
Midea Thailand หรือ ไมเดีย ประเทศไทย แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีน เผยแผนปี 2026 นี้ รุกตลาดไทยหนักขึ้น ทุ่มเงินทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 311 ล้านบาท เตรียมปรับภาพลักษณ์ใหม่ ขยายหน้าร้านในตลาดหลักอย่างต่างจังหวัด พร้อมกับเพิ่มไลน์อัพสินค้าใหม่ให้ครอบคลุม ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และให้เข้าถึงคนเมืองมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ทั้งบริษัทให้ได้ 60% หรือกว่า 3,500 ล้านบาท หลังจากปี 2025 ที่ผ่านมารายได้รวมโตขึ้น 20% ปิดปีที่ตัวเลขประมาณ 2,100 ล้านบาท
จากงาน Midea Convention 2026 งานใหญ่ประจำปีของแบรนด์ไมเดีย ได้ประกาศความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แม้จะมีปัจจัยจากภายนอกกระทบต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในภาพรวม แต่ไมเดียกลับมีรายได้ที่เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า และในปีนี้ตั้งเป้าจะสร้างรายได้ที่มากขึ้นเนื่องจากปัจจัยด้านสภาพอากาศจะเอื้อต่อธุรกิจมากขึ้น และทางไมเดียยังมีแผนที่จะขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้นผ่านการปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย ไม่ได้รุกแค่ธุรกิจแอร์อีกต่อไป แต่จะเพิ่มไลน์ไปในกลุ่ม Smarthome เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ซีล เจียง ประธานไมเดีย ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า “ไมเดียเตรียมแผนลงทุนเพิ่มเติมในเมืองไทยกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันแบรนด์ให้เติบโต ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว เปลี่ยนภาพไม่ใช่แค่เครื่องปรับอากาศ แต่จะออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านทุกหมวดผ่านการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ชาวไทย”
ธนวัฒน์ วงศ์ชาญวุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ไมเดีย ประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้กลายเป็นกลุ่มหลักที่มีกำลังซื้อ ทำให้เราต้องปรับภาพของแบรนด์จากที่คนเคยจำว่าไมเดียขายแอร์ มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่มที่ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ทำให้ไมเดียต้องรุกกลุ่ม Smarthome สินค้าอัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์นี้ด้วย
ปัจจุบัน สัดส่วนพื้นที่การจำหน่ายสินค้าของไมเดียส่วนใหญ่ราว 70% เป็นตลาดต่างจังหวัด โดยจะมีหน้าร้านและออฟฟิศในหัวเมืองหลัก ๆ และมีสัดส่วนหน้าร้านในกรุงเทพฯ ที่ราว 30% โดยในปีนี้จะเดินหน้าปรับส่วนแบ่งใหม่จะเพิ่มสัดส่วนในเมืองหลวงเป็น 40%
ขณะเดียวกัน ในปีนี้ก็จะเร่งปรับหน้าร้านใหม่ โดยมีกลุ่มดีลเลอร์และพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอยู่ทั่วประเทศ จะขยายหน้าร้านใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกให้ได้ 130 แห่งทั่วประเทศ (จากตอนนี้ที่มีอยู่ราว 600 แห่ง) และทางไมเดียเองจะลงไปช่วยอัพเกรดตกแต่งหน้าร้านให้กับคู่ค้า เพื่อสร้าง Awareness ให้ลูกค้าได้เห็นความพรีเมียมและความหลากหลายของสินค้าที่มี
สำหรับสัดส่วนของสินค้าที่จำหน่ายในปีที่ผ่านมายังคงเป็นกลุ่มเครื่องปรับอากาศเป็นหลัก อยู่ที่ 80% ขณะที่สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น ทั้งตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวมีสัดส่วนอยู่เพียง 20% โดยปีนี้จะปรับภาพใหม่ให้สินค้ากลุ่มอื่น ๆ มามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งจะปรับสัดส่วนขึ้นเป็น 30%
วิวัฒน์ชัย สิริถาวร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ไมเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า ในงบประมาณลงทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น จะเป็นยอดลงทุนในระยะ 2-3 ปีของบริษัท โดยจะมุ่งไปที่ด้านการตลาดและการเพิ่มช่องทางการขาย และเพื่อที่จะบุกเข้าเมืองทางไมเดีย ได้จับมือกับกลุ่มโมเดิร์นเทรด อย่าง CP Axtra เข้าไปจำหน่ายสินค้าในแม็คโคร โลตัส และในปีนี้จะจับมือกับรายใหญ่อื่น ๆ เพิ่มอีก
ไมเดียได้เข้ามาในตลาดประเทศไทยกว่า 10 ปี มีสินค้าหลักเป็นเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่จะมีการตั้งโรงงานเอง มีทีม R&D มีการผลิตเครื่องปรับอากาศเองในไทย ทำให้แบรนด์สามารถส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ในราคาที่สมเหตุสมผลพร้อมด้วยคุณภาพ
ความได้เปรียบอีกอย่างของแบรนด์ไมเดียคือ งานบริการ ที่เน้นไปที่ความรวดเร็ว เข้าถึงลูกค้าในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีบริการที่ครบตั้งแต่ติดตั้งไปถึงหลังการขาย ตอบรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วและมีบริการที่ครอบคลุม
ปีที่ผ่านมา ไมเดียได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าหลายกลุ่มด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม AI Smart Master มีทั้งตู้เย็นและตู้แช่ เครื่องซักผ้า เตาทำอาหารและเตาไมโครเวฟ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องดูดควัน เครื่องฟอกอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยมีอีโคซิสเต็มที่ครอบคลุมให้ลูกค้าจัดการควบคุมเครื่องใช้ทุกอย่างได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว ตอบโจทย์ทุกการใช้งานไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ ในปีนี้ไมเดียยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ คือ อิ้งค์ วรันธร เปานิล ศิลปินคนรุ่นใหม่ เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัย ด้วยแนวคิดอยากเป็นแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นคนรู้ใจที่เข้าใจผู้บริโภคในทุกแง่มุม ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรม ไปจนถึงการยกระดับงานบริการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น
“ตอนนี้เราจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าเป็น ‘นวัตกรรม’ ตามที่แบรนด์ไมเดียในจีนค่อนข้างพรีเมียม ดังนั้นเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าคุณภาพถึงมือผู้ใช้ในราคาที่เข้าถึงได้ เพราะตลาดไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตอนนี้ไม่ยึดติดกับแบรนด์เดิม ๆ และมองหานวัตกรรมที่คุ้มค่าและเอื้อมถึงได้” ธนวัฒน์ วงศ์ชาญวุฒิ กล่าว
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney