"ดิ เอ็มดิสทริค" ย่านการค้าระดับโลก

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"ดิ เอ็มดิสทริค" ย่านการค้าระดับโลก

Date Time: 8 ต.ค. 2565 05:10 น.

Summary

เดอะมอลล์กรุ๊ปได้เปิดตัว ดิ เอ็มสเฟียร์ (The Emsphere) อย่างยิ่งใหญ่ เป็นจิกซอว์ที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) พร้อมที่จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยว

Latest

ลัคกี้ สุกี้ เดินเกมปั้นรายได้ 3,500ล้าน เปิดโมเดล ลัคกี้ มาร์เช่ พลิกเกมประสบการณ์สู้ศึกหม้อเดือด

เดอะมอลล์กรุ๊ปได้เปิดตัว ดิ เอ็มสเฟียร์ (The Emsphere) อย่างยิ่งใหญ่ เป็นจิกซอว์ที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) พร้อมที่จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เริ่มกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง

การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ให้กับผู้คนทั่วโลกเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงกิจกรรมการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น กรุงเทพฯ เมืองที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวพร้อมที่จะอ้าแขนรับผู้คนที่จะหลั่งไหลกลับเข้ามาเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ลิ้มลองอาหารที่อร่อยถูกปาก ผู้คนเป็นมิตรและช็อปปิ้งสินค้าถูกใจ

น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท สุขุมวิทซิตี้ มอลล์ จำกัด หญิงแกร่งในวงการค้าปลีก เปิดวิสัยทัศน์ถึง “ดิ เอ็มดิสทริค” จะเป็นจุดเริ่มต้นของค้าปลีกสินค้าลักชัวรี เป็นย่านการค้าใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ศูนย์การค้า จะต้องไม่เหมือนใคร จะเป็นจุดเปลี่ยนเกม (Game Changer) ที่จะเสริมให้ประเทศไทยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ซึ่งมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลมีนโยบายที่สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

เรามาถอดรหัสกันว่าทำไม “ดิ เอ็มดิสทริค” จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ วิสัยทัศน์ของ “น.ส.ศุภลักษณ์” คือการสร้างย่านการค้าแห่งอนาคต เป็นศูนย์รวมธุรกิจ ความบันเทิง ศูนย์รวมการใช้ชีวิตอย่างมีระดับของย่านที่มีกำลังซื้อสูงสุดในประเทศ และเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ดิ เอ็มดิสทริค เป็นย่านการค้าแห่งใหม่ประกอบด้วยศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาสที่จำหน่ายสินค้าลักชัวรีและแบรนด์เนมระดับโลก 3 ศูนย์ ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และล่าสุดกับโครงการดิ เอ็มสเฟียร์ บนเนื้อที่รวม 50 ไร่ พื้นที่ในศูนย์รวมกันกว่า 650,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนทั้งหมดกว่า 50,000 ล้านบาท บนทำเลสุดยอดสุขุมวิทใจกลางเมืองโอบล้อมความร่มรื่นสวนเบญจสิริขนาดใหญ่ 25 ไร่ โดยจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.ปีหน้า และเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 67

โดยศักยภาพของย่านการค้าแห่งนี้จะช่วยยกระดับให้กรุงเทพฯเป็นมหานครระดับโลก เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจะต้องไปช็อปปิ้งสินค้าลักชัวรีได้เหมือนมหานครนิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, โตเกียว, โซล, เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง

จากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุน อาทิ เหตุการณ์ฮ่องกงที่ถูกจีนลดบทบาทลง นักลงทุนได้เคลื่อนย้ายออกจากฮ่องกง หลายๆแบรนด์ดังนำสต๊อกสินค้ามาจำหน่ายในไทย ย้ายอีเวนต์ใหญ่ๆเข้ามาจัดป๊อปอัปสโตร์และขายดีมากจากนักช็อปชาวไทยเพราะโควิดเดินทางไม่ได้กัน ซึ่งแบรนด์ดังๆต่างหาพื้นที่ เพื่อขยายธุรกิจจำหน่ายสินค้าลักชัวรีในไทย ขณะที่แบรนด์ชาแนล ที่สยามพารากอน กลายเป็นสาขาที่ขายดีที่สุดในโลกเป็นอันดับสาม รองจากอันดับหนึ่งและสองที่อยู่ในจีน

กรณีดังกล่าวตลาดในประเทศไทยมีความพร้อมแล้ว เหลือเพียงรอนักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามามากขนาดไหน ซึ่งจากตัวเลขปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเพียงแค่ 4 แสนคน ปีนี้เพิ่มเป็น 10 ล้านคน ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ในปีหน้ามีการคาดการณ์กันว่าจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคนและเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไป

คำถามมีอยู่ว่ารัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเปลี่ยนเกมด้วยหรือไม่ เพราะท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่เคยทำรายได้หลักเข้าประเทศมีการนำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ต้องเป็นค้าปลีกในอนาคตที่สร้างประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟเข้ามาเสริมสร้างให้กรุงเทพฯเป็นแฟล็กชิปสโตร์ ศูนย์กลางของภูมิภาค จะต้องทำให้ได้ไม่เช่นนั้นจะโดนประเทศเวียดนามแซงหน้าแน่ หลังจากนำจุดอ่อนของไทยไปปรับปรุงและดึงดูดการลงทุนโรงงานอุตสาหกรรมไปที่โน่นกันหมด การรับจ้างผลิตสินค้าไม่ใช่แนวของไทยต่อไปอีกแล้วปล่อยเวียดนามทำไป

วิสัยทัศน์ของ น.ส.ศุภลักษณ์ มองว่า โครงการนี้สำเร็จด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่มองภาพรวมว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วกับการร่วมทุนกับกลุ่มสยามพิวรรธน์พัฒนาสยามพารากอน จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นสถานที่เช็กอินอันดับหนึ่งของโลกในโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มดัง หรือการลงทุนสร้างดิ เอ็มโพเรียม ในยุคต้มยำกุ้ง ที่เงินบาทอ่อนค่าไปถึง 50 กว่าบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งใครๆมองแล้วว่าไม่รอด แต่กลับประสบผลสำเร็จเนื่องจากนักท่องเที่ยวแห่เข้ามาท่องเที่ยวจากปีละ 7 ล้านขึ้นเป็น 17 ล้านคนภายใน 2 ปีเพราะมาเที่ยวไทยถูกมาก

การเปิดตัวของดิ เอ็มสเฟียร์ ภายใต้แนวคิด “ฟิวเจอร์ รีเทล” ที่รวบรวมเทรนด์ และไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต คลาคล่ำไปด้วยสินค้าลักชัวรี แบรนด์เนมระดับโลก แหล่งแฮงเอาต์แห่งใหม่ อารีน่าระดับความจุ 6,000 ที่นั่ง รวมไปถึงการเปิดตัวอิเกีย ซิตี้ สโตร์ ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลกที่จะดึงผู้คนเข้ามา

ขณะที่ในโซเชียลมีเดียได้โหมกระแสข่าวว่า “แอปเปิล สโตร์” จะเปิดสาขา 3 และแบรนด์รถยนต์ “เทสล่า” ที่เปิดศูนย์สาขาแรกที่นี่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเดอะมอลล์กรุ๊ป

ซึ่งหากเป็นจริงแล้วทั้งสองแบรนด์ดังจะเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่จะถึงผู้คนเข้ามา โดยเฉพาะแอปเปิล สโตร์ ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดของร้านค้าปลีกระดับโลกที่จะพิจารณาการลงทุนกำลังซื้อภายในประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และจะเป็นจัตุรัสกลางเมืองบนทำเลพิเศษของเมืองต่างๆทั่วโลก

เราอาจได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศแห่เดินทางมาเข้าคิวซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ๆ บนทำเลหน้าสวนสาธารณะที่ถูกออกแบบงดงามตระการตา เหมือนที่คนไทยแห่ไปเข้าคิวซื้อที่ย่านกินซา หรือฟิฟ อเวนิวในสมัยก่อนก็เป็นได้.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ