
โออาร์ทุ่ม 850 ล้านบาท ลุยตั้งโรงคั่วกาแฟ กำลังการผลิตหมื่นตัน รองรับขยายสาขาครบ 5,000 แห่งปี 66 เร่งสยายปีกผุดสาขาต่างประเทศ 1,000 แห่งในปี 68 เล็งสยายปีกลงทุนในจีน อินเดีย อินโดนีเซียเพิ่ม พร้อมพาเอสเอ็มอีไทยผงาดโกอินเตอร์ด้วย
น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้อนุมัติแผนการขยายโรงงานผลิตกาแฟระยะที่ 3 มูลค่า 850 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตกาแฟของอเมซอน เพิ่มเป็น 10,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 4,500 ตันต่อปี รองรับการขยายสาขาร้านคาเฟ่ อเมซอน ในปี 2566 ที่ตั้งเป้าขยายสาขาทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมันพีทีทีสเตชัน ไว้ที่ 5,000 สาขา โดยการขยายโรงงานคั่วกาแฟครั้งนี้จะแล้วเสร็จในปี 2567
สำหรับโรงงานแห่งที่ 3 นี้จะแตกต่างจากโรงงานเดิม ที่เป็นระบบคั่วเมล็ดกาแฟ แต่แบบใหม่จะใช้ความร้อนเป่า ทำให้เมล็ดกาแฟได้รับความร้อนทั่วทั้งเมล็ด ซึ่งปัจจุบันอเมซอนใช้เมล็ดกาแฟจากในประเทศทั้งหมด ไม่มีการนำเข้า เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมเกษตรกรของไทย โดยส่วนหนึ่งโออาร์จะร่วมกับโครงการหลวง และสถาบันการศึกษา ร่วมกันส่งเสริมให้ความรู้เกษตรกรในการเพาะปลูก เช่น การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การเก็บเมล็ดกาแฟ เพื่อยกระดับการผลิตให้กับเกษตรกร
น.ส.จิราพรกล่าวต่อว่า สำหรับแผนการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) นั้น โออาร์มีการเตรียมพร้อมเข้าปีที่ 3 เนื่องจากทิศทางหรือแนวโน้มเทรนด์โลกที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จะเห็นว่ากลุ่มคนที่ซื้อรถอีวีจะสามารถซื้อได้ในราคาคันละ 1 ล้านบาท เพราะการชาร์จครั้งหนึ่งวิ่งได้มากกว่า 300 กิโลเมตร โดยบริษัทตั้งเป้าหมายขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เพิ่มเป็น 300 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 97 แห่ง โดยเน้นใช้พื้นที่ในกรุงเทพฯเป็นจุดเซ็นเตอร์ โดยการลงทุนต่อ 1 สาขา ใช้งบลงทุนประมาณ 1.5-2 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการ 15-20 คันต่อวันต่อสาขา ใช้เวลาชาร์จไฟ 20 นาที ซึ่งแผนต่อจากนี้จะร่วมกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน ถือเป็นเรื่องของการเปลี่ยนถ่ายการใช้พลังงานเพื่อไม่ให้เป็นปัญหา และเพิ่มความสะดวกสบายตามไลฟ์สไตล์
ส่วนแผนการขยายคาเฟ่ อเมซอนนั้น มีแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าภายในปี 68 จะมีสาขาในต่างประเทศที่ 1,000 สาขา มีรายได้ 34,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด 298 สาขา โดยการลงทุนในต่างประเทศตอนนี้มี 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์, เมียนมา , โอมาน, สิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย และเวียดนาม ลักษณะการลงทุนจะเป็นลักษณะร่วมทุน โดยจะเลือกลงทุนในประเทศที่มีประชากรเยอะ มีอัตราการเติบโตของจีดีพีสูง ซึ่งโออาร์สนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งหากไม่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 อาจจะได้เห็นการลงทุนไปแล้ว ซึ่งการขยายสาขาในต่างประเทศ ส่วนหนึ่งโออาร์จะพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไปร่วมวางสินค้าขายในร้านค้าด้วย
นอกจากนี้ โออาร์เตรียมเปิดตัวซูเปอร์แอป ซึ่งจะเป็นแอปพลิเคชันคาเฟ่ อเมซอน แอปพลิเคชัน ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุ โดยสามารถสั่งเครื่องดื่มและจ่ายเงินผ่านแอปฯ กดสั่งเครื่องดื่ม บนแอปพลิเคชันจากหน้าจอสมาร์ทโฟน และยังสามารถเลือกระดับความหวานและเลือกเพิ่มท็อปปิ้งได้ เสมือนการไปสั่งกับพนักงานที่ร้าน พร้อมสามารถจ่ายเงินสะดวกสบาย สามารถเลือกได้หลายช่องทางทั้งบัตรเครดิต เดบิต และแอปพลิเคชันบลู คอนเนค และกำลังเร่งเพิ่มสาขาให้บริการบนแอปพลิเคชัน คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้ จะให้บริการทั้งหมดประมาณ 200 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก.