
“ลูก” คำๆนี้ที่แสนจะมีความหมายอย่างยิ่งกับคนเป็น “คุณพ่อ-คุณแม่” แน่นอนไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อลูกแล้วนั้น...ก็ต้องเลือกแต่ “สิ่งที่ดีที่สุด” ทั้งเรื่องการดูแลเอาใจใส่ อาหารการกิน สุขอนามัยต่างๆ และอีกด้านที่คุณพ่อ-คุณแม่ พร้อมจะทุ่มเทมอบสิ่งที่ดีให้กับลูก คือด้านของการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ
โดยจะแสวงหาโรงเรียนที่ดีให้ลูกได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ อยู่ในสังคมที่ดี เพื่อเป็นโอกาสในอนาคตวันข้างหน้า ที่เขาจะได้ใช้ความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ
เกริ่นเรื่องด้านการศึกษา โรงเรียนมายาวขนาดนี้ Business On My Way สัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จักกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องนั่นคือ “โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ” โรงเรียนแห่งใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้านการศึกษาให้กับเด็กๆ
ผ่านการบริหารดูแลและก่อตั้งโดย “ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สาคร สุขศรีวงศ์” ประธานบริหารโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ
อาจารย์สาคร เล่าว่า จุดเริ่มที่เป็นแรงบันดาลใจให้คิดเปิดโรงเรียน เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ต้องหาโรงเรียนให้ลูก โดยผมมีลูกชาย 4 คน ซึ่งโจทย์ที่ตั้งไว้คืออยากให้เรียนโรงเรียนนานาชาติ เพื่อหวังให้เขาได้ในด้านภาษา มีความสุข มีสังคมที่ดี แต่สิ่งที่ห่วงคือความมีมารยาทอย่างไทยที่อาจจะหายไป
กระทั่งวันหนึ่งลูกชายวัย 10 ขวบ ได้เดินมาคุยว่าอยากขอไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นก็มองว่าลูกยังเด็กไป จะดูแลตัวเองได้อย่างไร บวกกับมีความงงว่าทำไมลูกวัยเพียง 10 ขวบ มีความคิดเช่นนี้
อาจารย์สาคร เล่าว่า ในที่สุดก็ตามใจลูก และเดินทางไปหาโรงเรียนที่ดีเหมาะกับลูก จากนั้นสิ่งที่ทำให้น่าแปลกใจคือ ลูกกลับมาเมืองไทยได้เห็นพัฒนาการของลูก ซึ่งแตกต่างจากเมื่อครั้งที่เรียนอยู่เมืองไทย ทั้งด้านความคิด ด้านวิชาการ ซึ่งก็พูดคุยสอบถาม และก็ศึกษาว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ทั้งนี้ จากการได้ศึกษาก็ไปพบว่า มีหลายเรื่องที่โรงเรียนในอังกฤษใช้รูปแบบการสอนที่ทำแล้วเกิดผลดี ประสบความสำเร็จกับตัวเด็ก ซึ่งโรงเรียนในไทยยังไม่ค่อยมีรูปแบบการสอนแบบนี้ ซึ่งก็มองว่ามีโอกาสพัฒนาได้
“ตัวผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงด้านการศึกษามายาวนาน เป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงทำงานด้านบริหารการศึกษาให้กับหลายสถาบันในเมืองไทย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้คิดอยากทำโรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุดในเมืองไทย”
อาจารย์สาครเล่าว่า จากนั้นก็ไม่รอช้าไปปรึกษากลุ่มเพื่อนที่อยู่แวดวง การศึกษาเพื่อชักชวนร่วมเปิดโรงเรียน โดยก็ได้รับการปฏิเสธ กระทั่งได้มี โอกาสไปพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่สนใจด้านการลงทุน และได้ไปเจอกับผู้บริหารระดับสูงของ “เครือสหพัฒน์” ซึ่งท่านก็ตอบตกลงพร้อมร่วมลงทุนด้วย รวมถึงนำเสนอให้นำที่ดินย่านถนนรัชดา-พระราม 3 มาพัฒนาสร้างโรงเรียน
ความยากต่อจากการหาพันธมิตรที่มีอุดมการณ์อยากพัฒนาด้านการศึกษาของเมืองไทย นั้นคือการแสวงหาพันธมิตรโรงเรียนชั้นยอด ซึ่งตอนนั้นก็เดินทางไปอังกฤษบ่อยครั้งเพื่อไปดูโรงเรียนที่นั้น
“กระทั่งไปพบโรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ ก็สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณที่ตรงกัน คือกลุ่มผู้บริหารโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการสร้างและพัฒนาโรงเรียนที่ไม่เพียงแค่การสอนให้เด็กเก่งในการสอบ แต่ปลูกฝังให้มีใจรักและใฝ่หาการเรียนรู้ รวมถึงฝึกสอนกีฬาและจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นการสอนแบบให้ทั้งความรู้วิชาการ และเสริมทักษะการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้ได้เด็กที่มีคุณภาพครบถ้วน”
อาจารย์สาคร เล่าว่า โรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน เปิดสอนมาแล้วกว่า 200 ปี และได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาสูงสุดของโลก และติด 1 ใน 5 สุดยอดโรงเรียนที่เด็กมีคะแนนสอบดีที่สุดของอังกฤษ เด็กที่จบจากที่นี่สามารถสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ปีละประมาณ 25% หรือเฉลี่ย 300 คน ในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในส่วนของโรงเรียนคิงส์คอลเลจกรุงเทพ จะเริ่มเปิดสอนปีการศึกษา 2563 ช่วงแรกจะเปิดรับชั้น Pre-nursery (2 ขวบ) จนถึง Year 6 (11 ปี) จากนั้นปี 2564 เปิด Year 7-8-9 และปีถัดๆไปเปิดปีละ Year จนครบถึง Year 13 โดยโรงเรียนแห่งนี้รองรับได้ 1,500 คน
ท้ายสุดอาจารย์สาคร เล่าว่า การเปิดโรงเรียนคิงส์คอลเลจที่ไทยครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมมือเปิดโรงเรียนแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแห่งที่ 3 ของโลก ภายใต้ความร่วมมือกับโรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน
งานนี้ผู้ปกครองท่านใดสนใจอยากให้บุตรหลาน ได้เรียนที่นี่ ก็สามารถ เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ admissions@kingsbangkok.com หรือ www.kingsbangkok.com กันได้เลย.