
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรอบวงเงิน 10,629 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ค่าจ้างงาน 60,000 อัตรา งบประมาณ 7,920 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินโครงการ/กิจกรรมที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ 3,000 ตำบล จำนวน 2,400 ล้านบาท โดยจะได้ทั้งสิ้น 800,000 บาทต่อตำบล และค่าบริหารจัดการโครงการ 309 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา
สำหรับการจ้างงานจะผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 1.การจ้างงานตำบลละ 20 คน (นักศึกษา/บัณฑิตจบใหม่/ประชาชนทั่วไป) เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การเฝ้าระวังประสานงานและติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จัดทำข้อมูลราชการในพื้นที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ การสร้างและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชนและการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมการพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม
2.สนับสนุนการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมในพื้นที่ที่สถาบันอุดมศึกษารับผิดชอบตามบริบทของพื้นที่ให้แก่ชุมชน 3,000 ตำบล ได้แก่ การพัฒนาสัมมาชีพ การสร้างอาชีพใหม่ เช่น ยกระดับสินค้า OTOP หรืออาชีพอื่นๆ การสร้างและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว 3.การนำองค์ความรู้การดูแลสุขภาพและเทคโนโลยีไปช่วยบริการชุมชน และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนทั่วไป เป็นประชาชนในพื้นที่หรือใกล้เคียงที่ว่างงานและไม่ได้รับค่าตอบแทน ค่าจ้าง จากหน่วยงานอื่นของภาครัฐและเอกชน จะจ้างในอัตรา 9,000 บาท/เดือน บัณฑิตจบใหม่ที่สำเร็จการศึกษาไม่เกิน 3 ปี จ้างในอัตรา 15,000 บาท/เดือน และนักศึกษาหรือผู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา ได้ค่าจ้างในอัตรา 5,000 บาท/เดือน.