
กระแส Disneyland Thailand อาจยังเป็นเพียงแนวคิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือโครงสร้างพื้นฐานของ EEC ที่เริ่มมีคุณสมบัติตรงตามสูตร ทำความรู้จัก EECiti เมืองใหม่ 1.34ล้านล้าน หมุดหมายสวนสนุกไทย
จากกระแส “Disneyland Thailand” กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากถ้อยคำที่ออกมาจากภาครัฐ และการสื่อสารของสถานทูตไทยในสหรัฐฯ ที่พูดถึง “ความเป็นไปได้” อย่างจริงจัง แม้ยังไม่มีการยืนยันใด ๆ จาก Disney แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ บริบทของโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กำลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ “เงื่อนไข” ที่บริษัทระดับโลกอย่าง Disney ใช้พิจารณาเลือกประเทศเข้ามาลงทุน หรือ ยอมขายลิขสิทธิ์ให้มานานหลายทศวรรษ
คำพูดของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ”รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแล EEC เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ไม่ได้พูดถึงดิสนีย์แลนด์ในฐานะสวนสนุกเพียงอย่างเดียว แต่มีการพูดถึงภาพของ Entertainment & Lifestyle Hub ที่มีทั้งคอนเสิร์ตฮอลล์ สนามกีฬามาตรฐานโลกความจุ 80,000 ที่นั่ง และพื้นที่รองรับอีเวนต์ระดับนานาชาติ โดยย้ำว่าไม่จำเป็นต้องมีกาสิโนอยู่ในนั้น
ขณะเดียวกัน ล่าสุดโพสต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็สื่อสารไปในทิศทางเดียวกันว่า ไทยกำลังพยายามวางตัวเองเป็นตัวเลือกของ Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ความพร้อมของพื้นที่ EEC เป็นจุดขายหลัก
แม้ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับ “แนวคิด” แต่ถ้าถอดออกจากคำพูดแล้วมองผ่านเลนส์ของ Disney จะพบว่า บริษัทนี้ไม่ได้เลือกประเทศจากความสวยงามหรือความตั้งใจของรัฐบาล หากแต่ใช้เกณฑ์วิเคราะห์แบบ Mega Project ที่ต้องคืนทุนในระยะยาว 20-30 ปี เกณฑ์สำคัญที่สุดคือฐานประชากรและกำลังซื้อในรัศมีการเดินทาง 3-4 ชั่วโมง โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเดินทางได้สะดวกด้วยสนามบินและระบบราง ที่ดินขนาดใหญ่ระดับหลักพันไร่ที่ขยายได้ในอนาคต
รวมไปถึง เสถียรภาพทางการเมืองและกฎหมายที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และโมเดลความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นผ่านรูปแบบ Joint Venture หรือ Licensing ซึ่ง Disney ใช้ในโตเกียว ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้เมื่อเอาเกณฑ์เหล่านี้มาวางทาบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใน EEC ก็อาจมีความเป็นไปได้ ?
เป็นที่รับรู้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของไทย กำลังจะมีสนามบินอู่ตะเภาในฐานะเมืองการบิน มีโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน มีมอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึก และฐานโรงแรม ท่องเที่ยวอย่างพัทยา
ซึ่งล่าสุดทุนยักษ์ใหญ่ อย่าง แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เพิ่งประกาศเดินหน้า พัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิป ซึ่งหวังส่งเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย โดยปรากฎไฮไลท์สำคัญ คือ การนำแบรนด์โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มาเปิดตัวครั้งแรกในพัทยา ซึ่งจะหรูหราและทันสมัยมากที่สุด 224 ห้อง มีพื้นที่รวมประมาณ 34,505 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลริมชายหาดภายในพื้นที่โครงการ Aquatique ซึ่งมีขนาดประมาณ 27-2-75 ไร่
โครงการ Aquatique ยังประกอบด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สกพอ. และบริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ก็เพิ่งลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุน เพื่อเริ่มเดินหน้าโครงการเมืองการบินอย่างเป็นทางการ โดย UTA ยอมสละเงื่อนไขบางส่วนที่ผูกกับโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้การพัฒนาเริ่มต้นได้ก่อน นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนต่างชาติมักมองว่า “โครงสร้างพื้นฐานเริ่มขยับจริง ไม่ใช่แผนบนกระดาษ”
จุดที่หลายฝ่ายเริ่มจับตามองมากที่สุด ว่าอาจเป็นที่ตั้งของ ดิสนีย์แลนด์ในไทย คือพื้นที่ที่เรียกว่า EEC Capital City หรือ EECiti บางละมุง ชลบุรี เมืองใหม่บนพื้นที่เกือบ 15,000 ไร่ มูลค่าโครงการราว 1.34 ล้านล้านบาท ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและเมืองอัจฉริยะในอนาคต
โดยผังเมืองระยะที่หนึ่งได้จัดสรรพื้นที่สำหรับย่านบริการ ท่องเที่ยว กีฬา โลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัยแบบผสมผสานไว้ชัดเจน สิ่งนี้ทำให้ EECiti ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นในบทวิเคราะห์ เพราะคุณสมบัติสำคัญของ Disneyland คือ ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถขยายได้ และต้องอยู่ในเมืองที่ถูกออกแบบใหม่ ไม่ใช่เมืองเก่า
โครงการ EECiti นี้ ตามเป้าหมายถูกวางให้เป็น “ศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต” หรือ Capital City ของ EEC โดยมีเป้าหมายใหญ่ คือ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่อันดับ 1 ใน 10 ของโลกภายในปี 2580
พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ผ่านรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) รวมมูลค่ากว่า 74,465 ล้านบาท ภายในปี 2569 ซึ่งคาดจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ EEC
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องไม่มองข้ามคือ Disney จะไม่เปิดสวนสนุกในที่ที่จะไปแย่งลูกค้าของสาขาเดิม ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ถูกวางเพื่อรองรับตลาดจีนเป็นหลัก ขณะที่หากมีสาขาในไทยจริง ฐานตลาดจะเป็นคนละกลุ่ม คืออาเซียน อินเดียตอนใต้ ตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก นี่คือความแตกต่างเชิงภูมิศาสตร์ที่ทำให้ไทย “อาจ” ไม่ทับซ้อนกับสาขาเดิมของ Disney เท่าที่หลายคนกังวล
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า Disneyland Thailand จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ทำให้เห็นว่า เหตุใดชื่อของ EEC และโดยเฉพาะ EECiti จึงถูกหยิบมาพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เพราะการประชาสัมพันธ์ของรัฐ หากแต่เพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่ Disney ใช้ตัดสินใจลงทุนในอดีต กำลังค่อย ๆ ปรากฏอยู่ในพื้นที่นี้พร้อมกันอย่างมีนัยสำคัญ
คำถามจึงไม่ใช่ว่าไทยจะมีดิสนีย์แลนด์หรือไม่ในเร็ววัน แต่คือ หาก Disney มองหา “ฐานที่มั่นใหม่” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่แบบใดในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเงื่อนไขของเขามากที่สุดในเวลานี้ และคำตอบที่หลายฝ่ายเริ่มชี้ไปตรงกัน ก็คือ พื้นที่เมืองใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้นใน EEC นั่นเอง แม้ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นการศึกษา แต่ความเป็นไปได้ที่ถูกพูดถึงในวันนี้ ดูเหมือนจะมีข้อเท็จจริงรองรับมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต
ที่มา : eeco.or.th , UTA
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney