
ธนาคารออมสินปรับกลยุทธ์เน้นการเป็น 'Smart Social Bank for All Lives' โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย
“เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรกกับแบงก์ไหน?”
หลายคนคงตอบว่า ธนาคารออมสิน ที่วัยเด็กเคยไปฝากเงินเพื่อรับกระปุกใบแรก พอโตมาก็เริ่มซื้อสลากออมสินเพื่อเก็บเงินไปพร้อมๆ กับลุ้นรางวัล แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปบทบาทของสถาบันการเงินของรัฐต้องปรับตาม Thairath Money มีโอกาสได้พูดคุยกับ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ที่จะเล่าถึงภารกิจเร่งด่วนและการทำให้คนไทยมีชีวิตการเงินที่ดีขึ้นในระยะยาว
แม้ยังไม่ครบ 6 เดือนที่ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แต่พอถามถึงสิ่งที่เริ่มเดินหน้าไปแล้วกลับมีมากมาย เขาเล่าว่าสิ่งแรกที่เริ่มทำคือ การสื่อสารกับพนักงานกว่า 20,000 คน เพื่อสร้างความไว้ใจต่อกัน และให้การทำงานเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ Smart Social Bank for All Lives หรือการเป็นธนาคารเพื่อสังคม
แนวคิดนี้มาจากจุดเริ่มต้นว่า ทุกช่วงวัยต้องการการสนับสนุนทางการเงินต่างกันแบงก์ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์มาดูแลไม่เหมือนกัน อย่างกลุ่มคนมีครอบครัวได้เปิดตัว เงินฝาก ออมสิน ออมรัก ที่ฝากเงินแล้วทั้งพ่อ/แม่ หรือตัวลูกจะได้รับประกันภัยตามเงื่อนไขของโปรดักส์ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ดี สำหรับสลากออมสิน เราปรับจากอินไซต์ของคนที่ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่เงิน (รางวัล) ก้อนใหญ่ เราจึงปรับให้จำนวนรางวัลมีมากขึ้นถือว่ากระจายความสุขให้ไปถึงผู้ซื้อสลาก ฝั่งคนที่ออมเงิน ผู้สูงอายุอยากได้ดอกเบี้ยทุกเดือน เราก็มีโปรดักส์ใหม่ขึ้นมา
นอกจากนี้ยังมองถึงการปรับความคิดและพฤติกรรมของลูกค้าผ่านการให้รางวัลคนที่ทำดี ผ่านมาตรการผ่อนบ้านดี GSB ลดให้ สำหรับคนที่ผ่อนสินเชื่อบ้านดีตามเงื่อนไขของแบงก์จะได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% ต่อปี ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องติดต่อแบงก์ ไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่ หรือสำหรับกลุ่มลูกหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. – ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (หนี้ครู) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงที่ลงมาเหลือ 3.5% ต่อปี ไปจนถึงสิ้นปี 2570
“ออมสินถือเสาหลักทางด้านของการเงินให้กับประเทศ เราเน้นดูแลคนที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ดูแล” ทรงพลเล่าต่อว่า เราจะเป็นธนาคารที่ส่งเสริมการออมเป็นหลัก เพราะการออมจะช่วยลดปัญหาสังคมในหลายด้านทั้งสังคมสูงวัย การไม่มีเงินใช้ในช่วงที่ไม่มีรายได้ แต่การจะออมได้ ต้องมีการสร้างอาชีพ มาจากการหารายได้ เกิดวินัยทางการเงินจนทำให้คนเริ่มวางแผนและออมได้จริง ซึ่งออมสินจะเข้าไปมีส่วนร่วมในแต่ละช่วงชีวิตของลูกค้า
ทรงพล เล่าต่อว่า ความท้าทายตอนนี้มีหลายด้านทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ คนบอบช้ำจากวิกฤต จนทำให้ความสามารถในการหารายได้อาจน้อยลง และอาจทำให้หนี้ครัวเรือนยังปรับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นออมสินจึงมองว่าการสร้างอาชีพเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมาจึงมีสินเชื่อเพื่อกลุ่มคนทำมาหากิน SME โดยใช้ข้อมูลทางเลือก ต่างๆ เช่น คะแนนเครดิตอย่าง อารีย์สกอร์, พฤติกรรมการใช้จ่าย รวมถึงหลักประกันทางเลือก มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เป็นต้น ซึ่งบริการต่างๆ ของออมสินมุ่งมั่นให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้จริงๆ
ต่อไปออมสินจะมีสินเชื่อ On-Demand หรือการกู้ระยะสั้นตามความจำเป็น เช่น พ่อค้าขอกู้เงิน 2 วันเพื่อเป็นทุนซื้อวัตถุดิบไปรับจ้างออกบูธ เมื่อได้เงินค่าจ้างมาก็นำมาคืนทันที ระบบนี้จะช่วยให้คนตัวเล็กเข้าถึงทุนโดยไม่สร้างภาระหนี้ระยะยาวเกินตัว
“คนในอดีตบอกว่าไปกู้แบงก์ต้องกู้ให้ได้ยอดเงินเยอะ เพราะว่ากลัวว่าเดี๋ยวมากู้อีกแบงก์ไม่ให้ แต่เราจะบอกว่าคุณกู้ไม่ต้องเยอะหรอก คุณคืนเรา เราพร้อมที่จะปล่อยกู้คุณใหม่” ทรงพล กล่าว
ช่วงที่ผ่านมา ธนาคารออมสินเร่งปรับปรุงการอนุมัติสินเชื่อให้ดีขึ้น จากการปรับใช้ข้อมูลของลูกหนี้เพื่อพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ในส่วนของหนี้เสีย (NPL) เห็นการปรับตัวดีขึ้นจากช่วงต้นปีนี้ โดยเดือน มิ.ย. 2569 NPL อยู่ที่ราว 3.7-3.8% ถือว่ายังทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ การแก้หนี้ยังต้องอาศัยการให้ความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพราะคนทุกช่วงวัยยังต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบที่แตกต่างกัน จึงทำให้ออมสินยังมีช่องทางออนไลน์และสาขากว่า 1,022 แห่งเพื่อดูแลและส่งเสริมความรู้ทางการเงินในระดับบุคคล และระดับชุมชน ซึ่งอาจโฟกัสลูกค้าคนละกลุ่มกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ที่กำลังเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันธนาคารออมสินมีฐานลูกค้าเงินฝาก 20 ล้านคน มีผู้ใช้บริการแอป MyMo กว่า 16 ล้านราย สินเชื่อกลุ่มฐานรากและผู้ประกอบการกว่า 2.4 ล้านราย สินเชื่อบ้าน 4 แสนล้านบาท โดยรวมมีพอร์ตสินเชื่อกว่า 2.6 ล้านล้านบาท (และมีพอร์ตลงทุนอีกราว 6 แสนล้านบาท)
ขณะนี้ทางธนาคารออมสินอยู่ระหว่างทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ซึ่งจะยึดโยงจาก 3 แกนหลักคือ ลูกค้า ธนาคาร และพนักงาน โดยส่วนของลูกค้าสิ่งที่อยากให้เป็นรูปธรรมจากแนวคิด “From Birth, to Legacy” คือเกิดการออมจากเป้าหมายที่แตกต่างกัน และคนไทยมีความเข้าใจทางการเงินที่มากขึ้น
อย่างวัยเด็ก ควรเริ่มออมให้คุ้นเคยกับวินัยทางการเงิน ใช้ช่วงวัยรุ่นอาจต้องเข้าใจการออมให้ลึกขึ้น บางคนต้องประกอบอาชีพ ต้องมีทางเลือกและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม ในวัยทำงาน อาจต้องการเงินทุนเพื่อต่อยอดชีวิต หรือคนเป็นพนักงานประจำต้องวางแผนรายได้-รายจ่าย
ในวัยกลางคน หรือคนทำธุรกิจอาจต้องมองให้กว้างขึ้น หรือต้องการบริหารความเสี่ยงการลงทุน รวมถึงวางแผนจัดการหนี้ให้ดี เพราะเรื่องนี้จะวางแผนตอนอายุ 50 ปีอาจไม่ทัน ไปจนถึงวัยเกษียณอายุ เมื่อโจทย์คือคนไทยอายุยืนขึ้น ออมสินจะเข้าไปมีส่วนอย่างไรให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดี มี Passive Income มากขึ้น
ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายที่ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผอ. ออมสินคนที่ 18 กำลังต่อยอดจากรากฐานของธนาคารที่มีพันธกิจหลักในการทำเพื่อประชาชนที่เริ่มจากการสร้างวินัยการออม เพิ่มโอกาสให้คนตัวเล็ก ไปจนถึงมีส่วนในการวางแผนให้ชีวิตที่ดีเกิดขึ้นได้จริง
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney