
Sushiro เปิดสาขาแรกในไทยปี 2564 ภายใต้การบริหารของบริษัทแม่จากญี่ปุ่น
ขณะที่สมรภูมิร้านอาหารไทยในปี 2568 เผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัวทำให้เราเห็นภาพร้านอาหารหลายแห่งต้องประกาศปิดตัวหรือชะลอการขยายสาขา แต่ บริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของร้าน Sushiro ในไทย กลับสร้างปรากฏการณ์โตสวนกระแส ด้วยตัวเลขผลประกอบการที่น่าทึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะ “ซูชิ” ในไทยยังมีช่องว่างและโอกาสอยู่สำหรับผู้ที่เป็นตัวจริงในด้านประสิทธิภาพ
หากดูจากงบการเงินล่าสุดจะเห็นว่าซูชิโร่ไทยไม่ได้เพียงแค่ประคองตัว แต่เป็นการโตแบบติดสปีดอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติด ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่ารายได้ คือ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ขยับจาก 9.1% ในปี 2566 ขึ้นมาเป็น 15.4% ในปีล่าสุด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับธุรกิจร้านอาหารในยุคที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงพุ่งสูงขึ้น
เมื่อย้อนรอยเส้นทางของ Sushiro ในประเทศไทย จะเห็นได้ว่า นี่คือกรณีศึกษาการทำธุรกิจที่ผสมผสานระหว่าง ความเชื่อมั่นในแบรนด์ระดับโลกกับการปรับตัวให้เข้ากับจริตคนไทยได้อย่างลงตัวที่สุดแบรนด์หนึ่ง
เริ่มแรกแบรนด์ Sushiro ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทย Sushiro เข้ามาเปิดสาขาแรกที่ CentralWorld เมื่อเดือนมีนาคมปี 2564 ภายใต้การบริหารของ “บริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งเป็นการร่วมทุนของ “บริษัท Food & Life Companies Ltd.” (บริษัทแม่จากญี่ปุ่นโดยตรง) เพื่อควบคุมมาตรฐานอย่างใกล้ชิด ทั้งคุณภาพอาหาร เทคโนโลยีสายพาน และประสบการณ์การบริการให้เหมือนกับที่ญี่ปุ่น 100% ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก
Sushiro เข้ามาในประเทศไทยในช่วงที่ยังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งนับเป็นจังหวะเวลาที่ท้าทายที่สุด อย่างไรก็ตาม Sushiro สาขา Central World ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในอาเซียนก็ได้สร้างปรากฏการณ์คิวเต็มตลอดทั้งวัน ความโหยหาการท่องเที่ยวในช่วงที่คนไทยไปญี่ปุ่นไม่ได้ Sushiro เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยประสบการณ์การกินซูชิเหมือนอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งเสียงตะโกนทักทาย ระบบสายพาน และรสชาติที่ถอดแบบมาจากโอซาก้า
Sushiro วางแบรนด์ดิ้งและโพสิชันนิงเริ่มแรกในฐานะซูชิคุณภาพระดับพรีเมียมที่ราคาเข้าถึงได้ โดยมีจุดเด่นที่การรักษามาตรฐานของรสชาติ ความสดใหม่ การใช้ระบบจัดหาวัตถุดิบ (Global Sourcing) ร่วมกับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นทำให้ได้ต้นทุนที่ต่ำกว่ารายย่อย ขณะที่คุณภาพเหนือกว่าร้านในราคาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมอบความหลากหลายให้กับลูกค้าด้วยเมนูพิเศษที่ปรับเปลี่ยนตลอดเดือนทุกเดือน ทำให้ลูกค้าต้องกลับมาซ้ำบ่อยๆ (High Repeat Order) เพื่อลองเมนูใหม่ที่มีเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น
อีกจุดเด่นสำคัญ คือ การตั้งโครงสร้างราคาที่ชาญฉลาด Sushiro แบ่งราคาอาหารตามสีจาน เริ่มตั้งแต่ 40 บาท ไปจนถึง 120 บาท ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าควบคุมงบประมาณได้ และกล้าที่จะหยิบจานราคาถูกหลายๆ จาน จนสุดท้ายยอดต่อบิล (Average Ticket Size) มักจะสูงกว่าที่ลูกค้าคาดไว้ตอนแรก
การขยายสาขาโดยเลือกปักหมุดในห้างชั้นนำ ไม่ใช่แค่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียมที่เข้าถึงง่าย แต่ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง กลุ่มครอบครัวและคนวัยทำงาน ไม่จำกัดแค่กลุ่มพรีเมียม แต่ครอบคลุมกลุ่มแมสที่มองหาความคุ้มค่า
Sushiro ไม่ใช่แค่ร้านอาหารแต่เป็นบริษัท Data Solution ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการลงทุนเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ทำให้แบรนด์สามารถควบคุมต้นทุนค่าแรงได้ดีกว่าร้านอาหารรูปแบบเดิม ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนจากต้นทุนสู่กำไร
Sushiro เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ทำให้คนไทยคุ้นชินกับการจองคิวผ่านแอปอย่างจริงจัง ระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาคิวยาว ซึ่งเป็น Pain Point ใหญ่ของร้านดัง ทำให้ลูกค้าบริหารเวลาได้ และลดการเสียโอกาสในการขาย และที่สำคัญยังทำให้แบรนด์สามารถเก็บ Data ลูกค้าเพื่อนำมาทำโปรโมชั่นที่ตรงจุดในภายหลัง
การนำ Sushiro เข้ามาในประเทศไทย ไม่ใช่การขายแฟรนไชส์ให้กลุ่มทุนไทย แต่เป็นการเข้ามาลงทุนเองโดยตรงจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่น โดยมีคณะผู้บริหารของ Sushiro มืออาชีพที่เข้ามาวางระบบและควบคุมมาตรฐานอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย Mr. Masato Moriwaki (มาซาโตะ โมริวากิ) Managing Director (กรรมการผู้จัดการ) ของ บริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด แม่ทัพหลักที่ดูแลการขยายสาขาและสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในไทยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และ Mr. Tsukasa Yoshida (สึคาสะ โยชิดะ) อีกหนึ่งผู้บริหารระดับสูง (Managing Director) ที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและนโยบายการบริหารงาน
ความเชี่ยวชาญในธุรกิจร้านอาหารในระดับสากลมีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ระดับโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย ภายในระยะเวลา 5 ปี Sushiro ขยายสาขาแล้วกว่า 40 แห่ง ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเริ่มรุกสู่หัวเมืองใหญ่ ส่งผลให้กำไรในที่ผ่านมา พุ่งสูงถึง 728 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จตลอด 5 ปีเกิดจากกลยุทธ์ที่แม่นยำ หากมีระบบที่ดีและแบรนด์ชัดต่อให้เศรษฐกิจซบเซาแค่ไหนก็ยังเป็นโอกาสทอง และเป็นเหตุผลที่ทำให้ Sushiro ดัน “โมเดลซูชิสายพานคุณภาพสูง” เอาชนะใจผู้บริโภคชาวไทยได้
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -