โซเชียลมีเดีย ขับเคลื่อนรูปลักษณ์ ตลาดความงามไทย พุ่ง 5 หมื่นล้าน เจนY-LGBTQ แห่ทำหัตถการ ศัลยกรรม

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

โซเชียลมีเดีย ขับเคลื่อนรูปลักษณ์ ตลาดความงามไทย พุ่ง 5 หมื่นล้าน เจนY-LGBTQ แห่ทำหัตถการ ศัลยกรรม

Date Time: 18 เม.ย. 2567 10:05 น.

Video

เมื่อเด็ก ป.6 (11 ขวบ) สร้างรายได้ "หลักแสน" แซงหน้าคนทำงาน! l Money Secret EP.12

Summary

EIC เปิดแนวโน้ม “ตลาดความงาม” เมืองไทย มูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้าน หลังสังคมโซเชียลมีเดีย ขับเคลื่อน รูปลักษณ์ เทรนด์คนเจน Y-LGBTQ แห่! ทำหัตถการบนใบหน้า เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น ขณะผู้บริโภคราว 65% เผย ทำศัลยกรรมมากกว่า 1 อย่าง เสริมจมูก ทำหน้าอก นิยมมากสุด!

Latest


“เพราะความสวย ….รอไม่ได้” เมื่อความงามช่วยเสริมความมั่นใจ อีกทั้ง ยังช่วยต่อยอดเสน่ห์ และโอกาสอื่นๆ ในชีวิตตามมา 

นั่นทำให้ ธุรกิจ บริการเวชศาสตร์ความงามในประเทศไทย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากจำนวนการใช้บริการหัตถการ อันได้แก่ ฉีดสิว ผลักวิตามินสู่ผิว ฉีดโบท็อกซ์/ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และเลเซอร์ต่างๆ รวมถึง การทำศัลยกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  

ได้ผลักดันให้ ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางอันดับต้นของเอเชีย รองจาก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ จีน เท่านั้น  โดยมูลค่าตลาดความงามเมืองไทย ถูกคาดหมายว่าจะเติบโตราว 10% ในช่วงปี 2022-2030 จากปัจจุบัน ที่มีมูลค่าสูงอยู่ที่ราว 5 หมื่นล้านบาท 

4 ปัจจัย ดันตลาดความงามเมืองไทย

ข้อมูลจาก SCB EIC (ธนาคารไทยพาณิชย์) ล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงโอกาสดังกล่าวว่า การเติบโตจะมาจาก 4 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่ 

  • ค่านิยมความสวยความงามในยุคที่ Social media ขับเคลื่อนสังคม จึงส่งผลให้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตนเอง ผลสำรวจของ University of London ในปี 2021 ยังพบว่า 90% ของผู้หญิงทั่วโลกจะแต่งรูปและใส่ฟิลเตอร์ก่อนโพสต์ลง Social media
  • ค่าบริการในไทยที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะบริการด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้บริการ เช่น เสริมหน้าอก เฉลี่ย 82,500 บาทต่อครั้ง ขณะราคาค่าบริการเฉลี่ยของโลก แพงถึง 152,361 บาทต่อครั้ง 
  • เทรนด์ดูแลความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย จากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ (Aged society) ของไทย
  • การส่งเสริมจากภาครัฐสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทย โดยบริการด้านเวชศาสตร์ความงามถือเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบในปี 2021 ชาวต่างชาติเดินทางมาใช้บริการเวชศาสตร์ความงามในไทย เพิ่มขึ้นราว 20% โดยส่วนใหญ่เดินทางมาจากยุโรป สหรัฐฯ และเอเชีย

นอกจากนี้ ยังพบว่าโอกาสของธุรกิจที่น่าสนใจ ยังมาจากคนไทยส่วนใหญ่หันมาใส่ใจด้านความสวยความงามมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และมีโอกาสใช้จ่ายสูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและ LGBTQIA+

โดย 44% ของผู้บริโภคเคยใช้บริการหัตถการเสริมความงาม ส่วนใหญ่ใช้บริการเพื่อการรักษาและบำรุงผิว และอีก 24% เป็นผู้ที่สนใจใช้บริการโดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายและ Gen Z ซึ่งจะทำให้ฐานผู้ใช้บริการขยาย เพิ่มขึ้นได้ในระยะข้างหน้า

“ 69% ใช้จ่ายไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง โดยโรงพยาบาลรัฐ เป็นสถานบริการที่ผู้บริโภคสามารถใช้บริการในงบประมาณที่เข้าถึงได้ง่าย“ 

"ศัลยกรรม"ความงามทันตา ความสวยทันใจ

โดยพบว่า มีผู้บริโภคราว 20% เคยทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ LGBTQIA+ ที่มีแนวโน้มสนใจทำศัลยกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะทำศัลยกรรมมากกว่า 1 ประเภท และใช้บริการหัตถการควบคู่ไปด้วย

"การศัลยกรรมจมูกและดวงตาเป็นที่นิยมสูงสุดทั้งจากผู้ที่ผ่านการทำศัลยกรรมเสริมความงามมาแล้ว และผู้ที่สนใจทำศัลยกรรมในระยะข้างหน้า"

ทั้งนี้ พบว่าผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการศัลยกรรมเสริมความงามจากโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางและคลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงามเป็นหลัก เนื่องจากมาตรฐานความปลอดภัยเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากที่สุด ขณะที่การทำศัลยกรรมในต่างประเทศก็ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง 

ขณะเดียวกัน ในการทำศัลยกรรมเสริมความงามของกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ยังได้รับอิทธิพลมาจากการรีวิว/โฆษณา อีกด้วย 

ที่มา : SCB EIC 

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ