินใจรวดเร็วและไม่มีรูปแบบชัดเจน ทำให้องค์กรต้องปรับตัวอย่างหนักจากเดิมที่วางแผนระยะยาว 3-5 ปี ปัจจุบันต้องทบทวนกลยุทธ์กันแบบรายเดือนหรือรายไตรมาสเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์
สำหรับในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้นโลกกำลังก้าวสู่การแบ่งขั้วอำนาจที่ชัดเจนระหว่างตะวันตกและตะวันออก ขณะที่บทบาทของผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวทีระดับโลกเริ่มแผ่วลง ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งยืนอยู่ตรงกลางเผชิญกับจุดที่ยากลำบากในการวางตัว การตัดสินใจลงทุนในปีนี้จึงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด
พร้อมกันนี้ยังได้ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลชุดใหม่ว่านี่คือ “งานหิน” ที่พลาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อขาดแรงส่งจากนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “Easy E-Receipt” เหมือนปีก่อน ยิ่งทำให้ประชาชนเลือกที่จะเก็บเงินเพื่อรอดูสถานการณ์ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าจนเกินไป รวมถึงยกระดับทักษะการเจรจาต่อรองในเวทีการค้าโลก และให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง
ทางด้านกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในปีนี้ จะเน้นไปที่การกลับสู่พื้นฐาน และการสร้างความแตกต่างด้วยอารมณ์ความรู้สึก เพื่อดึงดูดลูกค้าให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า โดยปรับเปลี่ยนทิศทางการตลาดจากการจัดอีเวนต์จำนวนมากมาเป็นการเน้นคุณภาพและแรงกระแทก (Impact Over Quantity) เลือกจัดงานใหญ่ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายชัดเจนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศและกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนมหาเฮง เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 240 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ใช้งบ 200 ล้านบาท จัดแคมเปญใหญ่ “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026” ภายใต้แนวคิด “มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” โดยผนึกกำลังกับยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มจากจีน อาทิ Alipay, UnionPay, WeChat Pay และ iQIYI เพื่อปั้นระบบนิเวศการค้า (Retail Ecosystem) เชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
นางสาววรลักษณ์กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้วางกลยุทธ์การทำตลาดตรุษจีน Customer-Centric Festive ผ่าน 3 แกนหลัก JOY • LUCK • LOVE โดยมองตรุษจีนไม่ใช่เพียงเทศกาลการค้า แต่คือช่วงเวลาที่ผู้คนและครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน จึงออกแบบเทศกาลนี้ในฐานะ Chinese Festive Destination ที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมาย ทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีกิจกรรม
ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าวดำเนินการผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก สร้างประสบการณ์ครบวงจรตั้งแต่ความบันเทิง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม ไปจนถึงการจับจ่าย ในรูปแบบ Co-Branded Experience อาทิ TRIP.COM และ iQIYI ที่เชื่อมประสบการณ์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำความเป็น “ต้นตำรับตรุษจีน” ด้วยพิธีกรรมที่ถูกต้องตามขนบประเพณีจีน อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลรับปีม้าไฟ ควบคู่กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน มหกรรมอาหารมงคลกว่า 3,000 เมนู และโปรโมชันจากศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าลดราคาสูงสุด 70% เพื่อกระตุ้นทราฟฟิก การใช้จ่าย และยกระดับตรุษจีนให้เป็นเทศกาลเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ที่ผู้บริโภคอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี
เมื่อเทศกาลถูกออกแบบบนพื้นฐานของวิถีชีวิตจริงของผู้คน จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมยกระดับตรุษจีนให้เป็นเทศกาลที่ผู้บริโภคอยากกลับมาสัมผัสซ้ำอย่างต่อเนื่องในทุกปี
พร้อมดึงกลยุทธ์ไอดอลมาร์เก็ตติ้งและคอนเทนต์ซีรีส์ดังมาสร้างประสบการณ์ใหม่ โดยคาดการณ์ว่าตลอดแคมเปญ 35 วัน จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในกลุ่มเดอะมอลล์ทุกสาขาไม่ต่ำกว่า 4,200 ล้านบาท เพื่อเป็นแรงส่งสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
“เป้าหมายทราฟฟิกที่ตั้งไว้ให้เพิ่มขึ้น 15% ในช่วงตรุษจีนนี้หากทำได้สำเร็จจะเป็นเรื่องที่เก่งมาก เนื่องจากไม่มีมาตรการภาษีจากรัฐช่วยกระตุ้นเหมือนปีก่อน และช่วงเวลาการจัดงานไม่ได้ตรงกับช่วงเงินเดือนออกเหมือนปีที่ผ่านมา” นางสาววรลักษณ์ กล่าวท้ายที่สุด