ชงดีเอสไอเชือด 5 นอมินี พาณิชย์ลุยสอบ “อสังหาฯ-ล้ง” 10 จังหวัด

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ชงดีเอสไอเชือด 5 นอมินี พาณิชย์ลุยสอบ “อสังหาฯ-ล้ง” 10 จังหวัด

Date Time: 23 พ.ย. 2563 08:06 น.

Summary

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าโชว์ผลตรวจสอบ “นอมินี” ปี 63 พบนิติบุคคล 5 ราย ทำธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ เข้าข่ายความผิดนอมินี เหตุมีคนไทยช่วยเหลือสนับสนุน ร่วมทำธุรกิจ หรือถือหุ้นแทน

Latest

บิ๊กซี เชื่อผ่านจุดต่ำสุด จากสารพัดปัญหา คุมต้นทุน ดันเวียดนามเครื่องยนต์ใหม่

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าโชว์ผลตรวจสอบ “นอมินี” ปี 63 พบนิติบุคคล 5 ราย ทำธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ เข้าข่ายความผิดนอมินี เหตุมีคนไทยช่วยเหลือสนับสนุน ร่วมทำธุรกิจ หรือถือหุ้นแทน ส่งดีเอสไอขยายผลสอบเชิงลึก ปีหน้าเน้นตรวจสอบท่องเที่ยว-อสังหาฯ-ล้ง ใน 10 จังหวัด

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อหลบเลี่ยงให้สามารถประกอบธุรกิจภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยไม่ต้องขออนุญาต หรือทำธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวได้ว่า ในปี 63 กรมได้ตรวจสอบธุรกิจเป้าหมาย 3 ธุรกิจ ได้แก่ ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม รีสอร์ต โดยเน้นตรวจสอบในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเป็นแหล่งที่มีคนต่างชาติมาลงทุน ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) กระบี่ พังงา ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ

สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบนิติบุคคลน่าสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี จำนวน 5 ราย โดยประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 2 ราย และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ซึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี 4 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย กรมได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกแล้ว เช่น ตรวจสอบความสัมพันธ์ของคนไทยกับชาวต่างชาติ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตรวจสอบการชำระภาษี เป็นต้น โดยในบางกรณี ดีเอสไออาจขยายผลเพิ่มเติม หากพบข้อมูลเชื่อมโยงถึงธุรกิจรายอื่นๆ และหากธุรกิจที่กระทำความผิดมีมูลค่าสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปด้วย

“ธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นนอมินีทั้ง 5 ราย จากการตรวจสอบ พบพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชี้ชัดว่า มีคนไทยและคนต่างด้าวที่ยินยอมให้คนไทยให้ความช่วยเหลือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 36, 37 และ 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรมจะร้องทุกข์กล่าวโทษตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป”

นายทศพลกล่าวต่อว่า สำหรับในปี 64 กรมมีแผนการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และกำหนดกลุ่มธุรกิจเป้าหมาย 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตร (ล้ง) ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ แต่ใน ส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวซบเซา ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเช่นเดิม ดังนั้น กรมจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเน้นการตรวจสอบเชิงแนะนำการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการเป็นนอมินี ส่วนใหญ่เกิดจากมีคนไทยยอมรับผลประโยชน์ หรือสมยอม หรือที่ปรึกษากฎหมายแนะนำให้หลีกเลี่ยงกฎหมาย และจากฐานข้อมูล พบว่า มีคนไทยถือหุ้นในกิจการร่วมกับคนต่างด้าวในหลายๆกิจการ ซึ่งเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับที่มาของแหล่งเงินทุนของคนไทยรายนั้นๆ กรมจึงขอเตือนคนไทย อย่ามีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว เพราะเป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งกรมจะตรวจสอบพฤติกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ