
SCG, PTT, Google ยังครอง Top 3 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด ในวันที่โลกต่างพากันแย่งชิงคนเก่ง และเงินเดือนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเลือกงาน
เวิร์คเวนเจอร์ (WorkVenture) ที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง และโซลูชันการสรรหาบุคลากรเชิงกลยุทธ์จัดงานประกาศรางวัล Top 50 Companies in Thailand 2026
เผยผลสำรวจ “50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด” ผ่านการสำรวจความคิดเห็นจากคนทำงานจำนวน 12,167 คน อายุระหว่าง 22-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำการสำรวจระหว่างเดือน ตุลาคม - ธันวาคม ปี 2568
เหล่าองค์กร Top 10 ผสมผสานระหว่างองค์กรไทยขนาดใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งแต่ SCG, PTT, LINE, Agoda ไปจนถึง SCBX และ Toyota Motor Thailand
โดย “กลุ่มเทคโนโลยี” กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีองค์กรติดอันดับมากที่สุดถึง 6 แห่ง แซงหน้าอุตสาหกรรมที่เคยครองพื้นที่หลักในปีก่อนอย่าง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
ขณะเดียวกัน กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ยังคงรักษาความนิยมเดิมไว้ได้
ในขณะที่กลุ่มความงาม มีองค์กรติดอันดับ 2 แห่ง และกลุ่มสื่อและบันเทิง มีองค์กรติดอันดับ 3 แห่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากลักษณะงานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่
ความหลากหลายของอุตสาหกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับคำว่า “งานที่ใช่” แต่เลือกจากความสอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสทางด้านการสร้างแบรนด์ นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จํากัด เผยว่า ปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งอย่าง เงินเดือนและสวัสดิการ ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสูงสุดในการพิจารณาสมัครงานของคนรุ่นใหม่อีกต่อไป
แต่คือ 5 ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมชีวิตการทำงานที่ดี ได้แก่
การทำงานเป็นทีม (Teamwork) โดยให้เหตุผลว่า การทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบที่เกื้อหนุนกัน คือ สิ่งที่คนรุ่นใหม่คาดหวังให้เกิดขึ้นในที่ทำงาน และช่วยสนับสนุนบรรยากาศในการทำงานที่ดี
วัฒนธรรมองค์กร
การบริหารจัดการองค์กร คือ ความคาดหวังถึงการจัดการที่มีประสิทธิภาพจากผู้บริหารระดับสูง
สมดุลชีวิตและการทำงาน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวร่วมกัน
การให้เกียรติและความเห็นอกเห็นใจ คือ การถูกยอมรับในตัวตน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Gen Z ถูกพูดถึงในฐานะ “เด็กใหม่ในที่ทำงาน” ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเทรนด์การทำงาน และสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างวัยในกลุ่มคนทำงานด้วยกัน
แต่ในปี 2573 กลุ่มคนรุ่นใหม่ดังกล่าวจะเข้ามาเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของตลาดแรงงาน ส่งผลให้องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวตอบรับความเปลี่ยนแปลงนี้
จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ กล่าวถึง Winning Formula สูตรที่องค์กรต้องปรับตัวในสงครามแย่งชิงคนทำงาน
CEO Branding ผู้นำองค์กรต้องมองหาสปอตไลท์ให้แก่ตัวเอง ในทุกวันนี้โลโก้หรือชื่อบริษัทถูกมองว่าเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ และอาจไม่สำคัญเท่าความน่าเชื่อถือของผู้บริหารที่เป็นหน้าเป็นตาให้แก่บริษัท และนอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร อีกนัยยะหนึ่งคือ การดึงดูดคนเก่งเข้าร่วมงาน
KOE - Key Opinion Employee คือ พนักงานในบริษัทสามารถขึ้นมาเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL) ด้วยแนวคิดที่ว่า คนทำงานต้องเชื่อคนทำงานด้วยกันเอง มากกว่าบริษัท การทำคอนเทนต์บอกเล่าเรื่องราวการทำงานในทุกวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับการโฆษณาหรือการสร้างแบรนด์ให้แก่บริษัท โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า แต่สร้างการรับรู้ที่มากกว่า
การปรับตัวเข้ากับ AI จากการสำรวจ 60-70% ของคน Gen Z ใช้ AI ในการสืบค้นข้อมูลองค์กรและหางาน ส่งผลให้การประยุกต์ใช้ AI เข้ากับการเปิดรับสมัครพนักงานจะช่วยให้องค์กรนั้นสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าในยุคดิจิทัลเช่นนี้
จากการจัดอันดับ 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปีนี้ เป็นสัญญาณให้ทุกองค์กรตื่นตัวว่า วิธีการแบบเดิม ๆ ในการดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป การปรับตัวต่อสถานการณ์จึงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการดำเนินการธุรกิจ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -