
ในยุค Age of Content ที่คนมักจะเลือกเสพคอนเทนต์เฉพาะที่ตัวเองสนใจ เนื่องจากอิทธิพลของอัลกอรึธึมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มักจะฟีดคอนเทนต์ตามความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละคน การทำคอนเทนต์รูปแบบเดิมที่เน้นการสื่อสารจากแบรนด์ไปยังผู้บริโภคจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
Thairath Money สรุป insight และเทคนิคการทำคอนเทนต์ขายของให้โดนใจลูกค้าบน TikTok ในหัวข้อการบรรยาย The Impact of Content to Commerce งาน Adman Awards & Symposium 2023 เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา
สมัยก่อนเวลาทำคอนเทนต์ แบรนด์มักจะให้ความสำคัญกับยอด Reach เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เน้นการทำโฆษณานำเสนอข้อดีของสินค้า เพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากที่สุด แต่ปัจจุบันด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีความระมัดระวังในการซื้อสินค้า เนื่องจากมีความรู้เท่าทันโฆษณา และเทคนิคการขายสินค้ามากขึ้น การทำคอนเทนต์โฆษณาตรงๆ แบบเดิมนั้นไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดความอยากซื้อได้
นอกจากนี้อัลกอรึธึมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนให้มีความเป็นปัจเจกมากขึ้น คนสมัยนี้จึงให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่ Relevance หรือมีความเชื่อมโยงกับตัวเอง
จากการเก็บข้อมูลของ TikTok พบว่า แบรนด์ที่โฟกัสในการสร้างความเชื่อมั่น และประสบการณ์ของลูกค้า จะมีมูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น 20% ในขณะที่แบรนด์ที่โฟกัสเรื่องการขายสินค้าเป็นหลัก มูลค่าแบรนด์จะลดลงมากกว่า 20%
โดยความเชื่อมั่นจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นยอดขายในอนาคต ส่วนประสบการณ์จะช่วยจูงใจให้เกิดการซื้อซ้ำ ในขณะที่การขายโดยตรงจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อในทันที
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปข้างต้น ทำให้แบรนด์ต้องปรับวิธีการสื่อสารเพื่อทำคอนเทนต์ขายของให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
Value สิ่งที่แบรนด์ต้องพิจารณาเป็นอย่างแรก คือ คอนเทนต์ที่ทำมีคุณค่าต่อลูกค้าอย่างไร ช่วยแก้ปัญหา หรือยกระดับชีวิตลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง โดยพิจารณาคุณค่าของลูกค้าแต่ละกลุ่มว่าให้ความสำคัญกับอะไร เช่น ลูกค้าบางกลุ่มให้ความสำคัญบันเทิง ในขณะที่บางกลุ่มให้ความสำคัญกับความรู้
Variety คอนเทนต์ต้องมีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่แตกต่างกันไป เนื่องจากในปัจจุบันการทำคอนเทนต์รูปแบบเดียวไม่สามารถสื่อสารกับคนทุกกลุ่มได้ เพราะคนใช้งาน TikTok ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป
Volume การทำชิ้นงานสร้างสรรค์ให้มีปริมาณมากเพียงพอในการรันแคมเปญ เพื่อทดลองว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ทำงานได้ดี และเหมาะสมกับแบรนด์ การมีชิ้นงานสร้างสรรค์น้อยเมื่อรันแคมเปญไปได้สักระยะจะเกิด Creative fatigue คอนเทนต์ถึงจุดอิ่มตัว ลูกค้าเกิดความเบื่อหน่าย ส่งผลให้ชิ้นงานทำงานได้ไม่ดีบน TikTok
ความต้องการของลูกค้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท โดยแบรนด์จะต้องเลือกว่าจะทำคอนเทนต์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านใดของลูกค้า
Functional Demand ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าซื้อถึง 60%
ประกอบไปด้วย
Validation อะไรที่คุ้มค่าสำหรับลูกค้าที่สุด
Improvement สินค้าของเราสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร
Convenience การเข้าถึงสินค้าของแบรนด์ สะดวกสบายแค่ไหน หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง
Emotional Demand ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าซื้อ 40%
ประกอบไปด้วย
Recommendation ดูคอนเทนต์รีวิวสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญ หรือคนที่น่าเชื่อ แล้วเกิดความอยากซื้อตาม เนื่องจากเชื่อมั่นในตัวบุคคล
Inspiration เห็นคนแนะนำสินค้าใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดความอยากซื้อ แม้จะไม่มีความต้องการในสินค้านั้นมาก่อน
Indulgent เห็นคนทำอะไรแล้วอยากทำตาม เช่น ยูทูบเบอร์ทานอาหารโชว์
1.Go Native
สร้างเนื้อหา TikTok ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ใช้ความคุ้นเคย ความใกล้ชิดในการเข้าถึงผู้คน
2.Structure
สร้างโครงสร้างเนื้อหาที่เน้นไปที่การดึงดูดความสนใจ ถ่ายทอดคุณค่า แล้วกระตุ้นให้เกิดกระทำ ประกอบด้วย
-Hook สร้างความคาดหวัง
เน้นไปที่การถ่ายทอดคุณค่าของเนื้อหาก่อน และปล่อยให้อัตลักษณ์ของแบรนด์บ่งบอกว่าเราเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่
-Body ให้รางวัลกับความสนใจของคนดู
ใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดผู้ชมผ่านเนื้อหา เช่น การนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไข เรื่องเล่าที่สนุก
-Close บอกเจตจำนง
นำเสนอสินค้า และสื่อสารข้อความเพื่อชี้แนะและจูงใจผู้ชม ให้ทำ คิด หรือรู้สึกในสิ่งที่แบรนด์ต้องการ
3.Stimulation
ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ด้วยเทคนิคตัดต่อ
4.Sound
ใช้เสียงดึงดูดความสนใจของคน ให้เหมาะกับบริบทของคอนเทนต์ ดังนี้
-ใช้เสียงเพลงมาประกอบคอนเทนต์ เพื่อสร้างบรรยากาศในวิดีโอ
-Voice over ใช้เสียงบรรยายเพื่อเล่าเรื่อง และบอกรายละเอียดของสินค้า
-ใช้เสียงประกอบเปิดคลอไปในวิดีโอ เพื่อเน้นย้ำการกระทำที่เกิดขึ้น
5.Trends
นำเทรนด์ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม มาปรับใช้กับแบรนด์เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ใช้ในวงกว้าง
6.Production
มีคุณภาพวิดีโอที่ดี และเหมาะกับแพลตฟอร์ม ด้วยการถ่ายวิดีโอแนวตั้งขนาด 9:16 มีภาพที่คมชัดเพื่อป้องกันไม่ให้คนเลื่อนผ่าน เพราะคิดว่าเป็นสแปม ใช้พื้นที่ให้เต็มหน้าจอ แต่ไม่ทับซ้อนกับ UI ของระบบ ทำขนาดภาพวิดีโอให้อยู่ใน Safe Zone.