
หลวงพระบางได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก เป็นเมืองมรดกโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538
นักธุรกิจสปาไทยเล็งเห็นช่องทางธุรกิจจึงตกแต่งบ้านดั้งเดิมของคนหลวงพระบาง เลขที่ 44-47 คีรีวิลเลจ ถนนคิงจิสรัช หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการแบบใหม่ ผสมผสานกับวัสดุธรรมชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ตามเงื่อนไขข้อกำหนดขององค์การยูเนสโก
เมื่อเสร็จเรียบร้อย ในปี พ.ศ.2556 ก็เปิดตัวในนามของบุราส่าหรี เฮอริเทจ
คุณดริษา ตันศิริ หรือคุณลิซ่า ผู้จัดการทั่วไป บุราส่าหรี เฮอริเทจ หลวงพระบาง บอกว่า นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดผ่านตัวอาคารแล้ว ยังได้สร้างเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอ็องรี มูโอ นักธรรมชาติวิทยาและนักเดินทางชาวฝรั่งเศส ชาวตะวันตกคนแรกๆที่เดินทางมาหลวงพระบาง
การตกแต่งบอกเล่าเรื่องราวของนักเดินทาง ผ่านการใช้เฟอร์นิเจอร์ เช่น หีบ มินิบาร์ โดยไฮไลต์สำคัญของห้องพัก คือ การอาบน้ำแบบฝรั่งเศสยุค Victorian 1820’s ที่เรียกว่า RIB Shower พื้นที่ยืนอาบน้ำทรงกลมปราศจากประตู แต่ใช้ผ้าลินินเป็นม่านแทน
คุณลิลลี่ อุดมคุณธรรม กรรมการผู้จัดการบุราส่าหรีกรุ๊ป คุยให้ฟังว่า พนักงานเป็นชาวหลวงพระบาง เป็นชาวลาวในพื้นที่ราบ และลาวสูง เป็นชนเผ่าที่ผ่านการอบรมด้านงานบริการ เพิ่มเติมความพิเศษด้วยบุคลิกของพนักงานชาวหลวงพระบางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความนอบน้อม และการเอาใจใส่
อีกบริการสำคัญ ณ สปาบุราส่าหรี ล่าสุดได้รับรางวัล Southeast Asia’s Best Wellness Spa จากการประกาศผลในงาน THE WORLD BOUTIQUE HOTEL AWARDS 2017
มาตรฐานทั้งด้านการบริการที่เป็นเลิศจากเทอราปีมืออาชีพ ที่ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่อง การคัดสรรผลิตภัณฑ์สปาจากธรรมชาติ และการสร้างสรรค์ทรีตเมนต์ที่หลากหลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
อาทิ Moon Stone Therapy Body Massage
อุบลรัตน์ ชูมณี ผู้จัดการสปาบุราส่าหรี บอกว่า การบำบัดด้วยหิน เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ถูกค้นพบมานานนับพันปี จากบันทึกของชาวจีน ได้นำหินร้อนมาใช้บำบัดรักษาอวัยวะภายในมานานกว่า 2,000 ปี และยังพบว่าชาวกรีก อียิปต์ และอินเดีย ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวของการใช้หินในการบำบัดรักษา
ปัจจุบันศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยหิน ซึ่งเป็นวิธีการบำบัดทางธรรมชาติรูปแบบหนึ่ง ได้ถูกนำมาประยุกต์ร่วมกับศาสตร์ของการนวด โดยพลังงานที่สะสมอยู่ในหินจะส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์ ทั้งเพื่อช่วยคืนความสมดุลให้กับร่างกายและช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดภายในจิตใจ
สปาบุราส่าหรี คิดค้นต่อยอดนำศาสตร์ของการใช้หินบำบัด มาผสมผสานกับศาสตร์ของการนวด ภายใต้แนวความคิดของธรรมชาติบำบัด ที่เชื่อว่าอาการปวดเมื่อยและอ่อนล้า รวมถึงความเครียดในจิตใจ เป็นสาเหตุของภาวะไม่สมดุลในร่างกาย สามารถผ่อนคลายได้ด้วยวิถีธรรมชาติ
จึงได้สร้างสรรค์ทรีตเมนต์ Moon Stone Therapy Body Massage เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย โดยผสาน 2 พลังจากธรรมชาติ คือ พลังจากหิน อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และพลังแห่งแสงจันทร์ในค่ำคืนวันเพ็ญ ที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความอ่อนโยน
โดยในทางวิทยาศาสตร์ พระจันทร์มีอิทธิพลโดยตรงต่อธาตุน้ำบนพื้นผิวโลก จนเกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งเป็นผลมาจากแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงจันทร์และโลก ในขณะที่ทฤษฎีแพทย์แผนจีน ซึ่งได้แบ่งสรรพสิ่งในธรรมชาติออกเป็น “หยิน” และ “หยาง”
พระจันทร์อยู่ในกลุ่มของหยิน อันหมายถึง ผู้หญิง กลางคืน สายน้ำ และความนิ่งสงบ ส่วนพระอาทิตย์หมายถึงผู้ชาย ไฟ และความเคลื่อนไหว จัดอยู่ในกลุ่มของหยาง ซึ่งทั้งสองจะต้องผสานกันอย่างลงตัวเพื่อให้เกิดความสมดุล
ในทางโหราศาสตร์ ดวงจันทร์ ยังหมายถึง ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการ ความอ่อนไหว นอกจากนี้ เมื่อพระจันทร์โคจรเข้ามาใกล้โลกพลังแห่งพระจันทร์ยังมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก ความคิด จิตใจของมนุษย์เราอีก
จากพลังธรรมชาติของหินและพระจันทร์ในค่ำคืนวันเพ็ญ กลายเป็นทรีตเมนต์ Moon Stone Therapy Body Massage อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสปาบุราส่าหรี ด้วยการนำหินลาวาภูเขาไฟ Volcanic Stone ที่มีคุณสมบัติสามารถเก็บอุณหภูมิได้ดี มีลักษณะผิวเรียบ กลมมน ไปอาบแสงจันทร์
โดยวางไว้กลางแจ้งในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ ตั้งแต่ช่วงเวลาพลบค่ำจนถึงรุ่งสาง เพื่อให้หินได้รับพลังตามธรรมชาติจากพระจันทร์ เป็นการสะสมพลังบวกและความอ่อนโยน เสมือนการเพิ่มพลังหยิน เมื่อนำหินมาใช้นวดบำบัดจะต้องผ่านความร้อนด้วยน้ำ ณ จุดเดือด เหมือนการผสานพลังหยางเข้าไป เพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น
ก่อนนำหินไปใช้ควบคู่กับศาสตร์ของการนวดอย่างเป็นขั้นตอน
โดยเทอราปีผู้ผ่านการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ Moon Stone Therapy Body Massage จึงเป็นทรีตเมนต์ที่จะช่วยปรับความสมดุลในร่างกาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง ทำให้การขับสารพิษภายในร่างกายเป็นไปด้วยดี
อุบลรัตน์บอกว่า เทคนิคการนวดของบุราส่าหรี ที่เรียกว่าบุราส่าหรีซิกเนเจอร์ คือ การนวดที่ผสมผสานเทคนิคเฉพาะจากหลากหลายศาสตร์ของสปา ได้แก่
1.เทคนิคโลมิโลมิ แผ่นหลังของคนเราในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมีอาการปวด ตึง แข็ง เนื่องจากการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น นั่งนานขับรถนาน โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การนวดแผ่นหลังโดยใช้เทคนิคโลมิโลมิ คือการใช้ข้อศอกนวดบริเวณบ่า เพื่อให้ถึง deep layer คือบริเวณลึกสุดใต้กล้ามเนื้อ
2.เทคนิคสวีดิช คือการนวดโดยใช้ฝ่ามือและนิ้วมือ เพื่อให้ได้รับสัมผัสที่นุ่มนวล แต่มีความแน่นหนัก โดยใช้น้ำหนักส่งผ่านฝ่ามือของเทราบีส เพื่อสร้างความผ่อนคลายและได้น้ำหนักตามความต้องการของลูกค้า
3.นวดไทย เทคนิคที่นำมาใช้คือการใช้นิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างกดเพื่อเช็กร่องกระดูกตั้งแต่บริเวณคอถึงหลังล่าง เป็นการจัดระบบร่างกายและทำให้เทอราปีสามารถรู้และเข้าใจสรีระของลูกค้า เพื่อจะได้ทำการนวดบำบัดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด
ทรีตเมนต์อีกตัวของสปาบุราส่าหรีที่ได้รับความนิยมคือ ดีพทิชชู Deep Massage Tissue ซึ่งเป็นการนวดทั้งตัวโดยใช้น้ำมันและเน้นบริเวณไหล่ หลัง และขาด้านหลัง จะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการนวดหนัก และเคยนวดประจำ เนื่องจากเป็นการนวดที่เริ่มต้นในระดับมีเดียมถึงหนัก
คำว่า ทิชชู ในวงการสปา หมายถึง กล้ามเนื้อส่วนที่ลึกที่สุดที่อยู่ด้านล่างสุดของกล้ามเนื้อ จะมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบางๆ ซึ่งจะเป็นส่วนที่เกิดพังผืดได้ง่ายหากไม่ได้รับการผ่อนคลาย การนวดให้ลึกถึงระดับทิชชู จะทำให้เกิดการผ่อนคลายในระดับลึกสุด หรือที่เรียกว่า ดีพ เลเยอร์ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ได้รับการนวดรู้สึกเบาสบายตัว
การนวดไทย-ลาว ของสปาบุราส่าหรี เป็นการผสมผสานเทคนิคการนวดของไทยที่จะมีน้ำหนักของการนวดมากกว่าและมีการดัดตัว ในขณะที่การนวดแบบลาวนั้นใกล้เคียงกับของไทย แต่จังหวะของการนวดจะเนิบช้าและไม่มีการดัด
การนวดลาวเหมาะสำหรับคนที่ต้องการน้ำหนักการนวดแบบพอดีๆ ถ้าต้องการการนวดที่มีน้ำหนักมากขึ้น เทอราปีจะนำเทคนิคการนวดไทยเข้ามาผสมผสานกับการนวดลาว มีเฉพาะที่บุราส่าหรี เฮอริเทจ หลวงพระบาง แห่งนี้
หลวงพระบาง เมืองท่องเที่ยวอันแสนสงบ เต็มไปด้วยวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ผนวกรวมกับความงดงามแห่งวัฒนธรรมดั้งเดิมของอาณาจักรล้านช้างที่ถ่ายทอดผ่านงานสถาปัตยกรรม ทั้งพระราชวัง วัดวาอาราม โรงแรม และสปาแห่งนี้ น่าจะเป็นสีสันแต่งแต้มหลวงพระบางให้มีเสน่ห์ลึกล้ำหลากหลายยิ่งขึ้น.