ขึ้นบัญชีสินค้า52รายการ ครม.ชี้ชะตาควบคุมราคายา-เวชภัณฑ์

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ขึ้นบัญชีสินค้า52รายการ ครม.ชี้ชะตาควบคุมราคายา-เวชภัณฑ์

Date Time: 21 ม.ค. 2562 09:03 น.

Summary

“พาณิชย์” เตรียมชง ครม. 22 ม.ค.นี้ พิจารณาบัญชีสินค้าและบริการควบคุม ปี 62 ชงเพิ่มและลดสินค้าและบริการควบคุมเหลือ 52 รายการ จากเดิม 54 รายการ

Latest

เรื่องเล่า 34 ปี แบรนด์ “จระเข้” กับโจทย์ใหญ่ของ CEO คนใหม่ ในวันที่เกมวัสดุก่อสร้างไม่เหมือนเดิม

“พาณิชย์” เตรียมชง ครม. 22 ม.ค.นี้ พิจารณาบัญชีสินค้าและบริการควบคุม ปี 62 ชงเพิ่มและลดสินค้าและบริการควบคุมเหลือ 52 รายการ จากเดิม 54 รายการ จับตาคุม “ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์” หรือไม่ หลังโรงพยาบาลเอกชนค้านหนัก หากไม่คุม “พาณิชย์” หมดสิทธิ์ใช้มาตรการดูแล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ม.ค.นี้ พิจารณาทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุม ประจำปี 62 ตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กำหนดให้ต้องทบทวนทุกปี โดยในปีนี้จะเสนอให้ ครม.พิจารณาบัญชีสินค้าและบริการควบคุม 52 รายการ ลดลงจากปี 61 ที่มี 54 รายการ

ทั้งนี้ การประชุม กกร. เมื่อวันที่ 9 ม.ค.62 มีมติให้เพิ่มสินค้าควบคุม 1 รายการ คือ ยาและเวชภัณฑ์ และถอดสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม 4 รายการออก ได้แก่ น้ำตาลทราย เยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์ ทำให้สินค้าในบัญชีควบคุมลดเหลือ 46 รายการ จากเดิม 49 รายการ และเพิ่มบริการทางการแพทย์ในบัญชีบริการควบคุมอีก 1 รายการ ทำให้มีบริการควบคุมรวม 6 รายการ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ถอดน้ำตาลทรายออก เพราะปัจจุบัน ไทยปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายให้ลอยตัวตามกลไกตลาดโลก และขณะนี้ราคาลดลง ส่วนเยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์ เป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมีผู้ผลิตหลายราย มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาด้านราคา

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่าโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาลแพงเกินสมควร ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงต้องนำเข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพื่อให้สามารถมีมาตรการเข้ามากำกับดูแลตามความเหมาะสม ซึ่งอาจไม่ใช่การกำหนดราคาขายยาและเวชภัณฑ์ และกำหนดค่าบริการทางการแพทย์ แต่จะใช้มาตรการใดกำกับดูแล ที่ประชุม กกร.ได้แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้น 1 ชุด ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่จะนำมาใช้กำกับดูแล ซึ่งต้องเป็นมาตรการที่เป็นธรรมกับทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องเสนอการทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมให้ ครม.พิจารณาภายในเดือน ม.ค.นี้ ไม่เช่นนั้น จะทำให้สินค้าและบริการควบคุมตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่สามารถใช้มาตรการบริหารจัดการได้ เพราะบัญชีสินค้าและบริการควบคุมปี 61 หมดอายุแล้ว แต่ ครม.จะเห็นชอบกับการเสนอของกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของ ครม.หากเห็นชอบสินค้าและบริการควบคุมปี 62 จะเป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ

สำหรับรายการสินค้าและบริการควบคุม ที่คาดว่าจะมีปัญหา คือ ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เพราะโรงพยาบาลเอกชนไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่าโรงพยาบาลเอกชนต่างจากโรงพยาบาลรัฐที่มีงบประมาณสนับสนุน และยังต้องลงทุนเทคโนโลยี พัฒนาการให้บริการ ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่า ครม.จะเห็นชอบให้ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมหรือไม่ โดย ครม.อาจไม่เห็นชอบ ซึ่งจะทำให้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถใช้มาตรการใดๆในการกำกับดูแลได้เลย โดยที่ผ่านมามีเพียงกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นที่เป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ