
การกลับประเทศของอดีตนายก “ทักษิณ ชินวัตร” กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ หลัง “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ได้ประกาศผ่านสตอรี่อินสตาแกรม และ X (ทวิตเตอร์) ว่า พ่อของตนเองจะเดินทางกลับประเทศไทยใน วันอังคารที่ 22 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ณ สนามบินดอนเมือง
ส่งผลให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมแผนรักษาความปลอดภัย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย โดยเริ่มจากสนามบินดอนเมือง บริเวณอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (MJets) ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของนายทักษิณ จะลงจอดบริเวณในส่วนโซนวีไอพี
ทำให้ MJets ธุรกิจการบินสุดหรู ถูกจับจ้องทันที ว่าทำไม อดีตนายกฯของไทยจึงเลือกที่จะใช้บริการเลานจ์วีไอพี โดย Thairath Money พาเปิดข้อมูลรายละเอียดบริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (Mjets)
เว็บไซต์ บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) ระบุว่า บริษัทก่อตั้งในช่วงทศวรรษ 1990 โดย วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค จากความหลงใหลในการบิน และต่อมาในปี 2550 ได้ร่วมมือกับกิริต ชาห์ สร้างธุรกิจและขยายการให้บริการเครื่องบินอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการสร้างสนามบินส่วนบุคคล สถานีการให้บริการภาคพื้นครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย พร้อมกับขยายกิจการไปยังเมียนมา อินเดียอย่างต่อเนื่องในธุรกิจการบินส่วนบุคคล
อีกทั้งข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2543 ทุนจดทะเบียนมูลค่า 150 ล้านบาท ในกลุ่มธุรกิจบริการ มีกรรมการ ประกอบด้วย นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค นายสุพจน์ ทวีรัตน์ นายกิริต ชาห์ และนายอิษฎ์ชาญ ซาห์
ปัจจุบัน MJets ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวแบบครบวงจรครอบคลุม 7 ธุรกิจหลัก
และได้มีการขยายธุรกิจบริการภาคพื้นดิน และห้องรับรองพิเศษ ไปยังประเทศพม่า กัมพูชา และอินเดีย
โดยภายในท่าอากาศยานส่วนบุคคลของ ประกอบไปด้วย โรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวสองโรง ขนาดรวมกัน 52,000 ตารางฟุต พร้อมห้องรับรองวีไอพีสุดขนาด 3,400 ตารางฟุต ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 70 คน อีกทั้งยังมีห้องห้องประชุม และห้องรับรองส่วนบุคคล เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร และสะดวกสบายกับห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัวอย่างครบครัน
ในปี 2561 เอ็มเจ็ทได้รับการโหวตเป็นผู้ให้บริการอากาศยานส่วนบุคคลอันดับ 1 ใน 15 ของผู้ให้บริการที่ดีที่สุดในโลก และดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก จากการสำรวจประจำปีของ Aviation International News (AIN) อีกทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก IS-BAO และ IS-BAH
เดิมทีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของ MJets เป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติระดับบิลเลียนแนส์ ประมาณ 80% แต่หลังจากวิกฤติการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องกลับมาเน้นลูกค้าในประเทศ ผ่านการทำกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ไพรเวทเจ็ตเข้าถึงลูกค้ากลุ่มอื่นมากขึ้น ภายใต้แนวคิดใหม่ คือการบินไพรเวทเจ็ตไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่ช่วยเติมเต็มภารกิจของแต่ละคน ในสิ่งที่สายการบินปกติทำไม่ได้