
กรมการท่องเที่ยว ร่ายมนต์เห่กล่อมกองถ่ายทำภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ อินเดีย จีน ให้ยกกองมาถ่ายทำในไทย ลุ้นระทึกหากเข้ามาจริงตามที่ไปเจรจาไว้จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในไทยนับพันล้านบาท
นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับด้านภาพยนตร์ โดยปีนี้ค่ายหนังยักษ์ใหญ่แห่งวงการฮอลลีวูดจากประเทศสหรัฐฯ เตรียมที่จะยกกองถ่าย เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในประเทศไทยหลายเรื่อง หลังจากปีที่แล้วกรมได้เดินทางไปพบกับผู้บริหารค่ายหนังชื่อดังหลายรายของฮอลลีวูด และปรากฏว่าหลายรายก็แสดงความสนใจที่จะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย เพราะเห็นว่ามีเอกลักษณ์ที่แปลกตาแปลกใจให้กับผู้ชมทั่วโลก และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีรองรับ
“อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทยปีนี้จะมีความคึกคักมากกว่าปีก่อนหน้า เพราะขณะนี้ได้มีค่ายหนังยักษ์ใหญ่ต่างๆ ทั้งสหรัฐฯ อินเดีย และจีน ต่างก็สนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ หรือถ่ายทำสารคดีในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดี เพราะเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อไปชักจูงบรรดาค่ายหนังต่างๆเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งถ้าเข้ามาจริง กองถ่ายทำภาพยนตร์กลุ่มนี้จะมีเงินลงทุนสูงเป็นพันล้านบาท ซึ่งบางส่วนก็เข้ามาถ่ายทำทั้งเรื่อง หรือบางส่วนมาถ่ายทำในไทยบางส่วน แต่ทั้งหมดก็ส่งผลดีต่อประเทศไทยเพราะเมื่อมีกลุ่มนี้เข้ามาก็เกิดการใช้จ่าย และเกิดการจ้างงานในพื้นที่”
ทั้งนี้ เมื่อปี 2561 กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ได้สรุปสถิติการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย แม้ว่าในแง่ของจำนวนเรื่อง ที่คณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศจะลดลงเหลือเพียง 714 เรื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีจำนวน 810 เรื่อง หรือลดลง 11.85% แต่ถ้าเทียบกับรายได้ที่เกิดขึ้น ก็พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยปี 2561 มีรายได้ 3,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีรายได้ 3,074 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.21% และปีนี้คาดว่าตัวเลขรายได้อาจเพิ่มสูงกว่าปีที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อย หรืออาจมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน”
สำหรับประเทศที่มีรายได้จากการที่กองถ่ายภาพยนตร์เข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์มากที่สุด 3 อันดับโลกเมื่อปีที่ผ่านมา คือ อันดับที่ 1 สหรัฐฯ ทำรายได้ 1,246 ล้านบาท รองลงมาคือ อินเดีย 279 ล้านบาท และจีน 430 ล้านบาท ซึ่งประเภทของภาพยนตร์ที่มีการถ่ายทำมากที่สุดคือ ภาพยนตร์โฆษณา/ประชาสัมพันธ์ 335 เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี 120 เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องยาว 74 เรื่อง รายการโทรทัศน์ 72 เรื่อง มิวสิกวิดีโอ 46 เรื่อง รายการเกมโชว์/เรียลลิตี้ 32 เรื่อง รายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน 12 เรื่อง ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ 16 เรื่อง ละครโทรทัศน์ 1 เรื่อง และภาพยนตร์ประเภทอื่นๆ 2 เรื่อง
นายอนันต์กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการออกมาตรการมาช่วย สนับสนุนด้วยการคืนเงินจากการใช้จ่ายระหว่างถ่ายทำในประเทศไทยให้ 15% พร้อมกับเพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษ หากเลือกใช้นักแสดงจากในไทย หรือใช้อุปกรณ์ในประเทศได้เงินคืนเพิ่มอีก 3% และหากเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศจะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 2% รวมทั้งหมด 20%
“รายได้จากการยกกองมาถ่ายทำภาพยนตร์ ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ อาจใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะต้องรอดูว่าค่ายหนังยักษ์ใหญ่ข้างต้น จะยกกองมาถ่ายทำมากน้อยเพียงใด ซึ่งถ้าเข้ามาจริงก็ทำให้ตัวเลขรายได้เพิ่มขึ้นกว่านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ จากสถิติพบว่า มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ระดับกลางถึงเล็กเข้ามาถ่ายทำแล้ว 100 ราย และมีเงินลงทุนไม่ถึง 50 ล้านบาท”.