นานาทัศนะธุรกิจใช้ AI ทำอะไรบ้าง

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

นานาทัศนะธุรกิจใช้ AI ทำอะไรบ้าง

Date Time: 16 เม.ย. 2569 04:15 น.

Summary

ในยามที่เรายังอยู่ในฐานะผู้คุม เหตุใดจึงจะไม่ใช้ประโยชน์ฉกฉวยโอกาสนี้ เรียนรู้ที่จะอยู่กับ AI อย่างมีสติ ในฐานะผู้ช่วยชั้นดี

Latest

ธุรกิจแบบ Grab จะโตไปเป็นอะไรในยุค AI ภาคต่อมากกว่าสั่งอาหาร-ส่งคน-ส่งของ

พ.ศ.นี้ ไม่มีใครไม่พูดถึง AI (ปัญญาประดิษฐ์) เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกก๊อกใหม่ที่มาพร้อมความน่าหวั่นเกรง โดยเฉพาะต่อแรงงานมนุษย์ที่อาจถูกทดแทนด้วย AI ได้ทุกเมื่อ

ในยุคแรก เราพูดถึงแรงงานระดับพื้นฐาน พนักงานที่มีทักษะระดับพอเพียงที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงแรกที่พ่ายแพ้ต่อ AI แต่ด้วยธรรมชาติของเทคโนโลยีที่ต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ AI ก็เช่นกัน ความฉลาดปราดเปรื่อง ความสามารถในการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองของ AI ยุคใหม่ อาจไม่เหนือจินตนาการที่มีมาแต่เนิ่นนานของมนุษย์ ว่าสักวันหนึ่งสมองกล AI และหุ่นยนต์ที่มีความสามารถสูง อาจกลายเป็น “ผู้คุมเกม” แทนพวกเรา

แต่เพราะอนาคตยังมาไม่ถึง บุรุษและสตรีผู้หยั่งรู้จึงไม่ควรกังวลใจเกินไปนักต่อกาลในวันข้างหน้าที่ยากจะพยากรณ์ ณ วันนี้ AI คือเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกผ่อน หนักเป็นเบา โดยเฉพาะในโลกธุรกิจ ในชีวิตของมนุษย์ทำงาน

ในยามที่เรายังอยู่ในฐานะผู้คุม เหตุใดจึงจะไม่ใช้ประโยชน์ฉกฉวยโอกาสนี้ เรียนรู้ที่จะอยู่กับ AI อย่างมีสติ ในฐานะผู้ช่วยชั้นดี

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ
ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ

ซีพีเอฟเข้าถึง AI ในทุกกระบวนการ เราเชื่อในเทคโนโลยีพอๆกับทรู ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีในเครือซีพีด้วยกัน แต่เพราะรู้ว่าการนำ AI มาใช้กับองค์กรที่มีพนักงาน 120,000 คน ใน 14 ประเทศทั่วโลก (70,000 คนในไทย) เกิดขึ้นโดยธรรมชาติไม่ได้ ซีพีเอฟจึงมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับความเชื่อที่ว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ลดความเสี่ยง ยกตัวอย่าง การตรวจสอบคุณภาพไก่ทอดที่เราขายเดือนละแสนกิโลกรัม ก่อนหน้านี้เราใช้คนสุ่มตรวจ ใช้เครื่องเจาะเข้าไปในชิ้นไก่ วัดอุณหภูมิ ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดแม้ใช้คนมีประสบการณ์ พอเปลี่ยนมาใช้ AI ส่องผ่านกล้อง ดูสี ดูไซส์ ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ วัดความสุกของเนื้อไก่แม่นยำ 100%

หรือการใช้ AI ในฟาร์มเลี้ยงไก่อัจฉริยะ ปรับสมดุลอุณหภูมิ ค่าอากาศ ทำให้พนักงาน 1 คน ดูแลไก่ได้เพิ่มเป็น 120,000 ตัว จากเดิม 80,000 ตัว เรายังใช้ AI เข้ามาช่วยงานของสัตวแพทย์รักษาโรคและให้คำปรึกษาจากทางไกล ลดภาระสัตวแพทย์ จากเดิมหมอ 1 คนดูแลไก่ 100,000 ตัว เพิ่มเป็น 200,000 ตัว

ในงานเซลล์ เราใช้ AI เข้ามาช่วยพยากรณ์การขาย วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า 30,000 รายที่สั่งสินค้าจากซีพีเอฟ ยกตัวอย่าง ตลาดสดแห่งนี้ต้องการชิ้นส่วนไหนของไก่มากน้อย ต้องการเวลาใด องค์ความรู้เหล่านี้กลายเป็นข้อมูลกลางของบริษัท จากเดิมที่เคยอยู่กับเซลส์แต่ละคน นอกเหนือจากการใช้ AI ทำแบบสำรวจความต้องการลูกค้า, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ช่วยชิมรสชาติอาหาร เทสต์ระดับความเค็ม ความหวานที่ได้มาตรฐานมากกว่าลิ้นมนุษย์ แม้ไม่สามารถบอกได้เฉพาะเจาะจงขนาดที่ว่าอาหารนั้นอร่อยหรือไม่อร่อย

จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม
กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท LIT Entertainment จำกัด

นอกจากการใช้ AI ในการบริหารจัดการงานออฟฟิศ งานบัญชี การเงิน ซึ่งเชื่อว่าแต่ละแผนกมีการใช้ AI ช่วยแบ่งเบาภาระงานตามความเหมาะสมแล้ว

ในฐานะค่ายเพลง เราทำงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ เราหวังให้มันเป็นงาน Art ทำมือ จากมันสมองของทีมงาน LIT จึงมีนโยบายชัดเจนไม่เอา AI มาใช้ในทุกขั้นตอนที่เป็นงานสร้างสรรค์ ตั้งแต่การแต่งเพลง ทำภาพประกอบ วิดีโอ กราฟิก งานออกแบบทุกชิ้นต้องสร้างสรรค์จากมันสมองมนุษย์ทั้งหมด เราไม่ให้ใช้ AI

ที่ทำให้มั่นใจได้ เพราะมีการทำงานเป็นกลุ่มก้อน เราเป็นค่ายขนาดเล็ก ในฐานะผู้บริหาร ผมมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ระหว่างทำงานเราจะสื่อสารกันเป็นกลุ่ม รวมทั้งศิลปินฟรีแลนซ์ อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เน้นย้ำว่าเราซีเรียส จริงจัง ไม่ให้ใช้ AI ในกระบวนงานสร้างสรรค์ทั้งหมด จนถึงขณะนี้คิดว่ายังสามารถรักษาจุดยืนนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

“LIT เพิ่งมีบทเรียนจากเรื่องนี้ เราถูกสื่อสังคมออนไลน์แห่งหนึ่ง ระบุว่าโปสเตอร์ของเราใช้ AI Generated ทำให้เราต้องแจ้งไปยังแพลตฟอร์มเพื่อต่อสู้ ยืนยันว่าทีม Artwork ของเราออกแบบเองทั้งหมด ไม่มีการใช้ AI ไล่เรียงความจริงจนพบว่าโลโก้แบรนด์พันธมิตรที่ปรากฏบนโปสเตอร์ เป็นภาพที่ผลิตโดย AI ซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เราเสียเครดิตไปพอสมควร โดยเฉพาะจากบรรดาแฟนๆ ที่คาดหวังให้เราผลิตชิ้นงานศิลปะออกมาด้วยตัวของเราเอง”

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำข้อยึดมั่นของเรา งานของ LIT คืองานฝีมือ 100% ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งไหนถูกหรือผิด แต่สำหรับผมงานศิลปะ งาน Art ที่สร้างสรรค์โดยมนุษย์ยังคงน่าสนใจเสมอ”

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม
กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

ระบบนิเวศของแกร็บ ใช้ AI ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในมุมคนขับ ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภค AI ทำให้เราวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้เป็นรายบุคคล นำเสนอออเดอร์ได้ตรงเป้า ตามประวัติการสั่งอาหารของลูกค้ารายนั้นๆ

เนื่องด้วยแกร็บเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการใน 9 ประเทศ นักท่องเที่ยวจำนวนมากคุ้นเคยและใช้บริการของเรา เราจึงมี AI ช่วยแปล 9 ภาษา ซึ่งช่วยได้มากโดยเฉพาะเวลาสั่งอาหาร ส่วนคนขับมี Coach AI ช่วยแนะนำว่าเวลานี้ควรขับรถอยู่บริเวณใด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้โดยสาร และหากเบอร์โทร.ของผู้โดยสารเป็นเบอร์ต่างประเทศ เรามีระบบ AI ที่ช่วยแปลภาษาทันที ส่วนพันธมิตรร้านค้า เรามีผู้ช่วย AI คอยวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำ เช่น หากทราฟฟิกลดลงควรเพิ่มโฆษณาไหม หรือกรณีทราฟฟิกเพิ่มแต่ยอดขายไม่ขึ้น อาจต้องอัดโปรโมชันไหม

ในมุมองค์กร เชื่อว่าพนักงานแกร็บ 100% มีทักษะ AI พื้นฐาน  เรามีโครงการกระตุ้นให้ใช้ AI ต่อเนื่อง มี AI Champion มอบหมายคนที่มีหน่วยก้านด้าน AI สอดส่องว่าเครื่องมือ AI ตัวไหนเหมาะกับการใช้งาน กระตุ้นพนักงานหมั่นเรียนรู้ โดยมีมาตรชี้วัดความสำเร็จหลังการใช้งานที่ชัดเจน ประสิทธิภาพงานเพิ่มขึ้นเท่าใด วัดได้แม้กระทั่งใครที่ใช้ AI น้อยเกินไป เพราะเราเชื่อว่า AI ทำให้การทำงานง่ายขึ้น พนักงานจะได้เอาเวลาไปโฟกัสกับงานอื่นที่สำคัญมากกว่า

พนักงานแกร็บโชคดีเพราะเราเป็นบริษัทเทคโนโลยี เครื่องมือ AI ทุกอย่าง บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้หมด อะไรที่คิดว่าดี เราจะเลือกมาใช้ จะได้ทำงานฉลาดขึ้น สะดวกขึ้น

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

บริษัทอยู่ในช่วงเริ่มต้นศึกษาและวางกรอบนโยบายอย่างเป็นระบบในการใช้ AI สิ่งนี้เป็นเป้าหมายสำคัญ เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การยกระดับงานบริการลูกค้า โดยเฉพาะศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมได้

เราเลือกใช้แนวทาง “ค่อยเป็นค่อยไป” โดยเริ่มจากการศึกษา ทดลอง และประเมินผลในบางส่วนก่อน เพื่อดูว่า AI สามารถสร้างประโยชน์ได้จริงในจุดใดบ้าง โดยมุ่งเน้นเรื่องความคุ้มค่าและประสิทธิภาพเป็นหลัก และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายงานและเสนอแนวทางการใช้งานกลับมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในระยะถัดไป

ขอบเขตการประยุกต์ใช้งาน AI ในระยะแรก จะเน้นไปที่การช่วยยกระดับการให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นตัวช่วย ในกระบวนการตอบคำถามหรือประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ รวมทั้งใช้วิเคราะห์ข้อมูลตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งลดภาระพนักงาน เพิ่มความแม่นยำ

“ผมมองว่า AI ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะในมิติของประสบการณ์ผู้ใช้บริการ เนื่องจากลูกค้าบางส่วนยังคงให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับมนุษย์ มากกว่าการโต้ตอบกับระบบอัตโนมัติ เช่น แชตบอต จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกจุดใช้งาน ไม่ให้กระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า”

"การแพทย์-การบิน-หวย อาหาร-แบงก์-บ้าน" รุก AI

นอกจากนั้น การพัฒนา AI ยังต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝนและปรับปรุงข้อมูลต่อเนื่อง เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้องมีการประเมินผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้จริง โดยสำหรับบางกอกแอร์เวย์ส คาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของการนำ AI มาใช้ในเชิงปฏิบัติภายในปี 2569 โดยอยู่ระหว่างสรุปผล ระบุ “จุดที่เหมาะสมที่สุด” หรือ Sweet Spot ในการนำ AI เข้าแทนที่กระบวนการเดิมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


พันโทหนุน ศันสนาคม
ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ขณะนี้สำนักงานสลากฯ ได้นำ AI มาใช้ช่วยตรวจสอบสลาก พิสูจน์ว่าเป็นสลากจริง จากเดิมใช้คนและต้องผ่านกระบวนการราว 16–17 ขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจลายน้ำ ลายอักษร เส้นไหม เป็นต้น พอใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจ สามารถลดขั้นตอนทั้งหมดลง ลดภาระพนักงานไปได้มาก

ในแผนรัฐวิสาหกิจ 5 ปี (2571-2575) ที่กำลังอยู่ระหว่างจัดทำ สำนักงานมีเป้าหมายขับเคลื่อนนำ AI มาใช้เพิ่มเติม โดยเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เริ่มจากระบบคอลเซ็นเตอร์ ตอบคำถามกับลูกค้าได้แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ลดภาระบุคลากรด้านนี้ โดยเฉพาะการตอบคำถามที่ถูกถามบ่อย

ตลอดจนเอา AI มาวิเคราะห์ลูกค้าหรือผู้ซื้อสลาก ตัวแทนจำหน่าย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากปัจจุบัน มีฐานข้อมูลลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย จากการจำหน่ายสลากดิจิทัลมาเป็นเวลากว่า 5 ปี และในอนาคต มีแผนขยายการใช้ AI ในการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าสลากใบต่อไป โดยการพัฒนา AI ของสำนักงานสลากฯ ต้องเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล (AI Good Governance) ด้วย

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างโปรเจกต์เรือธงของเรา ที่ตั้งเป้าต้องโอนบ้านให้ได้ภายใน 30 วัน ทำสำเร็จไป 80% ไม่สำเร็จ 20% เราเอา 20% นี้ มาให้ AI ช่วยวิเคราะห์ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ AI ลิสต์ปัญหา แยกออกมาเป็นข้อๆ ให้ตามแก้ไขในเวลารวดเร็ว

นอกจากนั้น เรายังใช้ AI ในการวัดผลโครงการต่างๆ ที่เราเรียกว่าแฟรนไชส์ ปัญหาของเสนาคือเรามีแบรนด์เยอะ แต่ละแบรนด์มี 10 โครงการ เวลาคุมคุณภาพ วัดผลทำลำบาก แต่ตอนนี้เราให้ AI เข้าไปวัดผลแต่ละแฟรนไชส์ รวมทั้งใช้ช่วยงานด้านเอกสาร ยกตัวอย่าง บิลค่าน้ำ-ไฟ บางโครงการมีบ้าน 1,600 หลัง เมื่อก่อนต้องส่งทีละหลัง ตอนนี้ใช้ AI ให้บริการบนแอปพลิเคชัน สะดวกขึ้นมาก ทุ่นแรง ทุ่นเวลาไปเยอะ จากประสบการณ์ AI ยังเป็นเครื่องมือระดมไอเดียเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีด้วย

“เราจึงมีการลงทุนซื้อโปรแกรม AI ให้พนักงาน พิจารณาให้ตามความต้องการ อยู่ในงบลงทุนของบริษัท”

ฉี ชิง–ฟู่
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank

สำหรับ LH Bank แล้วเรามองว่า “พนักงาน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร เทคโนโลยี AI ไม่ได้ถูกนำมาเพื่อทดแทนคน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และมีเวลามากขึ้นในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า

“ช่วงที่ผ่านมา หลายองค์กรอาจมุ่งเน้นการนำ AI มาใช้เพื่อตอบโจทย์กระแสของโลกการเงินดิจิทัล แต่สำหรับ LH Bank เราเลือกที่จะเริ่มจากคำถามสำคัญว่า “ลูกค้าต้องการอะไรจริงๆ” แล้วจึงนำเทคโนโลยีมาออกแบบให้ตอบโจทย์นั้นอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าการสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ความล้ำสมัย แต่ต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าใช้งานได้จริง เข้าใจง่าย และรู้สึกดีเมื่อได้ใช้

หนึ่งในสิ่งที่เราผลักดันอย่างจริงจัง คือการทำให้ “ภาษาการเงิน” ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เราต้องการลดช่องว่างระหว่างธนาคารกับลูกค้า ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นเรื่องที่เป็นมิตรและใกล้ตัวมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรายึดถือมาโดยตลอด

ล่าสุดจึงได้นำ AI Assistant หรือ ‘GENIE’ มาใช้งานบนแอปพลิเคชัน เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านการสนทนาด้วยเสียงและภาษาธรรมชาติได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมชาติมากขึ้น โซลูชันพัฒนาร่วมกับ CTBC Bank แห่งไต้หวัน ในฐานะบริษัทแม่ นำมาผสมผสานกับความเข้าใจลูกค้าในประเทศไทย โดยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานความรับผิดชอบ Responsible AI เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของทุกธุรกรรม

แพทย์หญิงวรารัตน์ สิริกุตตา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มแอล อินเตอร์ จำกัด เจ้าของโรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล

 เมโกะใช้ AI ช่วยทำงานหลายด้าน แผนกมาร์เกตติ้งน่าจะใช้เยอะ โดยเฉพาะการออกแบบภาพกราฟิก วิดีโอบนสื่อโซเชียล ซึ่งเป็นงานตามกระแส มีกระแสอะไร เราต้องเกาะติดให้ทัน ใช้ AI มาช่วยเป็นเรื่องปกติ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงไปได้มาก ทางเมโกะมีการลงทุนซื้อเครื่องมือด้าน AI ที่เหมาะกับการใช้งานแบบมืออาชีพให้พนักงาน ให้ตรงกับความต้องการของเขา

 นอกจากนั้น เรายังซื้อเครื่องมือ AI ด้านการวิจัยเชิงลึก Deep Research ไว้ช่วยในการตัดสินใจ เช่น การดึงลูกค้าต่างชาติเข้ามา ซึ่งต้องการข้อมูลเชิงลึกในพฤติกรรมลูกค้าประเทศนั้นๆ ตลาดศัลยกรรมเป็นแบบไหน อะไรกำลังอินเทรนด์ มีข้อควรระมัดระวังอย่างไร เราซื้อเครื่องมือ AI เหล่านี้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ลึกและตรงจุด การบุกตลาดต่างชาติ ทำให้รายได้ของเมโกะในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังเติบโตในตัวเลข 2 หลักได้ แบบสวนทางเศรษฐกิจ

 ส่วนเครื่องมือ AI ด้านการแพทย์ความงาม ที่ต้องลงทุนแน่ๆ และกำลังศึกษาอยู่ว่าเทคโนโลยีไหนดีที่สุด คือการทำภาพจำลอง 3 มิติ รูปหน้าคนไข้ทั้งก่อนและหลังทำศัลยกรรม หากโมเดล AI ไหน จำลองภาพใบหน้าคนไข้ ณ ปัจจุบันได้แม่นยำ ก็มีแนวโน้มจำลองภาพหลังทำศัลยกรรมได้แม่นยำเช่นกัน คนไข้จะได้เห็นภาพก่อน-หลัง ช่วยในการตัดสินใจ

 รวมทั้ง AI ที่ใช้วิเคราะห์ผิวหน้า ด้วยการสแกนใบหน้า วัดค่าต่างๆ วิเคราะห์เม็ดสี จุดด่างดำ ริ้วรอย ร่องลึก รูขุมขน ความชุ่มชื้น ประเมินอายุผิว รวมทั้งจำลองการฉีดฟิลเลอร์ ว่าฉีด 1 ซีซี หน้าจะเป็นอย่างไร ฉีด 2 ซีซี หน้าจะเป็นอย่างไร

“ข้อจำกัดในเรื่องนี้คือ ขณะนี้ยังไม่มีโปรแกรมหรือเครื่องมือที่สมจริงพอที่จะคุ้มค่าการลงทุน หมอกำลังรอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดอยู่ หวังว่าภายในสิ้นปี 2569 จะนำมาให้บริการได้”


โอมาร์ โรเมโร
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่ปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ต และเรสซิเดนซ์ใน 59 ประเทศทั่วโลก ได้พัฒนาหน้าเว็บไซต์ minorhotels.com ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น และแน่นอนว่า นำ AI มาใช้ ทั้งเพื่อโฆษณา ทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าแบบเรียลไทม์ และต่อเนื่อง

AI ในมุมมองของไมเนอร์ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองลูกค้า รู้จักและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่จะเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่ปรึกษาที่สามารถช่วยค้นหา เลือกที่พักในทุกประเทศทั่วโลกในเครือไมเนอร์ และยังสามารถจองที่พักได้ทันที

นอกจากนั้น ยังใช้ AI เข้ามาบริหารจัดการการจองห้องพัก ตรวจหาห้องพักว่าง วางแผนให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยเรื่องข้อมูลในโปรแกรมสมาชิก Minor Discovery ที่ครอบคลุมโรงแรมกว่า 800 แห่งทั่วโลก ตลอดจนส่งเสริมพนักงานในเครือให้ใช้ AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการลูกค้า

“ที่ผ่านมา ยอดจองห้องพักของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มของไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยตรงยังไม่สูงมาก ยกตัวอย่างหัวหิน เรามียอดจองตรงประมาณ 15% ส่วนใหญ่เป็นการจองผ่านตัวแทนออนไลน์ OTA (Online Travel Agent) เราอยากขยายยอดจองตรงขึ้นเป็น 25–30% ซึ่งกำลังใช้ AI เข้ามาช่วย”.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านคอลัมน์ "สกู๊ปเศรษฐกิจ" ทั้งหมดที่นี่



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ