
โควิดมาสวนสนุกปิด แต่บริการสตรีมมิง 'ดิสนีย์ พลัส' กำลังโตขึ้น ยอดสมาชิกพุ่ง คาดทะลุ 90 ล้าน ใน 4 ปี
รายงานจากสำนักข่าว CNBC ระบุว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ราคาหุ้นของดิสนีย์ปรับตัวขึ้นร้อยละ 5 หลังจาก Bob Chapek ซีอีโอของบริษัทประกาศว่า ผู้ที่เป็นสมาชิกของดิสนีย์ พลัส สามารถเข้าชมภาพยนตร์ 'มู่หลาน' ได้หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนการฉายเนื่องจากโรงภาพยนตร์ปิดทำการในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่รายได้จากสวนสนุกยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19
ทางซีอีโอดิสนีย์ระบุว่า สมาชิกจะสามารถชมภาพยนตร์มู่หลาน ได้ในราคา 29.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 900 บาท ในวันที่ 4 กันยายน ส่วนประเทศในยุโรปจะสามารถชมได้ในราคาที่ต่างกันไป ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์ให้สมาชิก ‘ดิสนีย์ พลัส’ จ่ายเงินเพิ่มจากราคาสมาชิกเพื่อชมภาพยนตร์ ทำให้เป็นที่จับตาว่าจะได้รับการตอบรับไปในทิศทางที่ดีหรือไม่
ถึงแม้ว่าหุ้นจะขึ้น แต่ดิสนีย์ยังคงได้รับผลกระทบจากการปิดให้บริการธุรกิจสวนสนุก ที่ทำให้รายได้ลดลงร้อยละ 85 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสวนสนุกในแคลิฟอร์เนียยังต้องเลื่อนเวลาเปิดให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่กลับมาระบาดหนัก นอกจากนี้ยังประสบกับการขาดทุนจากการเข้าซื้อกิจการ Twenty-First Century Fox ก่อนหน้านี้
งานนี้คาดว่า ดิสนีย์ จะลุยธุรกิจสตรีมมิงแบบเต็มตัว ล่าสุดบริษัทเผยว่า มีสมาชิกจากในธุรกิจสตรีมมิงมากถึง 100 ล้านคน ซึ่งรวม ดิสนีย์ พลัส, Hulu และ ESPN+ ซึ่งครึ่งหนึ่งของจำนวนสมากชิกมาจากดิสนีย์ พลัส ที่มีสมาชิก 57.5 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น 60.5 ล้านคน เมื่อต้นสัปดาหที่ผ่านมา โดยทางบริษัทตั้งเป้าว่าดิสนีย์ พลัส จะมีสมาชิกถึง 90 ล้านคน ภายในปี 2024.
ที่มา: CNBC