นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซีอีโอ ไทยมาร์ทฯ จากความคับแค้น สู่ 7 คำสัญญา สร้างแพลตฟอร์มของคนไทย

Business

Executive Interviews

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซีอีโอ ไทยมาร์ทฯ จากความคับแค้น สู่ 7 คำสัญญา สร้างแพลตฟอร์มของคนไทย

Date Time: 10 ก.ค. 2569 11:16 น.

Video

ดร.นิเวศน์ เผยคาถา 30 ปี ทำให้เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน? l Money Secret EP.21

Summary

“นอท” พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ กับบาดแผล 20 ปี ที่กลายเป็น “ไทยมาร์ท” บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2569 สำหรับธุรกิจใหม่ที่ริเริ่มจากความคับแค้นใจเมื่อ 20 ปีก่อน ของ นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ในชื่อ “ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส” แพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งนอทบอกว่า นี่คือบ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย

“นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษเล่าที่มาที่ไปเพิ่มเติมจาก Keynote เปิดงานในวันนั้นว่า เขาอยากให้ไทยมาร์ท คือ มาร์เก็ตเพลสของผู้ประกอบการไทย เป็น Thailand Marketplace ของคนไทยเพื่อคนไทย

เขายืนยันว่า ไทยมาร์ทไม่ได้เพิ่งเริ่มนับหนึ่งในวันที่เปิดตัว แต่คือผลผลิตลำดับที่สี่ขององค์กรที่วางรากฐานเทคโนโลยีไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเขาทำบริษัทเทคโนโลยี เป็น Tech Company มาตลอดอยู่แล้ว

“ปัจจุบัน ผมมี Dev (ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์) 120 คน มีคนทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง 40 คน มีทีมวิดีโอโปรดักชัน ทำถ่ายวิดีโอออนไลน์ 40 คน มีคอลเซ็นเตอร์ ทำ CRM ตอบคำถามลูกค้าอีก 80 คน นี่คือระบบที่เรามีอยู่ และเราทำ Marketplace นี้เป็น Product ตัวที่ 4" นอท กล่าว

พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด
พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด

ซีอีโอไทยมาร์ท ยืนยันว่า ธุรกิจของเขาตลอดเวลาที่ผ่านมาขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเป็นแกนกลาง และมั่นใจว่า เทคโนโลยีหลังบ้านของทีมสามารถแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดนี้ในระดับสากลได้ แม้ธุรกิจของเขาไม่ได้เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีขั้นลึกแบบยักษ์ใหญ่ระดับโลก แต่เขามั่นใจว่า ทีมงานคือผู้ใช้เทคโนโลยีและสั่งการ AI ได้อย่างช่ำชอง

“ตอนนี้คนพูดกันว่า AI มาแทน Dev ใช่มั้ยครับ ผมบอกว่าไม่มีวัน เพราะผมมี Dev ที่ใช้ AI เป็น Core Tech และผมมีทีมงานเป็นมนุษย์ที่ใช้ AI เป็น ผมไม่ได้ปลดพนักงาน แต่ผมบอกเค้าว่า มึงต้องทำงานเพิ่ม 5 เท่า กูจะขึ้นเงินเดือน” นอทบอกเล่า

20 ปีของการ “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ”

ขณะที่บทเวทีเปิดงาน นอทย้อนเล่าจุดเริ่มต้นในวงการดิจิทัลเมื่อสองทศวรรษก่อน สมัยที่คำว่า Affiliate Marketing ยังไม่มีใครรู้จัก เขาหารายได้จากการเป็น Affiliate ให้ Amazon.com และจาก Google AdSense จนมีรายได้เดือนละหลักแสนบาท

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วง Black Friday ปีหนึ่ง เมื่อทำยอดค่าคอมมิชชันได้ถึง 2 ล้านบาท แต่ถอนเงินไม่ได้ เพราะ Amazon แจ้งว่าเขา “ทำผิดกฎ” ทั้งที่กติกาไม่เคยเปลี่ยนตอนยอดยังน้อย

เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำอีกหลายครั้ง เว็บไซต์ที่เคยทำเงินจาก Google AdSense เดือนละ 120,000 บาท เหลือศูนย์ในชั่วข้ามคืนเพราะอัลกอริทึมค้นหาเปลี่ยน เพจไฮไลต์ฟุตบอลที่เคยทำรายได้เดือนละ 450,000 บาท ก็ถูกปิดเมื่อ Facebook ปรับนโยบายโฆษณา แม้แต่ “กองสลากพลัส” และ “ลอตเตอรี่พลัส” ที่ปลุกปั้นเอง ก็เคยถูกแบนพร้อมกันทั้ง TikTok, Facebook และ YouTube ทั้งที่เป็นผู้ลงโฆษณารายเดือนหลักสิบล้านบาทให้แพลตฟอร์มเหล่านั้น

“ผมดันทะลึ่งเอาอนาคตไปฝากไว้กับบ้านที่ไม่ใช่ของเรา” นอทสรุปบทเรียน 20 ปี ที่กลายเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่ธุรกิจเดียว แต่เป็น “ระบบนิเวศ” ที่ไม่ต้องพึ่งพากติกาของใครอีก

จากคำมั่นสัญญาสู่ไทยมาร์ท

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาลงทุนสร้างทีมงานของตัวเองอย่างเป็นระบบ ทั้งทีมพัฒนาระบบกว่า 120 คน ทีมการตลาดและโปรดักชันรวมกว่า 100 คน และทีม CRM ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงอีกกว่า 70-80 คน รวมพนักงานทั้งหมดกว่า 450 ชีวิต

ทั้งที่ธุรกิจลอตเตอรี่พลัสเพียงอย่างเดียวใช้คนไม่ถึง 100 คนก็เพียงพอ

“เรารอวันนี้” เขากล่าวถึงเหตุผลที่ลงทุนล่วงหน้าไว้ก่อน พร้อมนิยามตัวเองว่าเป็น “Tech Company” ที่ใช้เทคโนโลยีระดับเดียวกับผู้เล่นต่างชาติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานบน Google Cloud และ AWS และการนำ AI มาเสริมทีมพัฒนาระบบ โดยยืนยันไม่มีนโยบายลดพนักงาน Dev แต่ให้ทุกคนใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแทน

ด้านเงินทุน Thaimart ใช้เงินลงทุนของตัวเอง 100% ยังไม่มีแผนระดมทุนจากภายนอกในระยะนี้ ส่วนทุนจดทะเบียนบริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ตามที่ระบุในเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอยู่ในระดับต่ำเพียง 1 ล้านบาท เขาย้ำว่าเป็นคนละเรื่องกับเงินลงทุนจริงที่ทยอยใส่ไปแล้วหลายสิบล้านบาท

7 คำสัญญา หัวใจของโมเดลธุรกิจ

นอทกล่าวย้ำทั้งบนเวทีและการให้สัมภาษณ์สื่อว่า ประกาศ “7 คำสัญญา” ที่ไทยมาร์ทจะยึดถือ ประกอบด้วย

  • หนึ่ง จะไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบผู้ค้า แต่จะเติบโตไปด้วยกัน
  • สอง กติกาจะชัดเจน โปร่งใส อธิบายได้
  • สาม ไม่เข้าข้างใคร แต่จะยืนอยู่บนความเป็นธรรม 
  • สี่ ผู้ค้าและลูกค้าต้องพูดคุยกับแพลตฟอร์มได้จริง
  • ห้า จะจัดการสินค้าปลอมอย่างจริงจัง
  • หก จะช่วยผู้ค้าสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่สร้างยอดขาย
  • เจ็ด จะรับฟัง แก้ไข และรับผิดชอบต่อทุกความผิดพลาด

“ผมไม่ใช่เทวดา ไทยมาร์ทไม่ใช่เทวดา พวกเราผิดพลาดแน่นอน แต่เราจะเรียนรู้ และเมื่อทำผิด เราจะรับผิดชอบ” นอทกล่าว

พร้อมย้ำในการสัมภาษณ์ว่า หัวใจหลักคือข้อแรกและข้อสุดท้าย ภายใต้แนวคิด “Fair First” หรือความเป็นธรรมต้องมาก่อน ซึ่งครอบคลุมคำสัญญาข้ออื่นไว้ทั้งหมด


ไม่เผาเงิน ไม่เก็บ GP แข่งด้วยราคาที่สมเหตุสมผล

นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า ไทยมาร์ทจะแตกต่างจากหลายแพลตฟอร์มที่ทุ่มเงินอุดหนุนราคาและแจกคูปองแย่งส่วนแบ่งตลาด เขายืนยันว่าไทยมาร์ทจะไม่เดินเกมนั้น เพราะมองว่าเป็นการใช้เงินอย่างไม่ฉลาดสำหรับผู้เล่นรายใหม่ที่สายป่านสั้นกว่าทุนต่างชาติ

โดยแทนที่จะเผาเงิน เขาเลือกลดภาระค่าธรรมเนียมให้ร้านค้าตั้งแต่ต้นทาง โดยปีแรกจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) เลย สำหรับร้านค้าที่เปิดร้านระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ถึง 6 กรกฎาคม 2570 ก่อนปรับเข้าสู่โครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันไดในปีถัดไป โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10% ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

“ผู้ค้าเขารู้อยู่ว่าจ่ายแพลตฟอร์ม 30% ยังไงก็ต้องเสีย ดังนั้นเราจูงใจให้ผู้ค้ามาลดราคาในแพลตฟอร์มเรา ผู้ค้าก็อยู่ได้ สุดท้ายวินวินทั้งคู่ คนซื้อได้ของถูก ผู้ประกอบการได้กำไร ผมได้ User” นอทอธิบายตรรกะที่เชื่อว่าจะทำให้ราคาสินค้าบนไทยมาร์ทถูกกว่าคู่แข่งได้เองโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการอุดหนุนแบบขาดทุน

ด้านความน่าเชื่อถือของสินค้า เขาชูจุดยืน “ของแท้ต้องไทยมาร์ท” เชื่อว่าหากดึงกลุ่มเจ้าของแบรนด์ที่เคยถูกก๊อบปี้สินค้าและผู้บริโภคที่เคยเจอของปลอม ให้ย้ายมาอยู่บนไทยมาร์ทได้ ก็นับเป็นความสำเร็จตั้งแต่ต้น เพราะ “คนไทยไม่ได้อยากได้ของถูก แต่อยากได้ของที่มีคุณภาพและของแท้”

วัดความสำเร็จด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ตัวเลข GMV

เมื่อถูกถามถึงนิยามความสำเร็จ นอทตอบชัดว่าไม่ใช่ตัวเลข GMV หรือยอดระดมทุนที่หลายแพลตฟอร์มยึดถือ แต่คือ “ขนาดรอยยิ้มและกำไรของผู้ประกอบการไทย” ภายใต้กลยุทธ์ที่เขาเรียกว่า Partner Success หรือ “เพื่อนรวยเราสำเร็จ” เชื่อว่าหากผู้ค้ามีกำไรจริง เศรษฐกิจภาพรวมจะดีขึ้นตาม และไทยมาร์ทเองก็จะเติบโตไปพร้อมกัน

สำหรับไทม์ไลน์ธุรกิจ ปีแรกเน้นพัฒนาแอปให้เป็นประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดในตลาดก่อน ปีที่สองจึงเริ่มขยายฐานลูกค้า

เขาบอกว่าเขาไม่มองกำไรระยะสั้น และประเมินว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในราว 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนภาพใหญ่ระยะยาว เขาใฝ่ฝันให้ไทยมาร์ทเป็นสะพานพา SME ไทยออกไปแข่งขันในตลาดโลก ในลักษณะเดียวกับที่อาลีบาบาทำให้ผู้ประกอบการจีน แต่ย้ำว่าจะสร้างความแข็งแรงในประเทศให้สำเร็จก่อน

ฝากถึงภาครัฐ ขอแค่กติกาเดียวกัน

ก่อนปิดบทสนทนา นอทบอกว่า เขาไม่ได้ต้องการให้รัฐเข้าข้างแพลตฟอร์มสัญชาติไทยเป็นพิเศษ แต่อยากให้ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เล่นที่มีเงินทุนหนากว่าใช้วิธีทุ่มเงินครองตลาดแต่เพียงฝ่ายเดียว

“อยากให้การแข่งขันเป็นธรรมครับ ไม่จำเป็นต้องมาเข้าข้างแพลตฟอร์มไทย แต่ขอให้ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันบนกติกาเดียวกัน ไม่ใช่ใครมีเงินก็เอาเงินมาทุ่ม” นอทย้ำ

ตลอดบทสนทนาไม่ถึง 1 ชั่วโมง สิ่งที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่แผนธุรกิจหรือฟีเจอร์ใหม่ที่จะทยอยเปิดตัว แต่คือน้ำเสียงของนอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซีอีโอ ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส ที่ผ่านการถูกแบน ถูกปิดเพจ และสูญเงินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

และเขากำลังพิสูจน์ว่าคำว่า “คำสัญญา” ยังมีความหมาย ในธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากรู้สึกว่าไม่เหลือใครให้พึ่งพาได้

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ