บิ๊กซี เชื่อผ่านจุดต่ำสุด จากสารพัดปัญหา คุมต้นทุน ดันเวียดนามเครื่องยนต์ใหม่

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

บิ๊กซี เชื่อผ่านจุดต่ำสุด จากสารพัดปัญหา คุมต้นทุน ดันเวียดนามเครื่องยนต์ใหม่

Date Time: 14 ม.ค. 2569 07:55 น.

Video

ยุคนี้เก็บเงินอย่างเดียวไม่พอ! Gen Z มั่งคั่งได้ไง? กับ ท็อป Bitkub | Thairath Money Night Stand EP.29

Summary

  • บิ๊กซีรับศึกหลายด้านฉุดรายได้กำลังซื้อหดน้ำท่วมชายแดนกระทบ
  • ผู้บริหารมั่นใจผ่านจุดต่ำสุดเดินเกมคุมต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ
  • เร่งลงทุน 5–6 พันล้านบาทพร้อมดันเวียดนามบ้านหลังที่สอง
  • บีเจซีร่วมทุนดีเอชแอลซัพพลายเชนตั้งบริษัทร่วมทุนรุกโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์
  • ตั้งเป้ายกระดับธุรกิจเป็นผู้นำหนึ่งในสามทำรายได้เพิ่ม 4 เท่าจาก 7 พันล้าน

Latest


นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่ม บีเจซี -บิ๊กซี เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกบิ๊กซีไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแรง รวมถึงปัจจัยไม่คาดคิดที่กระทบการดำเนินงานโดยตรง โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ส่งผลให้สาขาขนาดใหญ่หลายแห่งต้องปิดชั่วคราวและเกิดความเสียหายระดับหลักร้อยล้านบาท ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา ยังส่งผลกระทบต่อสาขาในหลายจังหวัดชายแดน รวมถึงสาขาปอยเปตในกัมพูชาด้วย


สำหรับปี 2569 ยังมองว่าผู้บริโภคไทยมีพฤติกรรม ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในแต่ละวัน สอดคล้องกับมุมมองว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงยากลำบาก ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่ภาคธุรกิจยังคงกังวล ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์   และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก


อย่างไรก็ตามนางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี -บิ๊กซีแสดงมุมมองเชิงบวก โดยเชื่อว่าในปีนี้บริษัทมีโอกาส กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังผ่านช่วงปรับฐานและจัดการผลกระทบต่าง ๆ ไปแล้ว โดยแผนเดินเกมแบบ “คุมต้นทุน–เพิ่มประสิทธิภาพ”เตรียมเงินลงทุน 5-6 พันล้านบาท เปิดสาขาขนาดใหญ่หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตใหม่ 2 สาขา เปิดสาขาขนาดเล็กหรือมินิบิ๊กซีอย่างน้อย 100 สาขา รีเฟรชสาขาขนาดเล็กกว่า 300 สาขา และปรับปรุงใหญ่สาขาขนาดใหญ่ราว 17 สาขา  ขณะเดียวกันปีนี้มีแผนปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรหรือหมดสัญญาเช่าประมาณ 6 สาขา


นางฐาปณี  กล่าวว่า ธุรกิจในประเทศเวียดนามเป็นตลาดสำคัญที่บีเจซี ให้ความสำคัญในฐานะบ้านหลังที่สอง ของกลุ่ม โดยเข้าไปลงทุนต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ เช่น โรงงานแก้วและกระป๋อง ไปจนถึงธุรกิจปลายน้ำด้านค้าปลีก ทั้ง MM Mega Market ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจค้าส่ง มี 30 สาขา และ B’s mart ร้านสะดวกซื้อจำนวน 46 สาขา


สำหรับ MM Mega Market บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาในเวียดนามให้ครบ 58 สาขาทั่วประเทศ โดยมองว่าตลาดเวียดนามยังมีศักยภาพเติบโตสูงและสูงกว่าไทยถึง  3 เท่า  อีกทั้งตลาดไทยที่มีการแข่งขันรุนแรงและอัตราการเติบโตของจีดีพี ค่อนข้างช้า ทำให้การเติบโตส่วนใหญ่เป็นการแย่งส่วนแบ่งตลาดระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง


ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเข้าไปลงทุน บีเจซีมีมูลค่าการลงทุนสะสมในเวียดนามเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้จากธุรกิจ MM ประมาณ 20,000–30,000 ล้านบาท ต่อปี


บีเจซี–ดีเอชแอล ผนึกกำลังโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ สู่ท็อป 3 ไทย


ขณะเดียวกัน อัศวิน เตชะเจริญวิกุล และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ และดีเอชแอล ซัพพลายเชน เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่ม เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) สู่มาตรฐานสากล พร้อมรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง


บริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือหุ้นในสัดส่วน ฝ่ายละ 50% โดยผสานเครือข่ายด้านสุขภาพที่ครอบคลุมของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมสุขภาพ และสนับสนุนเป้าหมายประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาค ท่ามกลางคาดการณ์ว่าตลาดเฮลธ์แคร์ไทยจะมีมูลค่า 6.45 แสนล้านบาทในปี 2573 พร้อมขยายการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสู่โรงพยาบาล คลินิก และร้านยาทั่วประเทศ


ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะยกระดับโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของไทยให้มีมาตรฐานใหม่ เพิ่มความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความถูกต้องตามกฎระเบียบ วางรากฐานระยะยาวให้ระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล


ทั้งนี้ มีแผนลงทุน ปีละ 1,000–1,500 ล้านบาท ต่อเนื่องในช่วง 4 ปีข้างหน้า และคาดว่าจะผลักดันรายได้กลุ่มเฮลธ์แคร์ของบีเจซีจากปัจจุบันราว 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 เท่า สู่ระดับประมาณ 28,000 ล้านบาท ในอนาคตและเป็นท็อปสามของธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย


 “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่กำลังเติบโตอย่างสูงของประเทศไทย ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้ช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย"


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ