ย้อนเส้นทาง Agoda จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ในภูเก็ต สู่แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก

Business & Marketing

Corporates & Leadership

Tag

ย้อนเส้นทาง Agoda จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ในภูเก็ต สู่แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก

Date Time: 1 เม.ย. 2569 12:04 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

  • Agoda คือหนึ่งในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่หลายคนเลือกใช้ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นในประเทศไทยโดยสองผู้ก่อตั้งที่หลงใหลในการท่องเที่ยวและเทคโนโลยี
  • ธุรกิจนี้ต่อยอดมาจากธุรกิจทัวร์จักรยานในภูเก็ต สู่เว็บไซต์จองโรงแรม และปัจจุบันกลายเป็น Global Travel Tech ที่มีมูลค่าสูงหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แผนต่อไปของ Agoda คือการเป็นศูนย์กลางเพื่อการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบที่ไม่ใช่แค่การจองโรงแรม ที่ยกระดับแพลตฟอร์มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

Latest


“เรามองว่า AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่ภัยคุกคาม มันเข้ามาเพื่อทำให้มนุษย์เราเก่งขึ้น และไปทำสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า”

คำพูดของหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ Agoda อย่าง Idan Zalzberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ในระหว่างที่อธิบายถึงการเดินหน้าของ Agoda ในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก ที่ปัจจุบันในยุค AI กำลังมุ่งหน้าไปสู่การให้บริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

Agoda ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ใครหลายคนเลือกใช้ในการจองโรงแรม เที่ยวบิน ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างการเดินทาง ซึ่งทางบริษัทเองนอกจากจะต้องการยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังพัฒนานวัตกรรมอย่างเต็มที่ โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันอย่าง Omri Morgenshtern ยึดมั่นแนวทางที่จะสร้างบริษัทรวมถึงประเทศไทยให้เป็น Silicon Valley of Asia 

เชื่อว่าหลายคนมอง Agoda เป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่ให้บริการอยู่ในประเทศไทยด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มนี้เกิดขึ้นที่ภูเก็ต จากบริษัททัวร์ของผู้ร่วมก่อตั้งคนหนึ่ง พัฒนามาเป็นเว็บไซต์จองโรงแรมรายแรก ๆ ของเอเชีย เปลี่ยนผ่านหลายรูปแบบ จนไต่เต้าขึ้นมาเป็นบริษัทเทคที่มีมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐในตอนนี้

บทความนี้ Thairath Money คอลัมน์ How to Make Money จะพาไปรู้จักกับสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นจากแพชชั่นของสองผู้ก่อตั้งที่หลงใหลในการท่องเที่ยวไทย และไปทำความเข้าใจกับแนวทางในยุค AI ที่จะปั้นแพลตฟอร์มให้เป็นมากกว่าช่องทางจองโรงแรม แต่เป็นผู้ช่วยจัดการการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ


เริ่มต้นที่ภูเก็ต

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 1996 ทุกอย่างเริ่มต้นจาก Michael Kenny ที่ต้องการจะเปิดบริษัททัวร์จักรยานในภูเก็ต หลังจากย้ายมาปักหลักที่ไทย และหลงใหลในการท่องเที่ยวจนอยากสร้างธุรกิจ ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Tropical Trails ที่ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในเวลาต่อมา

“ภูเก็ตในตอนนั้นสวยมาก ทั้งอากาศดี อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโต มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม” Michael Kenny กล่าว เขาย้ายมาจากสหรัฐอเมริกา มาทำงานในโรงแรม หลังจากเรียนจบด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ทำให้เขาได้มีโอกาสศึกษาตลาดโรงแรมในประเทศไทยเป็นอย่างดี

หน้าเว็บไซต์ PlanetHoliday.com เว็บจองโรงแรมรายแรก ๆ ของเอเชีย (ภาพจาก Agoda)
หน้าเว็บไซต์ PlanetHoliday.com เว็บจองโรงแรมรายแรก ๆ ของเอเชีย (ภาพจาก Agoda)


ผ่านไปไม่นาน Tropical Trails ที่กำลังเดินหน้าไปได้สวย ทาง Michael Kenny เขาก็เริ่มเห็นศักยภาพของโลกอินเทอร์เน็ต เลยอาศัยชื่อเสียงที่ตัวเองสะสมมาในวงการท่องเที่ยว ต่อรองราคากับโรงแรมต่าง ๆ ได้ และก็ได้ก่อตั้ง PlanetHoliday.com ธุรกิจจองโรงแรมออนไลน์ผู้มาก่อนกาลในไทยได้สำเร็จ โดยลูกค้ากลุ่มแรก ๆ จะเจาะไปที่ชาวต่างชาติจากตะวันตกอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่จะมาเที่ยวไทยโดยเฉพาะ

ช่วงแรกแพลตฟอร์มพึ่งการค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้น ทำให้ผู้คนที่หาโรงแรมราคาถูกเริ่มติดใจ เมื่อมีผู้ใช้งานมากขึ้นเขาก็เริ่มขยายบริการ เพิ่มฐานโรงแรมไปทั่วเอเชีย แต่แล้วก็มีคู่แข่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาแบบก้อปปี้วางหน้าเว็บ บวกกับเหตุการณ์ 9/11 ในช่วงปี 2001 และโรคซาร์สระบาด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเอเชียน้อยลง เขาจึงต้องหาลูกค้าในตลาดใหม่เพิ่ม

ในปี 2003 เขาได้เปิดตัว PrecisionReservations.com เว็บไซต์จองโรงแรมแบบ Affiliate ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งมีเว็บไซต์พาร์ทเนอร์กว่า 1,000 แห่งจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มนี้ และเพื่อให้บริษัทเติบโตไปมากขึ้น และเพื่อดึงทาเลนต์เข้ามาทำงานด้วย Michael Kenny จึงย้ายฐานไปกรุงเทพมหานคร

ปีเดียวกันนั้น Rob Rosenstein อีกหนึ่งนักธุรกิจที่ได้สร้างเส้นทางของตัวเองในโลกอีคอมเมิร์ซและดิจิทัลและก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่หนุนธุรกิจจองโรงแรมของ Michael Kenny มาร่วมทีม จนได้ควบรวมกิจการ PlanetHoliday.com และ PrecisionReservations.com เข้าด้วยกัน ก่อตั้งขึ้นมาเป็น Agoda ในปี 2005

(ซ้าย) Michael Kenny และ (ขวา) Rob Rosenstein สองผู้บุกเบิก Agoda (ภาพจาก Agoda)
(ซ้าย) Michael Kenny และ (ขวา) Rob Rosenstein สองผู้บุกเบิก Agoda (ภาพจาก Agoda)


จากจุดเริ่มต้นในฐานะสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซเล็ก ๆ จากภูเก็ต เติบโตอย่างรวดเร็วสู่แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Agoda คือ การเลือกทำสัญญากับโรงแรมโดยตรง เพื่อควบคุม Inventory ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถเสนอราคาที่ดีกว่า และมีห้องพักพร้อมขายมากกว่าแพลตฟอร์ม OTA หรือ Online Travel Agent ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์รายอื่น ๆ


เติบโตสู่บริษัทหมื่นล้าน

การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ Agoda เกิดขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2005 หลังจากก่อตั้ง ขณะที่ธุรกิจกำลังเติบโตได้ดี ทั้งสองผู้บริหารได้ตัดสินใจย้ายฐานใหญ่ไปตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ตามแผนที่จะขยายการเติบโตของ Agoda ไปในระดับโลก ส่วนที่ประเทศไทยก็ยังคงไว้เป็นออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุด

ต่อมาในปี 2007 บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มจองที่พักยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Booking.com หรือที่รู้จักกันในชื่อ Priceline Group ได้เข้าซื้อกิจการ Agoda โดยไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขการซื้อขายออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา Agoda สามารถสร้างรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว

เว็บไซต์ Agoda ในยุคแรก ๆ (ภาพจาก Agoda)
เว็บไซต์ Agoda ในยุคแรก ๆ (ภาพจาก Agoda)


นับตั้งแต่วันแรก Agoda ก้าวขึ้นมาจากการเป็นแพลตฟอร์มจองโรงแรมเพื่อนักท่องเที่ยวที่จะมาไทย ขยับมาเป็นหนึ่งในผู้นำของเอเชีย ขยายธุรกิจผ่านการเพิ่มบริการใหม่ ๆ ลงไปในแพลตฟอร์ม อย่างเช่นในปี 2014 ได้เข้าซื้อกิจการ Qlika สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน Micro-Marketing มาเสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดแบบ Data-Driven ให้กับ Agoda 

ต่อมา 2017 เพิ่มที่พักรูปแบบใหม่ในฟีเจอร์ Homes ทั้งอพาร์ตเมนต์ วิลล่า และที่พักทางเลือก เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางที่หลากหลายมากขึ้น ก่อนที่ในปี 2019 จะเปิดตัวบริการ Flights เปลี่ยน Agoda จากแพลตฟอร์มจองที่พัก สู่ Travel Marketplace แบบครบวงจร เปิดให้จองเที่ยวบินได้ด้วยเช่นกัน และขยับธุรกิจไปสู่ขา B2B ผ่านการจับมือกับ Rocket Travel ให้บริการโปรแกรมสมาชิกและสะสมไมล์การบิน

หลังจากนั้นไม่นาน ช่วงปี 2021 ก็มีบริการ Activities ให้ผู้ใช้งานสามารถจองทัวร์ สถานที่ท่องเที่ยว และประสบการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างครบจบในแพลตฟอร์มเดียว 


Agoda ในฐานะ Tech Company

Thairath Money มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ Idan Zalzberg, CTO ของ Agoda เขาเล่าว่า ปัจจุบัน Agoda นิยามตัวเองไม่ใช่แค่ OTA แต่เป็น “แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวระดับโลก” และยิ่งในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากเช่นนี้ Agoda ก็มีการพัฒนาร่วมกันไปอย่างต่อเนื่อง 

Idan Zalzberg, CTO ของ Agoda
Idan Zalzberg, CTO ของ Agoda


ในด้าน AI ทาง Agoda เริ่มต้นเร็วมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้วก่อนที่จะเกิด ChatGPT โมเมนต์เสียอีก วางกลยุทธ์ผ่านแนวคิด Inside-Out Framework โดยเริ่มจากการใช้ AI ภายในองค์กรก่อนขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ และต่อยอดสู่อนาคต ซึ่งเหตุผลที่เริ่มจากพนักงาน เพราะเป็นจุดที่เห็นผลเร็วที่สุด ทั้งในแง่ Productivity และการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ พร้อมช่วยลดความกลัวของพนักงานที่มีต่อ AI ด้วยการเปลี่ยนมุมมองให้ “AI เป็นเครื่องมือไม่ใช่ภัยคุกคาม”

Agoda ลงทุนพัฒนาเครื่องมือ AI ภายในจำนวนมาก ตั้งแต่ ChatGPT ใน Slack ที่เปิดใช้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลัง ChatGPT เปิดตัว ไปจนถึงแพลตฟอร์ม AI ขององค์กร เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Query Assist ระบบซัพพอร์ตอัตโนมัติ และเครื่องมือประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 85% ใช้งาน AI เป็นประจำทุกสัปดาห์

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI ซึ่งวันนี้ Agoda ระบุว่าเกือบ 100% ของโค้ดถูกสร้างด้วย AI-Assisted Coding แล้ว ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องเขียนโค้ดแบบเดิม แต่เปลี่ยนบทบาทไปเป็น Spec Engineering และ Harness Engineering โดยบริษัทยังพัฒนา AI Code Reviewer เพื่อตรวจสอบโค้ด และนำมาใช้กับกว่า 50% ของโค้ดทั้งหมด

“ในระยะยาว Agoda กำลังมองไกลกว่าการเป็น OTA โดยตั้งเป้าเปลี่ยนตัวเองเป็น Travel Companion ที่ช่วยผู้ใช้วางแผนการเดินทางแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่ทำธุรกรรมจองที่พักเท่านั้น” Idan Zalzberg กล่าว

Omri Morgenshtern, CEO ของ Agoda
Omri Morgenshtern, CEO ของ Agoda


Agoda มียูสเคสของ GenAI ครอบคลุมทุกแผนก และใช้โทเคนระดับล้านล้านโทเคน สะท้อนการใช้งานในระดับสเกลใหญ่จริง ขณะที่องค์กรมีพนักงานกว่า 7,500 คน จาก 100+ สัญชาติ ใน 50 ออฟฟิศทั่วโลก ซึ่งล่าสุดในประเทศไทย ได้ย้ายออฟฟิศใหม่ไปปักหลักที่ One Bangkok แล้ว

ปัจจุบัน Agoda เรียกตัวเองว่าเป็น Global Technology Platform for Travel มีที่พักในระบบกว่า 6 ล้านแห่งทั่วโลก และมีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มราว 90 ล้านคนต่อเดือน เป็นธุรกิจที่เติบโตมายาวนานกว่า 25 ปี จนบริษัทมีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2026 นี้มีเป้าหมาย คือการก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มจองโรงแรม ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแบบครบวงจร


ที่มา: Agoda [1][2][3][4], Seven Peaks


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

Thanthida Thongphet

Thanthida Thongphet
Digital Economy & Future of Finance