
ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของมหาเศรษฐี หลายคนอาจเคยเห็นการเดินตามรอยเส้นทางของครอบครัว สานต่อธุรกิจของตระกูล อย่างเช่น บ้าน Arnault เจ้าของเครือลักซ์ชูรีแฟชันอย่าง LVMH หรือบ้าน Walton ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผู้สร้าง Walmart และยังมีบ้าน Ellison ที่ Larry Ellison ส่งลูกชายไปครองอาณาจักรสื่อ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกเศรษฐีทุกคนจะเดินตามรอยเท้าของตระกูล ยังมีบางกลุ่มที่ตัดสินใจสร้างเส้นทางของตัวเอง หากไม่เดินออกจากวงการธุรกิจ ก็จะหันมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองไปเลย หนึ่งในนั้นก็คือ Phoebe Gates ลูกสาวคนสุดท้องของ Bill Gates และ Melinda French Gates สองมหาเศรษฐี อดีตคู่สามีภรรยา ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมผ่านเทคโนโลยีและการกุศล
Phoebe Gates ได้สร้างสตาร์ทอัพขึ้นมากับเพื่อนร่วมหอพักในสมัยเรียน จากความชอบในแฟชั่น และสินค้ามือสองของทั้งสองคน เปลี่ยนมาเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จะช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า เทียบราคา หาสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุด นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหว คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และเดินหน้าฝั่งการกุศลเช่นเดียวกับพ่อและแม่ด้วย
โดย Phia กลายเป็นสตาร์ทอัพที่โดดเด่น ทั้งในด้านฟีเจอร์ใช้ AI เปรียบเทียบราคาสินค้า และความน่าสนใจของการรวมสินค้ามือสองลงไปในการเทียบราคาด้วย ทำให้สามารถระดมทุนไปได้ต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จนี้ก็หนีไม่พ้นกับคำกล่าวที่ว่า เพราะบารมีพ่อกับแม่ เธอถึงสร้าง Phia ขึ้นมาได้… จากการที่หน้าสื่อต่าง ๆ พยายามโถมว่าเธอคือลูกสาวของ Bill Gates มากกว่าจะพูดถึงชื่อสตาร์ทอัพของเธอเสียอีก
บทความนี้ Thairath Money คอลัมน์ How to Make Money จะพาไปทำความรู้จักกับ Phoebe Gates ลูกสาวคนสำคัญของสองมหาเศรษฐี เจาะลึกทั้งความสัมพันธ์ และแนวคิดที่ทำให้เกิด Phia สตาร์ทอัพที่เธอสร้างขึ้นมาจากความชอบส่วนตัว ตลอดจนมุมมองเรื่อง Nepo Kids ที่ถูกยกขึ้นมาว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจในมุมต่าง ๆ และค่อยตัดสินใจกันเองว่าเธอมาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไร
อย่างที่ทราบกันดีจากนามสกุล Phoebe Gates เป็นลูกสาวคนสุดท้องของบ้าน Gates จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน มีพี่สาวคนโตคือ Jennifer Gates และพี่ชายคนรอง Rory Gates วัยเด็ก Phoebe เกิดเมื่อ 14 กันยายน ปี 2002 ลืมตาดูโลกและเติบโตมาในขณะที่ Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft ยังครองตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดในโลก ด้วยความมั่งคั่งสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว
ตามข้อมูลของ Daily Mail ระบุว่า เธอถูกเลี้ยงดูมาในคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีห้องน้ำถึง 24 ห้อง ห้องครัว 6 ห้อง มีทั้งโรงภาพยนตร์ส่วนตัว ฟิตเนส ห้องแทรมโพลีน และชายหาดจำลอง ปูทางสร้างมาตรฐานชีวิตที่เหนือระดับตั้งแต่วัยเยาว์
ลูก ๆ ของบ้าน Gates ทุกคนเข้าเรียนที่โรงเรียนLakeside School โรงเรียนมัธยมเอกชนชั้นนำในเมืองซีแอตเทิล ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกันกับที่คุณพ่อ Bill เคยเรียนมาก่อน มีระบุไว้ว่าค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา 2024-2025 อยู่ที่ราว 44,730 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (หรือราว 1.4 ล้านบาท) เลยทีเดียว
ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้งพี่สาวและพี่ชายของบ้าน Gates เลือกใช้ชีวิตค่อนข้างเงียบและห่างจากสปอตไลต์ แต่เธอได้เลือกที่จะก้าวเข้าสู่โลก และเปิดตัวต่อสาธารณะอย่างเต็มใจ
ในวัยเรียน Phoebe Gates ได้เข้าศึกษาที่ Stanford University ในคณะวิทยาศาสตร์สาขา Human Biology และใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น เธอก็สามารถสำเร็จการศึกษาออกมาได้ก่อนกำหนด ซึ่งในช่วงที่เข้าเรียนนั้นจริง ๆ แล้วเธอมีไอเดียที่อยากจะลาออกเพื่อมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เดินตามรอยพ่อที่ลาออกมาปั้น Microsoft แต่ก็ต้องถูกห้ามจากพ่อและแม่
เธอเล่าว่า พ่อแม่ยืนยันกับเธออย่างหนักแน่นว่า “ลูกต้องเรียนให้จบปริญญาก่อนนะ จะมาดรอปเรียนไปทำบริษัทเลยไม่ได้” พร้อมกับบอกแกมตลกว่า “พ่อฉันเองก็ทำแบบนั้นเป๊ะ ๆ และนั่นก็ปูทางให้ฉันเข้า Stanford และมีเงินได้จ่ายค่าเล่าเรียน”
Phoebe Gates ยังเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มีผู้ติดตามบน TikTok และ Instagram รวมเกือบล้านคน โดยก่อนหน้านี้มักจะทำคลิปหรือลงคอนเทนต์ Vlog ในมหาวิทยาลัย มีภาพคู่กับพ่อและแม่โชว์บนโลกออนไลน์อยู่เสมอ และเธอยังชื่นชอบในด้านแฟชั่น ก็มักจะมีภาพจากงานแฟชั่นโชว์ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
ในปี 2023 คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด Phia ธุรกิจสตาร์ทอัพของ Phoebe Gates ขึ้นมา โดยเธอและเพื่อนร่วมห้องในหอพักมหาวิทยาลัยอย่าง Sophia Kianni ทั้งคู่อยู่ในวัยเพียง 21 และ 22 ปี ที่มีความชื่นชอบในแฟชั่น โดยเฉพาะแฟชั่นแบบยั่งยืน (Sustainable Fashion) สนับสนุนทั้งการใช้เสื้อผ้ามือสอง ตลอดจนการจัดการกับสินค้าอย่างมีจริยธรรม
ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ Phia ระบุว่า ในแต่ละปีอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้านั้นสร้างมลภาวะ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 1,600 ล้านตัน และปัจจุบันนี้บนโลกของเรามีเสื้อผ้ามากพอที่รุ่นลูกรุ่นหลานเราจะใช้สวมใส่ได้ไปอีก 6 ชั่วอายุคนเลยทีเดียว
โดยปัญหาหลัก ๆ ของนักช้อปคือ เมื่อตั้งใจจะซื้อสินค้าออนไลน์ การจะค้นหาว่าร้านไหนให้ราคาดีที่สุดนั้น ต้องใช้เวลานานกว่าจะร้านที่เหมาะสมเจอ ขณะเดียวกันหากไม่อยากเสียเวลาค้นหา ก็จำเป็นจะต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้น ดังนั้น Phia จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยลดเวลา และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋านักช้อป
การทำงานของ Phia คือ เมื่อเข้าไปใช้งานในหน้าเว็บไซต์หรือบนแอปพลิเคชัน Phia เราสามารถเลือกสินค้าแบบที่เราชอบขึ้นมาได้ และจากนั้นระบบจะทำการ Compare With หรือเปรียบเทียบสินค้าที่เราเลือกจากเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเทียบสินค้าที่คล้ายคลึงกันให้เราได้เลือกด้วย
จากหน้าเว็บของ Phia นั้น จะขึ้นชื่อร้านค้า ราคาสินค้า และระดับราคาว่าสินค้าชิ้นนี้เมื่อเทียบกับร้านอื่น ๆ แล้วราคาอยู่ในระดับไหน สิ่งนี้เรียกว่า Typical Price จะเทียบกับราคาสินค้าชนิดเดียวกันมือสอง ไปจนถึงสินค้ามือหนึ่งของร้านค้าทางการหรือสินค้าใหม่
หรือหากเราติดตั้งเป็น Extension บนเว็บเบราว์เซอร์ของเรา ตัวอย่างเช่น เมื่อเรากำลังช้อป และตั้งใจจะซื้อเดรสผ่าน Anthropologie ในราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐ Phia อาจจะแจ้งเตือน ขึ้นแสดงให้เห็นว่าเดรสตัวเดียวกันมีขายบน Poshmark ในราคาเพียง 80 ดอลลาร์สหรัฐ
บนระบบของ Phia จะมีสินค้าให้เลือกทั้งมือหนึ่งและมือสอง มีทั้งเสื้อผ้า ร้องเท้า กระเป๋า ทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย โดย Phia ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นแบรนด์สินค้าแฟชั่น และร้านค้าบนโลกออนไลน์กว่า 40,000 เจ้า และยังมีการจัดหมวดหมู่แฟชั่นให้ผู้ใช้งานได้เลือกสรรตามสไตล์ที่ตัวเองสนใจได้อีกด้วย
ความตั้งใจทั้งหมดนี้ของทั้งสองผู้ก่อตั้งคือต้องการให้ “Style Meets Sustainability” หรือเปิดพื้นที่ให้มีแฟชั่นที่ยั่งยืน ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าตังค์ผู้ซื้อ และปักหมุดอยากจะให้ Phia กลายเป็นอนาคตของโลกแฟชั่น
แม้ว่าจะตั้งไข่ลงมือจากไอเดียจนมีชื่อของ Phia เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2023 แต่การเปิดตัวจริง ๆ อย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2025 โดย Phia ได้เปิดระดมทุนในรอบ Seed Round ไปได้กว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีชื่อของลงทุนจากคนดังอย่าง Kris Jenner, Sara Blakely และ Sheryl Sandberg เข้าร่วมลงทุนด้วย
ต่อมาในระยะเวลาเพียง 10 เดือน บริษัทสตาร์ทอัพที่เรียกได้ว่าอายุยังไม่ถึง 1 ขวบนี้ ก็ได้ปิดดีลระดมทุนรอบ Series A ไปได้มูลค่ากว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Notable Capital เป็นผู้นำลงทุน ร่วมด้วย Khosla Ventures และนักลงทุนเดิมอย่าง Kleiner Perkins
โมเดลรายได้ของ Phia คล้ายกับ Affiliate Marketing คือ เมื่อแบรนด์สามารถขายสินค้าได้ผ่านแพลตฟอร์ม แอปฯ ก็จะได้รับส่วนแบ่ง และด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ บริษัทมีข้อมูลพิสูจน์ผลลัพธ์ เช่น เพิ่มมูลค่าออเดอร์เฉลี่ย 15% เพิ่มการได้ลูกค้าใหม่ 30% ตลอดจนลดอัตราการคืนสินค้าได้ถึง 50%
โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Phia ก็คือ “Founder-Led Marketing” ซึ่งผู้ก่อตั้งทั้งสองคนมีความชื่นชอบแบบเดียวกัน ซึ่ง Kianni ก็เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ และอดีตที่ปรึกษาองค์การสหประชาชาติ และทั้งสองยังมีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 2 ล้านคนบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงมีพอดแคสต์ของตัวเองในชื่อ The Burnouts เอาไว้พูดคุยเรื่องเส้นทางผู้ประกอบการ และสัมภาษณ์บุคคลดังอีกด้วย
Phoebe Gates ได้เปิดเผยเรื่องราวของตัวเองผ่านพอดแคสต์ The Burnouts ตอนแรก ออกมาพูดตรง ๆ ถึงการที่ถูกเรียกว่าเป็น Nepo Baby หรือลูกของผู้ที่ได้รับอภิสิทธิ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า ชื่อของพ่อเธอ Bill Gates และแม่ Melinda French Gates ทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ตอนฉันเข้าไปที่ Stanford ฉันคิดเลยว่า ฉันได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นเยอะมาก ฉันคือ Nepo Baby และมันทำให้ฉันไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก และยิ่งเป็นเด็กปีหนึ่ง คุณยังไม่มีประสบการณ์ คุณยังไม่มีอะไรเลย” Phoebe Gates กล่าวในรายการพอดแคสต์
และเมื่อเธอได้สร้าง Phia ขึ้นมา คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ พ่อและแม่มีส่วนในการสนับสนุนหรือให้ทุนกับเธอหรือไม่ คำตอบคือ พวกเขาสนับสนุนในฐานะพ่อและแม่เต็มที่ แต่ทั้ง Bill และ Melinda ออกมาบอกว่า ลูกไม่เคยมาขอความช่วยเหลือพวกเขาเลย
Melinda เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ฉันมีลูกสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจในปีนี้ เธอได้รับเงินทุน ไม่ใช่เพราะคอนเนกชันของฉัน และไม่ใช่เพราะตัวฉัน และฉันเองก็ไม่ได้ใส่เงินลงทุนให้เธอไปด้วย” และถึงแม้ว่าจะเอ่ยชื่อลูกออกมาโดยตรง แต่ก็ทราบได้ว่าเป็น Phoebe เพราะพี่ ๆ ทั้งสองของเธอไม่ได้เปิดเผยใดใดต่อสาธารณะเลย
ส่วน Bill Gates เมื่อถูกถามว่า จะเป็นอย่างไรถ้าลูกสาวมาเสนอให้เขาเข้าไปลงทุน เขาตอบกลับว่า “ผมคงต้องคุมเธอใกล้ชิดมาก และต้องนั่งรีวิวธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่ลำบากใจไม่น้อย และผมก็ยังตั้งคำถามว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า แต่โชคดีมากที่มันไม่เกิดขึ้น”
ทั้งนี้ Phoebe Gates เคยออกมายืนยันชัดเจนว่า “ธุรกิจนี้ต้องยืนได้ด้วยขาของตัวเองโดยไม่มีเรื่องสายสัมพันธ์กับอภิสิทธิ์หรือกับนามสกุลของฉันมาเกี่ยวข้อง”
“ฉันมีแรงผลักดันบางอย่างในใจ” เธอกล่าว พร้อมอธิบายถึงความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองว่า สามารถคว้าความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในซิลิคอนวัลเลย์ได้ด้วยความสามารถไม่ใช่ด้วยมรดก ชื่อเสียง หรือสายเลือดตระกูลธุรกิจ และเธอก็ทำได้จริง ๆ เห็นได้ชัดจากผลงานระดมทุนรอบล่าสุดของ Phia นั่นเอง
และในปี 2025 ที่ผ่านมา Phoebe Gates ยังติดอันดับ Time100 ร่วมกับ Sophia Kianni ในฐานะดาวรุ่งผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก พร้อมกับติดอันดับ Forbes 30 Under 30 จากการร่วมก่อตั้ง Phia ด้วยเช่นกัน
ที่มา: Phia, Business Insider [1][2], TechCrunch [1][2], Forbes, Time, Entrepreneur, Preview, Nylon, VnExpress [1][2], NDTV, Yahoo! Finance
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney