
ตามไล่บี้คนแก่ถือบัตรสวัสดิการ หลังเคาะประตูบ้านเมินหน้าหนี
นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเรียกเงินคืนจากประชาชนที่ลงทะเบียนมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการบัตรคนจนระยะที่ 2 จำนวน 1.5 ล้านคนหรือไม่ รวมเป็นเงินเกือบ 1,000 ล้านบาทเนื่องจากประชาชนที่ถือบัตรในกลุ่มนี้ได้ขอยกเลิกไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ โดยอ้างว่าแก่ชรา เนื่องจากมีอายุเกิน 60 ปี และบางรายได้โยกย้ายที่อยู่อาศัยและการเดินทางไม่สะดวก แต่ยังคงรับเงินสวัสดิการในส่วนรัฐบาลมอบให้เพิ่มเติม จากเดิมผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงิน 300 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาทต่อเดือน รวมเป็นเงินเดือนละ 500 บาท และกลุ่มที่ 2 มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เดิมได้รับเงินเดือนละ 200 บาท จะได้รับเพิ่มอีก 100 บาท รวมเป็น 300 บาท ตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา
นายพรชัยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้ประชาชนที่ถือบัตรคนจน จำนวน 11.4 ล้านคน แสดงความจำนงเข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดย ณ สิ้นเดือน ก.พ.มีประชาชนแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ 8.5 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือก่อนเป็นอันดับแรก 5.3 ล้านคน เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ที่เหลืออีก 3.2 ล้านคน เป็นกลุ่มที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปีซึ่งในจำนวน 5.3 ล้านคน ล่าสุดได้สำรวจความต้องการเสร็จสิ้นไปแล้ว พบว่าผู้ที่มีรายได้น้อยจำนวน 3.8 ล้านคน มีความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต อีก 1.5 ล้านคน สมัครแล้วแต่ไม่ขอเข้าร่วมโครงการ
ส่วนกรณีที่เม็ดเงินที่กระทรวงการคลังมอบให้เพิ่มเติมรายละ 200 บาท และ 100 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยังคงโอนเงินให้เหมือนเดิมยกเว้นกลุ่มคนที่ไม่ขอเข้าร่วมโครงการอีกต่อไปแล้ว 1.5 ล้านคน โดย สศค.จะนำเรื่องดังกล่าว เสนอให้ รมว.คลัง พิจารณาต่อไป ซึ่งในแนวทางปฏิบัติมีทั้งขอเงินคืน หักเงินจากบัตร และสุดท้ายไม่เรียกเงินคืน เป็นต้น.