
รมว.ดีอี สั่ง ไปรษณีย์ไทย ไปศึกษาการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบยาเสพติด วัตถุอันตราย ตามศูนย์กระจายสินค้าไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ พร้อมให้ปรับแผนธุรกิจ แผนการตลาดรับการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซ
เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ว่า ได้สั่งการให้คณะกรรมการ(บอร์ด) และผู้บริหารระดับสูง ไปศึกษาการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบยาเสพติด วัตถุอันตราย ตามศูนย์กระจายสินค้าไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ เพื่อช่วยการตรวจสอบ เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการส่งยาเสพติดจำนวนมาก และทำให้ไม่ตรวจสอบได้ หากไม่อันตรายก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นวัตถุอันตราย พนักงานไปรษณีย์ก็ไม่ปลอดภัยอันดับแรก ซึ่งปัจจุบันตรวจสอบเฉพาะพัสดุส่งไปต่างประเทศเท่านั้น
ฉะนั้น รมว.กระทรวงดีอี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังสั่งให้ไปปรับแผนธุรกิจไปรษณีย์ไทย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแข่งขัน เพื่อทำงานเชิงรุกให้มากย่ิงขึ้น โดยให้ส่งแผนมาให้พิจารณาภายใน 1 เดือน โดยเฉพาะแผนการตลาด ที่ถือว่าผู้ใช้บริการมองเห็นได้ชัดและสามารถใช้บริการไปรษณีย์ได้งาน ยกตัวอย่าง การสั่งของทางออนไลน์ ก็ต้องทำให้เห็นว่า ถ้าเลือกส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทยแล้ว จะเป็นอย่างไร ราคาเท่าใด โดยทุกวันนี้เวลาสั่งสินค้าออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ จะไม่เห็นบริการไปรษณีย์เลย เห็นแต่คู่แข่ง จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดรายได้ของคู่แข่งจากหลัก 1,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว
“ผมโตมากับไปรษณีย์ไทย ที่บ้าน พี่ป้าน้าอาที่รู้จัก รวมถึงประชาชนหลายคน ก็รู้จักไปรษณีย์ไทย และใช้บริการไปรษณีย์ไทย และได้ฝากความเป็นห่วงว่า เมื่อกำกับดูแลไปรษณีย์แล้ว ฝากทำให้ไปรษณีย์ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาดีแล้ว แต่ควรทำให้ดีย่ิงขึ้น เพราะถ้าเราทำดีขึ้น เชื่อว่ารายได้และกำไรก็ดีขึ้น ผมเชื่อว่าพนักงานทุกคน มีความตั้งใจทำงาน ไม่อยากให้องค์กรขาดทุน เพราะหากขาดทุน ก็กระทบสวัสดิการของพนักงานเอง” นายพุฒิพงษ์ กล่าว.