
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมจะดำเนินการมอบสัญญาเช่าให้กับประชาชนที่ครอบครองที่ราชพัสดุโดยมิชอบทั่วประเทศ ให้เป็นผู้เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย ภายใต้โครงการธนารักษ์ประชารัฐ จำนวน 100,000 ราย พื้นที่ 1 ล้านไร่ จากพื้นที่ซึ่งมีการบุกรุกทั้งหมด 1.36 ล้านไร่ จำนวน 139,000 ราย โดยผู้ครอบครองโดยมิชอบดังกล่าว ต้องครอบครองที่ดินก่อนวันที่ 4 ต.ค.46 ที่รัฐบาลจะประกาศเป็นที่ราชพัสดุ
“จะคิดค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับเกษตรกรไร่ละ 200 บาทต่อปี ส่วนประชาชนทั่วไปตารางวา (ตร.ว.) ละ 25 สตางค์ต่อเดือน หรือปีละ 300 บาทต่อ 100 ตร.ว. หลังจากประชาชนเช่าที่แล้ว สามารถนำไปค้ำประกันขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนประกอบอาชีพได้ โดยวันที่ 11 ต.ค.นี้ จะมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ 340 ราย และวันที่ 28-29 ต.ค.62 จะมอบสัญญาเช่าให้กับประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีก 350 ราย”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีผู้ขอพิสูจน์สิทธิ์ในพื้นที่ราชพัสดุประมาณ 47,000 ราย จำนวน 300,000 ไร่ ซึ่งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) จังหวัดกำลังเร่งพิสูจน์สิทธิ์อยู่ว่าครอบครองก่อนที่รัฐบาลจะประกาศเป็นที่ราชพัสดุหรือไม่ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าถือครองที่ดินอย่างถูกกฎหมาย กรมจะออกเอกสารสิทธิให้ แต่ถ้าถือครองแบบผิดกฎหมายจะต้องมาทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรม ทั้งนี้ ในปี 63 กรมจะดำเนินการมอบสัญญาเช่าที่ดินส่วนที่เหลืออยู่ให้ครบตามเป้าหมาย 1.36 ล้านไร่
นอกจากนี้ กรมได้จัดทำโครงการ “ทำชุมชนให้เป็นที่ประชุมในที่ราชพัสดุ” และการจัดพื้นที่ราชพัสดุเพื่อจำหน่ายสินค้าชุมชน โดยจะให้หน่วยราชการต่างๆนำพื้นที่มาเปิดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ จัดตั้งเป็นตลาดชุมชนโดยในปี 63 ตั้งเป้าหมายสนับสนุนให้จังหวัดต่างๆ จัดสรรพื้นที่เป็นตลาดชุมชนไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก “กรมจะมีหนังสือขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการระดับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้เพื่อจัดทำเป็นตลาดชุมชน หรือใช้ในการประชุมต่างๆ ซึ่งบางพื้นที่อาจมีการก่อสร้างเพิ่มเติมออกไปจากพื้นที่เดิม แต่คาดว่าจะมีเพียงไม่กี่แห่ง เพราะหน่วยราชการเดิมสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้”.