
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จับมือ มจพ. ปั้น "ครูฝึกมืออาชีพ" ยกระดับแรงงานไทยด้วยมาตรฐานอาชีพและการเรียนรู้จากพื้นที่หน้างานจริง
นางสาวจุลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI กล่าวว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยสำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จัดงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการรับรองสมรรถนะแรงงานในสถานประกอบการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ จตุรพาณิชย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมด้วย
นอกจากนี้ยังมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ : กลไกยกระดับแรงงานจากการทำงานจริง ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงกมล โพธิ์นาค ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกล่าวปาฐกถาพิเศษ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม ผ่านกลไก ครูฝึกในสถานประกอบการ
โดยโครงการดังกล่าวออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด Demand–Driven, Competency–Based และ Workplace–Based โดยใช้สถานประกอบการเป็นพื้นที่หลักของการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการประเมินสมรรถนะ มุ่งเน้นให้สถานประกอบการสามารถจัดฝึกอบรม ประเมินสมรรถนะ และรายงานผลการรับรองสมรรถนะแรงงานได้อย่างเป็นระบบ ตามมาตรฐานอาชีพและระบบคุณวุฒิวิชาชีพของประเทศหัวใจสำคัญของโครงการ คือการพัฒนาศักยภาพ
รวมถึงครูฝึกและหัวหน้างานในสถานประกอบการ ให้มีบทบาทมากกว่าผู้สอนงานในหน้างาน แต่เป็น ผู้ออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะที่สามารถเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพเข้ากับบริบทการทำงานจริง ส่งผลให้แรงงานมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสามารถยกระดับคุณภาพแรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยการดำเนินโครงการครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์มาตรฐานอาชีพ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูฝึก การจัดฝึกอบรมและประเมินสมรรถนะ ไปจนถึงการสนับสนุนให้สถานประกอบการจัดการรับรองสมรรถนะแรงงานภายในองค์กร โดยมีเป้าหมายให้มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 10 แห่ง พัฒนาครูฝึกและหัวหน้างานไม่น้อยกว่า 80 คน และส่งเสริมการรับรองสมรรถนะแรงงานไม่น้อยกว่า 800 คน
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอภาพรวมโครงการ การปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับบทบาทของระบบคุณวุฒิวิชาชีพในการยกระดับแรงงานจากการทำงานจริง การเปิดตัวเครือข่ายสถานประกอบการ และการเสวนาพิเศษในหัวข้อ ครูฝึกในสถานประกอบการ : กลไกใหม่ของการพัฒนากำลังคนไทย ซึ่งสะท้อนมุมมองจากภาคนโยบาย ภาคการศึกษา ภาคสมาคมวิชาชีพ และภาคสถานประกอบการ พร้อมทั้งการนำเสนอกรณีศึกษาจริงจากองค์กรที่นำระบบไปใช้
สำหรับโครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ สู่การปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ เพื่อสร้างระบบการพัฒนาสมรรถนะที่มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บุกสยามสแควร์ : เมกาเชฟ หรือ Megachef แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมที่อยู่คู่ครัวไทยและส่งออกไปทั่วโลก ประกาศรุกตลาดครั้งใหญ่ในปี 2569 สร้างปรากฏการณ์ความอร่อยใจกลางกรุง จัดงานสุดยิ่งใหญ่ Brave n Meet Eat ความอร่อย ณ สยามสแควร์ Block K ขนทัพกิจกรรมท้าความกล้าสไตล์คนรุ่นใหม่
พร้อมเปิดตัว 7 สาว 4EVE เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าในวงการ T-POP ของเมืองไทยในยุคนี้ ในฐานะพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการ เพื่อขยายฐานการตลาดสู่กลุ่ม Gen Z และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพ พร้อมโชว์ศักยภาพความพิถีพิถันของผลิตภัณฑ์ ผ่านเชฟชื่อดังของเมืองไทย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้บริหารแบรนด์เมกาเชฟ เป็นประธานเปิดงาน โดยระบุถึงความตั้งใจในการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะลอง และสร้างสรรค์ความอร่อยในแบบฉบับของตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเมกาเชฟ พร้อมร่วมพูดคุยถึงแคมเปญที่มีร่วมกับพรีเซนเตอร์สาวทั้ง 7 คน
สนับสนุนการเรียน : มูลนิธิกรุงศรี โดยนายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินสนับสนุนจำนวน 500,000 บาท แก่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบ ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School) ซึ่งมีรูปแบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยมุ่งหวังแก้ปัญหาและสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ตามความเหมาะสมและศักยภาพของแต่ละบุคคล
โดยการสนับสนุนในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของมูลนิธิกรุงศรีในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในระดับประเทศและสากล เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับสังคมไทยสืบไป