เปิดจุดเช็กอินใหม่ สะท้อนภาพกรุงเทพฯทันสมัย สร้างปรากฏการณ์ใหม่...สู่มหานครโลก!

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดจุดเช็กอินใหม่ สะท้อนภาพกรุงเทพฯทันสมัย สร้างปรากฏการณ์ใหม่...สู่มหานครโลก!

Date Time: 19 เม.ย. 2566 06:40 น.

Summary

กรุงเทพมหานครภายหลังวิกฤติโควิด-19 จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดังจะเห็นได้จากรายงานจากหลายๆ สื่อต่างประเทศและนักรีวิวจากโซเชียลมีเดียทั่วโลก

Latest

“สุขภาพ” สินทรัพย์ที่มีค่า มากกว่าเงินทอง! เจาะอินไซต์ คนไทย Gen ไหน “สายเปย์” ด้าน Longevity

กรุงเทพมหานครภายหลังวิกฤติโควิด-19 จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดังจะเห็นได้จากรายงานจากหลายๆ สื่อต่างประเทศและนักรีวิวจากโซเชียลมีเดียทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาด้วยความน่าสนใจ น่าค้นหากับความเป็นเมืองแห่งความย้อนแย้งที่ลงตัวสุด

ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่มีแต่ความวุ่นวาย ปัญหามลพิษ สภาพจราจรติดขัด สายไฟ สายเคเบิลที่ห้อยระโยงระยาง แผงลอยที่ตั้งระเกะระกะทางเท้า ขณะเดียวกันอาคารสูงเสียดฟ้า ศูนย์การค้าใหม่ๆ ระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา

เมื่อผสานกับแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน สวนสาธารณะแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แผงลอยที่ถูกจัดระเบียบกลายเป็นสตรีทฟู้ด การคมนาคมสะดวกสบายด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะกลับกลายเป็นสีสันและแม่เหล็กทำให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าค้นหาที่สุด

ความทันสมัยของกรุงเทพฯ (Modern bangkok) ได้สร้างความประหลาดใจนักท่องเที่ยวหลายๆคน ที่ไม่ได้มาเยือนประเทศไทยมานานหรือที่เคยมาครั้งแรก เพราะอาคารสูง ภายใต้สถาปัตยกรรมใหม่ๆ ผสมผสานกลิ่นอายของท้องถิ่นที่น่าสนใจมากขึ้น

แม้แต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ก็พยายามทำให้การออกแบบโดดเด่นทั้งภายนอกและภายในได้ช่วยยกระดับให้กรุงเทพฯก้าวสู่การเป็นมหานครเทียบเคียงมหานครระดับโลก

โครงการเมกะโปรเจกต์หลายๆแห่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเตรียมเปิดความยิ่งใหญ่ตระการตาในปีนี้และปีหน้า จะเป็นแหล่งเช็กอินแห่งใหม่ สีสันใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม จะเป็นย่านการค้าแห่งใหม่ ความบันเทิงและการใช้ชีวิตสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนไทยและต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีโครงการอะไรบ้างติดตามกัน

ดิ เอ็มสเฟียร์จิ๊กซอว์ใหม่ ดิ เอ็มดิสทริค

ดิ เอ็มสเฟียร์ (The Emsphere) ปรากฏการณ์ศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาส เตรียมสิ้นสุดการรอคอยจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์ยกระดับย่านการค้าระดับโลกแห่งใหม่ ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) บนถนนสุขุมวิท ทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ความทันสมัย ไลฟ์สไตล์ เพียบพร้อมไปด้วยแบรนด์ระดับโลกและความบันเทิงครบครัน

ดิ เอ็มดิสทริค โดย “เดอะมอลล์กรุ๊ป” เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่จะช่วยยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครระดับโลกเทียบเคียงมหานครนิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, โตเกียวและโซล เป็นต้น ด้วยการผนึก 3 ศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาส คือ ดิ เอ็มโพเรียม (The EmPorium), ดิ เอ็มควอเทียร์ (The Emquatier) ล่าสุด ดิเอ็มสเฟียร์ พื้นที่รวมถึง 650,000 ตารางเมตร โอบล้อมด้วยสวนสาธารณเบญจสิริโดยมี Sky Walk เชื่อมทั้ง 3 ศูนย์เข้าด้วยกัน

หนึ่งในผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจที่ผ่านมาก็คือการผนึกกับกลุ่มสยามพิวรรธน์สร้างสยามพารากอน (Siam Paragon) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นจุดเช็กอินยอดนิยมอับดับหนึ่งของโลกบนอินสตาแกรม (Instagram)

ดิ เอ็มสเฟียร์ สร้างบนเนื้อที่ 50 ไร่ พื้นที่รวม 200,000 ตารางเมตร ริมถนนสุขุมวิท ติดกับแยกตัดซอยสุขุมวิท 31 ออกแบบเป็น “ฟิวเจอร์ รีเทล” สำหรับคนรุ่นใหม่ประกอบไปด้วยร้านค้าระดับซุปเปอร์แฟล็กชิป ด้วยแบรนด์เนมหรูระดับโลก แบรนด์ไทยตัวท็อป สินค้าลักชัวรี ล้ำสมัย อีเกีย ซิตี้สโตร์แห่งแรกในภูมิภาค แอปเปิล สโตร์ (Apple Store) สาขา 3, โชว์รูมเทสลา (Tesla), เชคแชค (Shake Shack) เบอร์เกอร์ดังจากสหรัฐฯ เป็นต้น พร้อมกับ EmLive พื้นที่ จัดอีเวนต์ความจุ 6,000 ที่นั่ง

รวมไปถึงร้านอาหารระดับอินเตอร์, สตรีทฟู้ด การเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ที่มีกิจกรรมอย่างคักคึก 24 ชั่วโมงที่จะผลักดันให้ย่านการค้าในอนาคตที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งใหญ่ระดับโลก ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวและบันเทิงที่ทันสมัยแห่งใหม่ เรียกว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ศูนย์กลางความบันเทิงและศูนย์กลางการใช้ชีวิตอย่างมีระดับไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่รวมถึงผู้คนระดับโลก

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ-บางแค

2 ตำนานห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ในอดีตที่เปิดตัวให้บริการพร้อมกัน “เดอะมอลล์ บางกะปิ” และ “เดอะมอลล์ บางแค” ในวันแรกผู้คนได้แห่เข้าไปยลโฉมและใช้บริการใน 2 มุมเมืองอย่างแน่นขนัดสร้างปรากฏการณ์การจราจรติดขัดไปทั่วกรุงเทพฯ

เป็น 2 ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์ขนาด 350,000 ตารางเมตรที่ให้บริการครบครัน บนทำเล 2 ย่าน 2 มุมเมืองที่มีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมตรงเข้าศูนย์การค้า

ถึงวันนี้เดอะมอลล์กรุ๊ปได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้งกับแผนลงทุนรีโนเวททั้ง 2 แห่งด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับจากศูนย์การค้าเป็น “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์” เป็นแฟล็กชิปสโตร์ของเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันการเปิดตัวพร้อมกันทั้งสองศูนย์ในช่วงเทศกาลปลายปีนี้

ยุทธศาสตร์โรดแม็ปของเดอะมอลล์กรุ๊ป มุ่งที่จะลงทุนพัฒนาย่านธุรกิจการค้าและย่านที่พักอาศัยที่สำคัญของกรุงเทพฯ เพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตคนเมืองให้เป็น Urban Life ซึ่งเป็นชีวิตคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคม เดินทางไปไหนรวดเร็ว มีพลังขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวทัน กระแสของโลกที่หมุนเร็ว ภายใต้คอนเซปต์ “A Happy Place To Live Life : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการยกระดับกรุงเทพฯ เป็นมหานครระดับโลก และเป็นศูนย์กลางเวทีการค้าระดับโลก

เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ประตูสู่กรุงเทพฯตะวันตก

“เซ็นทรัล เวสต์วิลล์” (Central WestVille) มูลค่าการลงทุน 6,200 ล้านบาท บนราชพฤกษ์ ทำเลทองของกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกที่มีการขยายเมืองต่อเนื่องมาสิบกว่าปี จากถนนตัดใหม่ที่มีกลุ่มครอบครัวใหม่ๆ มีกำลังซื้อสูงย้ายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

มีหมู่บ้านนับร้อยโครงการที่ผุดขึ้นตามสองข้างทางตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปนนทบุรีและปทุมธานี ตามลำดับ ระดับราคาหลักสิบล้านไปจนถึงหลายร้อยล้านบาท ระดับไฮเอนด์แทบทั้งสิ้น

ตัวโครงการฝั่งขาออกจากกรุงเทพฯ ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้เข้ามายึดทำเลดังกล่าวมานานแล้ว โดยเปิดเป็นศูนย์ “โฮมเวิร์ก” จากนั้นรีแบรนด์มาเป็น “บ้านแอนด์บียอนด์” บนพื้นที่ 40 ไร่ ปรับเป็นโครงการเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 93,000 ตารางเมตร ปรับเป็นโครงการมิกซ์ยูส

ออกแบบเป็นมิตรเป็น Eco-Friendly Mall ดีไซน์ Façade แนวใหม่ที่เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง และเจาะกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูงที่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง มีพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับกลุ่มครอบครัว และพื้นที่สำหรับนำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นที่เป็นเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน

โครงการเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ จะเป็นหนึ่งในศูนย์ฝั่งตะวันตกโซนออกไปยังนนทบุรีที่จะเป็นแหล่งแฮงก์เอ้าต์ใช้ชีวิตของผู้คนแห่งใหม่ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 4/2566

วัน แบงค็อก อาคารสูงที่สุดแห่งใหม่ในไทย

นับตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปถนนพระราม 4 จะเริ่มกลับมาเฉิดฉายสปอตไลต์เป็นย่านการค้าระดับโลกอีกแห่งหนึ่งที่จะยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในมหานครของโลกอย่างแท้จริง จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายของผู้คนทั่วโลกและนักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือนสักครั้งเมื่อคิดถึงประเทศไทย

จริงๆ แล้วถนนพระราม 4 ได้มีการลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ที่มีนายปณต สิริวัฒนภักดี บุตรชายเป็นผู้บริหารจากจุดเริ่มต้นบนถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีประวัติ ศาสตร์และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน เปี่ยมไปด้วยศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่การเข้าไปลงทุนพัฒนา “สามย่าน มิตรทาวน์” โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรก “สีลม เอจ” ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเร็วๆนี้ “เอฟวายไอ เซ็นเตอร์” รวมถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่

ล่าสุด วัน แบงค็อก (One Bangkok) โครงการมิกซ์ยูส หนึ่ง ในเมกะโปรเจกต์ บนพื้นที่ 104 ไร่ บนถนนพระราม 4 และถนนวิทยุ อดีตที่ตั้งโรงเรียนเตรียมทหารและสวนลุมไนท์บาซาร์ มูลค่าลงทุนสูงถึง 120,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 4 โซนมีลานนันทนาการกลางแจ้งตั้งอยู่ใจกลางโครงการ จุดเด่นของโครงการคืออาคารซิกเนเจอร์ ทาวเวอร์ จะเป็นอาคารสูงที่สุดแห่งใหม่ของประเทศไทยที่ความสูง 430 เมตร เป็นอาคารสูงลำดับต้นๆของภูมิภาคอาเซียน

พื้นที่ค้าปลีกบริเวณส่วนล่างของอาคาร ประกอบด้วย ไลฟ์สไตล์มอลล์, มัลติคอนเซปต์สแควร์มอลล์, ลักชัวรีมอลล์ และศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม โดยส่วนสำนักงานกับส่วนที่พักอาศัยจะอยู่ส่วนบนของตึก สำหรับอาคารสำนักงานจะมี 5 อาคาร พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตารางเมตร โรงแรมหรูระดับโลก 5 แห่ง อาทิ โรงแรมเดอะริทช์ คาร์ลตันและโรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก เป็นต้น ทุกอาคารจะเชื่อมต่อด้วยฐานเดียวกัน ทางเดินใต้ดินเชื่อมโครงการเข้ากับรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินีและเชื่อมโครงการกับทางด่วน พร้อมกับพื้นที่สีเขียวภายในโครงการอีกจำนวน 50 ไร่เชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ

โครงการวัน แบงค็อกจะเริ่มเปิดให้บริการส่วนแรกได้ในต้นปีหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์โครงการจะเคลื่อนไปพร้อมกรุงเทพฯ ภายใต้คอนเซปต์ วิวัฒน์กรุงเทพ (Evolving Bangkok) ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนำกรุงเทพฯไปสู่ความก้าวหน้าร่วมกันเป็นมหานครจุดหมายปลายทางที่สำคัญแห่งใหม่ของโลกที่ผู้คนทั่วโลกจะต้องไม่พลาดกับการมาเยือน

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค แลนด์มาร์กใหม่

ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ภายใต้การร่วมทุนกลุ่มดุสิตธานีกับบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) ใช้งบลงทุนรวม 46,000 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นพื้นที่เดิมของโรงแรมดุสิตธานี และบริษัทไทยประกันชีวิต สำนักงานสีลม ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสไม่เหมือนใครระดับโลก ที่เชื่อมพื้นที่สีเขียวให้เข้ากับชีวิตเมืองได้อย่างลงตัวตั้งเป้าเป็น แลนด์มาร์กหนึ่งของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ

โรงแรมดุสิตธานี ในอดีตเคยเป็นแลนด์มาร์กมาก่อน เริ่มก่อสร้างในปี 2511 โรงแรมระดับ 5 ดาวหรูหราแห่งแรกกับความสูง 23 ชั้น นับเป็นอาคารสูงแห่งแรกของประเทศไทย ใช้สถาปัตยกรรมแบบไทยเดิมร่วมสมัย เป็นหน้าเป็นตาให้กรุงเทพฯ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมานานกว่า 47 ปี จนถึงปี 2560

ภายใต้โครงการใหม่ระดับโลก ด้วยความสูงสุดของอาคารที่ 69 ชั้น ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบไทยร่วมสมัย มูลค่าการลงทุนเกือบ 46,000 ล้านบาท บนทำเลสุดยอดที่มีสถานีรถไฟฟ้า 2 สายพาดผ่าน

โดยมี 4 องค์ประกอบที่สำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อโดยมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ที่เชื่อมต่อทุกส่วนเข้าด้วยกัน โดยมีคอนเซปต์ “Here for curated experience and inspiration” ที่จะสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจใหม่ให้คนกรุงเทพฯ ด้วยความสูง 8 ชั้น พื้นที่รวม 80,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ โดยชั้นใต้ดินเชื่อมกับโถงออกบัตรโดยสารสถานีสีลมของ MRT สายสีน้ำเงิน และเชื่อมต่อกับทางเดินลอยฟ้าไปยังสถานีศาลาแดงของรถไฟฟ้า BTS พร้อมจัดสรรพื้นที่บางส่วนจำนวน 7 ไร่ เป็นสวนสาธารณะ และลานกีฬากลางแจ้ง เสมือนขยายจากสวนลุมพินีออกมาเพิ่มเติม

อาคารสำนักงาน Central Park Offices ระดับไฮเอนด์ สูง 43 ชั้น ที่ตั้งใจจะเป็นต้นแบบระดับโลกของออฟฟิศหรือสถานที่ทำงานรองรับบริษัทชั้นนำระดับโลก, ย่านพักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรีในอาคารสูง 69 ชั้น, และโรงแรมระดับไอคอนตำนานระดับโลกแห่งเดียวของไทยจากดุสิตธานีสูง 39 ชั้น โครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้บริการเฟสแรกในช่วงปลายปีนี้และเปิดเต็มรูปแบบภายในปี 2568

แน่นอนว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่จะยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครระดับโลกต่อไป.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ