
กระแสเทรนด์รักสุขภาพของคนทั่วโลกกำลังมาแรง ส่งผลให้ธุรกิจสุขภาพในหลายประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจสปาในประเทศไทยก็มีอัตราการขยายตัวสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยทั่วโลกโดยเติบโตถึง 8% มีมูลค่าตลาดที่ 40,000 ล้านบาท
ซึ่งกลุ่มชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ใช่เฉพาะแต่กลุ่มคนรักสุขภาพและความสวยความงามเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการพักผ่อนจากอาการเหนื่อยล้าและหลีกหนีความวุ่นวายระหว่างวัน รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism ส่งผลให้ธุรกิจสปาของประเทศไทยติดอันดับที่ 16 ของโลก และเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย รองจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย
บริษัท ดี วี เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำด้านสุขภาพความงามและผลิตภัณฑ์เครื่องหอมอันดับหนึ่งในตลาดระดับสากล ภายใต้แบรนด์ “ดีวานา” (divana) ที่มีลูกค้าจากทั่วโลกเข้ารับบริการรวมแล้วกว่า 1.3 ล้านคนที่ต่างให้การยอมรับในความเป็นสปาพรีเมียมอันดับหนึ่งของไทย ได้จัดแคมเปญ “Divana : ENCHANT PAR LE POEM” เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 17 เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ผลักดันให้ดีวานาเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการนำสินค้า 4 กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ได้แก่ Raya Vedic Rose, Mango Mantra, White Orchid Holistic และ Queen of the Night มาพร้อมกับศาสตร์แห่งกลิ่นบำบัดและหินสีนำโชคที่แตกต่างกัน ได้แก่ หินโรสควอตซ์, หินไทเกอร์-อาย, หินไข่มุกและหินอเมทิสต์ รวมทั้งมีทองคำเปลวบริสุทธิ์ 99.99% ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบศาสตร์แห่งการเสริมพลังชีวิต มาจัดแคมเปญสุดพิเศษ ซื้อสินค้าในชุดซิกเนเจอร์ครบ 13,000 บาท รับฟรีทันที ผ้าพันคอ POEM คอลเลกชันพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชันสุดหรูเอกซ์คลูซีฟ มูลค่า 12,500 บาท ที่ POEM บรรจงสร้างสรรค์ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีเพียง 500 ผืนในโลก ไม่มีวางจำหน่าย เป็นผ้าพันคอที่สวยหรูทรงคุณค่าควรค่าสำหรับการสะสม
มาเปิดตัวพร้อมกับแบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดัง “โพเอม” (POEM) นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกของวงการสปาและแฟชั่น ที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับสองธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ CICE ที่มุ่งตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ผลักดันให้ธุรกิจสปาไทยดังไกลระดับโลกที่สปาเลิฟเวอร์ต้องหลั่งไหลเดินทางมารับบริการถึงเมืองไทย พร้อมตั้งเป้าเป็นสปาเบอร์หนึ่งของเอเชียภายใน 2 ปี
นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ นายธเนศ จิระเสวกดิลก ผู้ร่วมก่อตั้ง และผู้บริหาร บริษัท ดี วี เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ดีวานาไม่ใช่แค่สปาที่ให้บริการนวดปรนนิบัติผิว แต่เราได้ผสมผสานภูมิปัญญาการนวดของแพทย์แผนไทยเข้ากับศาสตร์ตะวันออก จนเป็นที่มาของ “นวัตกรรมธรรมชาติบำบัด” (Innovation) ที่หลอมรวมผัสสะทั้ง 7 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จิตวิญญาณ และจินตนาการ จึงไม่ได้สนองเพียงความพึงพอใจแค่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังเข้าไปถึงจิตวิญญาณของลูกค้าด้วย”
“เรามีโปรแกรมทรีตเมนต์ซึ่งมีให้เลือกมากมายกว่า 100 โปรแกรมที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละสไตล์ นอกเหนือไปจากนั้น คีย์คอนเซปต์หลักขอดีวานาสปา คือการออกแบบสปาที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งการเลือกบ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีเป็นที่ตั้งสปา หรือการเน้นบรรยากาศไทยร่วมสมัย ทำให้รู้สึกได้ถึงความขลัง ความคลาสสิกของภูมิปัญญาไทยอย่างแท้จริง”
สำหรับเป้าหมายใหญ่ในการก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ของเอเชีย ดีวานา มุ่งตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นหนักในเรื่องความครบวงจรของผลิตภัณฑ์, บริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงดีวานาสปาและผลิตภัณฑ์สปาที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น โดยจะขยายตลาดออกไปถึงกลุ่มคนเทรนดี้รุ่นใหม่ เพิ่มความหลากหลายจากธุรกิจ Wellness ให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าทั่วไปสามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ บริษัทฯ มีแผนการที่จะรุกตลาดทั้งภายใน และต่างประเทศให้มากขึ้น
สำหรับภาพรวมธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ดี วี เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา มีผลประกอบการทั้งสิ้น 300 ล้านบาท และผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ ทำได้ 150 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 150 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งเป้าผลประกอบการในปีนี้ไว้ที่ 500 ล้านบาท
สปานับเป็นอีกธุรกิจที่อนาคตสดใสสำหรับประเทศไทย เพราะมีพร้อมทั้งรูปแบบการนวดแพทย์แผนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำภูมิปัญญามาผสานกับนวัตกรรมใหม่ๆ ในไม่ช้าสปาไทยต้องไปสร้างชื่อ ที่ต่างประเทศได้อย่างแน่นอน!!.
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th